ข่าว

สุเทพโต้เฉลิมเดือดว่ามาร์คมือเปื้อนเลือด

สุเทพโต้เฉลิมเดือดว่ามาร์คมือเปื้อนเลือด

22 เม.ย. 2552

"เฉลิม อยู่บำรุง" กล่าวหานายกฯอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดจากการสลายม็อบมีผู้เสียชีวิต และออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฎหมาย "สุเทพ" โต้กลับไม่เป็นความจริงยันสลายม็อบไม่มีผู้เสียชีวิตแล้วจะบอกว่ามือเปื้อนเลือดได้อย่างไร

ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปเพื่อแก้วิกฤติบ้านเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำวีซีดีการใช้อาวุธปืนและกระสุนปลอมมาเปิดเผยในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงการใช้อาวุธปืนและกระสุนปลอมของฝ่ายทหารต่อการชุมนุม แต่ยอมรับว่ามีการแจกจ่ายกระสุนจริงให้ฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นระดับผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่จะใช้ยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่และสลายการชุมนุม

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ชี้แจงเพิ่มเติมถึงการดูแลควบคุมกำลังพลภายใต้คำสั่งที่รัดกุมและรอบคอบที่สุด พร้อมปฏิเสธว่า ทหารไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง

"เหลิม"หลุดปาก"อริสมันต์"หนีแล้ว

 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า หลังปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 มีการตั้งกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินขึ้น โดยตั้งคนเป็นศัตรูกับ พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมาเป็นคณะกรรมการ มีการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้าม ก่อความขัดแย้งขึ้นในสังคม มีการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไม่เป็นธรรม

 "นายอภิสิทธิ์บอกเป็นนายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยถูกต้อง ใช่ แต่มันไม่ชอบธรรม เสียศักดิ์ศรี ไม่อับอายหรือ ไปแอบอ้างสมัยรัฐบาลนายชวน มันคนละประเด็นกัน สมัยนายชวน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออก แต่ก่อนหน้านั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงแพ้ 1 คะแนนต่อพรรคความหวังใหม่ แต่นายชวนไม่แย่งตั้งรัฐบาล พอ พล.อ.ชวลิตลาออกไปถึงไปจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ขี้เหร่ นายอภิสิทธิ์ต้องรู้สำนึกตัวเอง มาจากไหน เสื้อแดงที่มาชุมนุมเพราะเขาเลือกพวกผมเป็นรัฐบาล ไม่ใช่พวกคุณที่ฉกชิงวิ่งราวมา" ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ

 ระหว่างการอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิมยังหลุดปากว่า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หลบหนีไปแล้ว เพราะรู้ว่าจะถูกถอนประกัน หลังจากได้ประกันตัวเมื่อเร็วๆ นี้ คดีนำม็อบเสื้อแดงบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เพื่อล้มการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน

ซัดพ.ร.ก.ทำชาติเจ๊ง-ท้าแน่จริงอย่าเลิก

 ร.ต.อ.เฉลิมยังตำหนิการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ คนแรกที่ทำลายบรรยากาศประชาธิปไตย ทำลายเศรษฐกิจของชาติยับเยิน ไม่รู้ว่าใช้ส่วนไหนของร่างกายคิด เพราะเป็นการสร้างหายนะให้แก่ประเทศอย่างมาก ไม่สามารถประเมินค่าได้

 "แน่จริงอย่าเลิก คงไว้สิ ประเทศจะได้ฉิบหายมากกว่านี้ แม้แต่ประเทศจีนยังสั่งห้ามคนของเขามาเที่ยวประเทศไทย เพราะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

สุเทพโต้เหลิมปัดรัฐบาลมือเปื้อนเลือด

 นายสุเทพลุกขึ้นชี้แจงว่า การที่นายกฯ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เป็นเพราะมีความจำเป็น การบอกว่ายังไม่มีสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นใน กทม.นั้น เป็นการพูดไม่จริง เพราะเมื่อวันที่ 12 เมษายน ตำรวจจับกุมนายอริสมันต์ได้ กำลังนำตัวไปฝากขัง ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ก่อการประมาณ 2,000 คน เคลื่อนย้ายไปปิดล้อมศาลอาญา เพื่อบีบให้ปล่อยตัวนายอริสมันต์ ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง นอกจากนั้นยังมีการปิดจราจรที่ดินแดงและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ แต่เป็นการใช้อำนาจล่วงเกินสิทธิคนอื่น ไปคุกคามศาล คุกคามเจ้าหน้าที่ ขัดขวางการใช้ชีวิตสัญจรของประชาชน ทำให้คนตกใจทั้งบ้านทั้งเมือง รัฐบาลพยายามอดทนอดกลั้น แต่เมื่อเห็นว่ากำเริบเสิบสานเข้ามาก่อการใน กทม. รัฐบาลจึงไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ มีการปรึกษากฤษฎีกา และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล

 นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นที่พัทยา ที่ม็อบบุกเข้าไปในโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ร.ต.อ.เฉลิม บอกม็อบเข้ามาแล้ว ออกไปแล้ว จะประกาศ พ.ร.ก.ทำไม ขอเรียนว่า ที่จำเป็นต้องประกาศ ก็เพื่ออารักขาคุ้มครองผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางกลับอย่างปลอดภัย เพราะเป็นความรับผิดชอบของคนไทยและรัฐบาลไทย

 นายสุเทพกล่าวว่า การจับกุมนายอริสมันต์นั้น เพราะทำผิดกฎหมายอาญา ปลุกปั่นประชาชนก่อความไม่สงบ การที่ตำรวจจำเป็นต้องนำนายอริสมันต์ขึ้น ฮ.ไปค่ายนเรศวรมหาราช เพราะเห็นพฤติกรรมผู้ชุมนุมต้องการแย่งชิงผู้ต้องหา ไม่ได้แอบเอาไปขังที่ไหน เราไม่ได้ปฏิบัติเกินเลยจากที่กฎหมายให้อำนาจไว้แต่อย่างใด

 นายสุเทพกล่าวว่า ที่ ร.ต.อ.เฉลิมบอกว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำการรุนแรง รัฐบาลอภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือดนั้น การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำให้ใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่นายกฯ มือเปื้อนเลือดอย่างที่กล่าวหา การบอกว่ามีเจ้าหน้าที่ไปจิกหัวผู้หญิงที่แยกดินแดงนั้น ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องผู้ชายทะเลาะกับผู้หญิงเสื้อแดง เป็นเรื่องของพลเรือนกับพลเรือน ทหารไปช่วยแยก มีภาพที่พิสูจน์ได้ ที่บอกเจ้าหน้าที่ทารุณจึงไม่ใช่

คมนาคมโต้สร้างสถานการณ์เผารถเมล์

 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีเผารถเมล์และถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นคนสร้างสถานการณ์ ว่า ไม่เป็นความจริง การเผารถเมล์เกิดขึ้นวันที่ 13 เมษายน ที่ถนนราชปรารภ การเผารถเมล์เกิดขึ้นจากสถานการณ์ชุมนุม วันที่ผลักดันจากฝ่ายทหาร ทำให้ผู้ชุมนุมถอยร่นลงมา เมื่อเจอรถเมล์ขวางหน้าจึงจุดไฟเผา การเผารถ ขสมก.13 คัน รถร่วม 9 คัน ถ้าเป็นการสร้างสถานการณ์ กระทรวงคมนาคมจะไปเอารถเอกชนมาเผา เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ส.ว.ขู่วอล์กเอาท์ฉุนจาบจ้วงประสพสุข

 ในช่วงค่ำมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น หลังจากนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นชี้แจงว่านายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ฝากข้อความทางโทรสารมาให้ตนชี้แจงในสภา จนทำให้นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่านายอริสมันต์มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และต่อไปมาตรฐานของสภาคือหากใครฝากข้อความมาให้อ่าน ก็อนุญาตอย่างนั้นหรือ แต่ประธานฯ ขณะนั้น คือนายประสพสุข บุญเดช วินิจฉัยให้นายวิชาญ ได้พูดต่อ 2 นาที ซึ่งนายวิชาญก็ได้พยายามอ่านข้อความที่นายอริสมันต์ฝากมา แต่ถูก ส.ส.ประชาธิปัตย์ ประท้วงตลอดเวลา กระทั่งหมดเวลา 2 นาที นายประสพสุขจึงให้นายวิชาญนั่งลง และให้เอกสารมาให้ทางสภาฯ ต่อไป

 ต่อมานายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประท้วงประธานฯ ขอใช้สิทธิชี้แจงกรณีถูก ร.ต.อ.เฉลิม พูดพาดพิงเรื่องม็อบที่ จ.กระบี่ แต่นายประสพสุขไม่อนุญาตให้พูด นายพิเชษฐจึงได้ตำหนิการทำหน้าที่ประธานฯ ของนายประสพสุขว่า วินิจฉัยโดยไม่มีสติ  ไม่ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง จนทำให้นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ ส.ว.สรรหา ลุกขึ้นมาประท้วงให้นายพิเชษฐถอนคำพูด

 ต่อมานายประสพสุข ได้วินิจฉัยว่าตัวเองทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว และให้นายพิเชษฐนั่งลงและปิดไมค์ แต่นายพิเชษฐ ยังคงประท้วงการทำหน้าที่ของนายประสพสุขต่อ จนทำให้นายสุพจน์ ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง และประกาศจะนำ ส.ว.วอล์กเอาท์ออกนอกห้องประชุมเพื่อประท้วง ส.ส.ที่พูดจาบจ้วงประธานฯ

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ได้ลึกขึ้นอภิปรายอีกครั้งโดยกล่าวสรุปในวันที่ 23 เม.ย.ครั้งเดียว แต่ยืนยันว่าจะสรุปข้อเสนอแนะต่างๆนำไปแก้ไข