ข่าว

'กกต.'แจงยิบเหตุแขวนส.ส.

'กกต.'แจงยิบเหตุแขวนส.ส.

13 ก.ค. 2554

'กกต.'แจงยิบเหตุแขวนส.ส.'ปู'โดนข้อหาให้บ้าน111ช่วยหาเสียง ขณะที่”อภิสิทธิ์”โดนเรื่องจัดมหกรรมธงฟ้า กกต.พร้อมแจกใบรับรองการเป็นส.ส. 358 คน 14 ก.ค.นี้

          ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงว่า หลังจากที่ประชุมกกต.ได้มีมติเสียงข้างมากประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.จำนวน 358 คน โดยแบ่งเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 109 คน และส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 249 คนนั้น

          ทางสำนักงานกกต.ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยเร่งรัดนำเสนอสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้ง เพื่อให้กกต.ได้พิจารณาและวินิจฉัยประกาศรับรองผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งได้ทันในสัปดาห์หน้า

          นายสุทธิพล กล่าวว่า จากกรณีที่ทางเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นแห่งชาติมีหนังสือคัดค้านคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยที่ประชุมกกต.ได้มีมติดำเนินดารดังนี้

          กรณีการคัดค้านเนื่องจากขาดความเป็นสมาชิกภาพของพรรคเพื่อไทยตามข้อบังคับของพรรคเพื่อไทยในข้อ 10(5) ให้สมาชิกภาพของพรรคสิ้นสุดลง เมื่อถูกคุมขังโดยคำสั่งของศาล ซึ่งส่งผลให้การเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดทันทีจำนวน 12 ราย

          ได้แก่ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายเหวง โตจิราการ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายวิภูแถลง พัฒนภูไท นายพายัพ ปั้นเกตุ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายวิเชียร ขาวขำ

          ส่วนแบบแบ่งเขตเลือกตั้งประกอบด้วย นายการุณ โหสกุล  ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 12 พรรคเพื่อไทย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ผู้สมัครส.ส.สุรินทร์ เขต 6 พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ผู้สมัครส.ส.สมุทรปราการเขต 4 พรรคเพื่อไทย นายสถาพร มณีรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน เขต 2 พรรคเพื่อไทย

          นอกจากนี้นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินได้ยื่นหนังสือร้องคัดค้านนายจตุพร เนื่องจากก่อนลงสมัครส.ส.ถูกศาลอาญาถอนประกันในคดีก่อการร้าย นอกจากนี้ยังมีกรณีนายพิชิต ชื่นบาน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยที่พ้นโทษไม่เกิน5ปีในคดีละเมิดอำนาจศาลด้วยการติดสินบนศาล

          อีกทั้งนางสมหญิง บัวบุตร ผู้สมัครส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคเพื่อไทย ที่ไปถ่ายรูปคู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและมีข้อความระบุให้ประชาชนเลือกตนเอง

          นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า  ส่วนกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย  ว่าเป็นการร้องกรณีให้สำคัญในคะแนนนิยม ที่มีผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์ช่วยหาเสียง  เดินตามแจกเอกสาร  รวมทั้งกรณีป้ายหาเสียงที่ระบุว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” 

          ส่วนกรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องการสั่งการเจ้าหน้าที่รัฐจัดงานมหกรรมลดค่าครองชีพประชาชน นำสินค้าราคาต่ำเกินจริงไปจำหน่าย ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จ.สมุทรปราการ 

          กรณีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นการใช้หน้าที่กำกับดูแล อสมท.ไม่ให้ อสมท.ถ่ายทอดกิจกรรมการหาเสียงของทุกพรรคอย่างเป็นธรรม

          กรณีของนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกร้องคัดค้านเนื่องจากหาเสียงโดยมีการสัญญาว่าจะให้

          นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า กรณีของนายชัย ชิดชอบ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นการจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจ

          กรณีของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคเพื่อไทย นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา เขต5 พรรคเพื่อไทยและว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ผู้สมัครส.ส.หนองคาย เขต 1 พรรคเพื่อไทย ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลาย

          กรณีนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัครส.ส.มุกดาหาร เขต 1 พรรคเพื่อไทยเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารและถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญา

          ส่วนกรณีของพรรคประชาธิปไตยใหม่ที่นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคล้มละลายอาจมีผลต่อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งกรณีเหล่านี้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีอำนาจไต่ส่วนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน พ.ศ. 2554 ตลอดจนศึกษาข้อบังคับกฎหมายและให้มีอำนาจเรียกพยานบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่กกต.มีมติ

          ด้านนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ในส่วนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง 358 คนนั้น สามารถมารับหนังสือรับรองได้ในวันที่ 14 ก.ค.ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ที่บริเวณชั้น 2 สำนักงานกกต. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาฯ 

          ส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งที่กกต.ยังไม่ได้รับรอง ทางสำนักงานกกต.จะเสนอให้ กกต.พิจารณารับรองผลภายในสัปดาห์หน้าเป็นสำนวนไป หากสำนวนใดเห็นควรยกคำร้องก็จะเสนอให้ กกต.ประกาศรับรองผล ทั้งนี้การประกาศรับรอง ส.ส.รอบสุดท้ายจะไม่เกินวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเสนอ

          กกต. คาดว่าจะประกาศรับรองได้ร้อยละ 95 ถ้ามีสำนวนใดที่จะต้องมีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ก็จะกำหนดให้จัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 31 ก.ค. ที่ยังอยู่ในข่ายอำนาจของ กกต.

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกกต.ได้จัดเตรียมสถานที่รับหนังสือรับรองการได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต จำนวน 358  คน โดยนำเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อแสดงตนเท่านั้น เปิดให้รับใบรับรองได้ตามวันและเวลาราชการตั้งแต่ 8.00-16.00น.

          ทั้งนี้ กกต.ยังเตรียมมอบเข็มกลัดช่อสะอาดให้กับบรรดา ส.ส. พร้อมกับแจกเอกสารโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักการเมืองที่คนไทยต้องการ บทลงโทษนักการเมืองที่ประพฤติปฎิบัติตนไม่เหมาะสม  คุณธรรมจริยธรรม คุณสมบัติ ส.ส.ด้วย