ข่าว

ประยุทธ์ลั่นพร้อมรับมือเขมรหลัง18ก.ค.

ประยุทธ์ลั่นพร้อมรับมือเขมรหลัง18ก.ค.

13 ก.ค. 2554

"ผบ.ทบ." ลั่นทหารพร้อมรับมือเขมร หลังศาลโลกตัดสินกรณีพระวิหาร 18 ก.ค.นี้ ยันเป็นไปไม่ได้เขมรขนอาวุธนิวเคลียร์ยิงไทย "นัมฮง"บินลุ้น

          (13ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ศาลโลกจะตัดสินกรณีที่กัมพูชาร้องให้ศาลโลกคุ้มครองปราสาทเขาพระวิหารด้วยการให้ทหารไทยถอนกำลังบริเวณปราสาทเขาพระวิหารในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ว่า ขณะนี้เราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล เรารับผิดชอบในเขตพื้นที่ชายแดนที่เรามีการวางกำลังอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเรารักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนไว้ได้ ตามเส้นแบ่งเขตที่กำหนดไว้ในแผนที่ที่เรายึดถือ แม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นหน้าที่กองทัพอยู่แล้วในการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ไม่ต้องมีใครสั่งก็ต้องทำ เพราะเป็นพันธกิจ 4 ประการของกองทัพในการป้องกันตามแนวชายแดน ทหารสามารถดำเนินยุทธวิธีในพื้นที่ชายแดนไทยได้ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายตามกฎของกระทรวงกลาโหม

 เมื่อถามถึงกรณีที่ทหารกัมพูชามีการเตรียมอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กอยู่บนรถจิ๊ฟ เพื่อโจมตีไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นที่จะมีนิวเคลียร์อยู่บนรถ เป็นไปไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ทหารยังคงอยู่ปฏิบัติภารกิจตามจุดที่เคยได้ดำเนินการอยู่ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงจากตรงนี้ก็เป็นเรื่องรัฐบาลที่ต้องสั่งการมาให้ชัดเจน

 

"นัมฮง"บินลุ้นคดีศาลโลก-ประชุมอาเซียนต่อ

           ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกัมพูชา ว่า เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ ระบุว่า นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา จะเป็นผู้นำคณะของทางการกัมพูชาเดินทางฟังคำตัดสินกรณีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวที่กัมพูชาได้ร้องขอต่อศาลโลกระหว่างการพิจารณาตีความพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารในคำพิพากษาปี 2505 ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 18 ก.ค.นี้

           เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว ทางคณะนำโดยนายนัมฮง จะเดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 44 หรือเอเอ็มเอ็ม การประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา หรือพีเอ็มซี และการประชุมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน-แปซิฟิก ครั้งที่ 18 หรือเออาร์เอฟ ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 19 - 23 ก.ค.นี้ด้วย ซึ่งในการประชุมดังกล่าวประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ จะเดินทางไปเข้าด้วย

 

"กษิต"เตรียมนำคณะฟังคำตัดสินศาลโลกเช่นกัน

           นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะนำคณะ อาทิ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมสนิสัญญา อธิบดีกรมสารนิเทศ เจ้าหน้าที่หรมเอเซียตะวันออก กรมแผนที่ทหาร อัยการสูงสุด กรมศิลปากร กองทัพบก  เดินทางไปยังกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ได้นัดทั้งไทยและกัมพูชา ไปรับฟังคำตัดสิน กรณีกัมพูชายื่นคำร้องขอให้ศาลโลกพิจารณาออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ในวันที่18 กรกฏาคม นี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยนายกษิต จะออกเดินทางจากประเทศ ในวันเสาร์ที่ 16 ก.ค.นี้

           นายธานี กล่าวว่า ตนไม่อยากคาดการณ์แน้วโน้มว่าคำตัดสินของศาลจะออกมาในลักษณะใด  แต่ก็คงเป็นไปได้ใน3แนวทาง คือ 1. ศาลโลกจะรับคำร้องของกัมพูชาและออกมาตรการชั่วคราว 2.ศาลโลกอาจพิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่นอกเหนือการพิจารณาของศาล จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกมาตรการชั่วคราว และ3. ศาลโลกอาจจะมีคำสั่งให้ทั้งไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามภารกิจร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อศาลมีการพิจารณาแล้วจะอธิบายถึงคำตัดสินว่าเป็นในลักษณะใด  ทั้งนี้ไทยย้ำว่าเรื่องเขตแดนไม่ได้อยู่ในอำนาจการตัดสินของศาล

           อย่างไรตามที่ศาลจตัดสินในวันที่18 ก.ค.นี้เป็นการตัดสินในเรื่องการออกมาตราการคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับกรณีที่กัมพูชาร้องขอให้ขยายความเรื่องอาณาเขตปราสาทพระวิหาร จากความคำพิพากษา ปี 2505 แต่อย่างใด โดยเรื่องนี้ ศาลยังไม่ได้นัดทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูลกับศาลในเรื่องดังกล่าว ซึ่งอาจใช้ระยะเวลา1-2 ปี

 

กต.พร้อมแจงข้อพิพาท"ไทย-เขมร"ต่อเวทีอาเซียน

        นายธานี  กล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 44 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 19 - 23 กรกฏาคมนี้ ว่า ในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้  ในส่วนของไทย มี นางจตริยา ปิ่นทอง รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเข้าร่วมการประชุม แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไทยพร้อมให้ความกระจ่างหากที่ประชุมหยิบยกประเด้นข้อพิพาทไทย-กัมพูชา และสอบถามถึงความคืบหน้า ซึ่งสามารถชี้แจงได้ว่าที่ผ่านมามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา อาทิ การส่งเจ้าหน้าที่จากสถานทูตอินโดนีเซียลงดูพื้นที่ สำหรับเตรียมการให้กับคณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียมาประจำยังพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชา รวมไปถึงผลคำตัดสินของศาลโลกกรณีที่กัมพูชยื่นขอให้ศาลโลกออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ปราสาทพระวิหาร ที่จะได้ทราบผลในวันที่ 18 ก.ค.

 

"สุรเกียรติ์"แนะรบ.ใหม่รอบคอบถอนตัวมรดกโลก

           ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวเรียกร้องรัฐบาลใหม่พิจารณาการแสดงเจตนารมณ์ของนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรณีประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ และการถอนตัวออกจากอนุสัญญามรดกโลก โดยขอให้หยิบยกเรื่องนี้มาดำเนินการอย่างรอบคอบ

           พร้อมทั้งขอให้กระทรวงต่างประเทศเปิดเผยแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ที่เสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อให้นักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ ได้ร่วมพิจารณาวางยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลวางยุทธศาสตร์โน้มน้าวสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ และประเทศที่มีอนุสัญญาฯ 187 ประเทศ ได้เห็นถึงข้อเท็จจริงว่าแผนดังกล่าวล่วงล้ำผลประโยชน์ของประเทศไทยหรือไม่ โดยเห็นว่าการเป็นสมาชิกต่อไป จะส่งผลดีต่อการรักษาสิทธิ์และรู้ถึงความเป็นไปของการประชุม ว่าหากส่วนไหนรุกล้ำก้ำกึ่งอธิปไตยของไทยก็มีส่วนคัดค้านได้