ข่าว

มาร์คเชื่อพท.เล็งแก้รธน.หวังนิรโทษ

มาร์คเชื่อพท.เล็งแก้รธน.หวังนิรโทษ

13 ก.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"เชื่อเพื่อไทยเล็งแก้รธน.ใช้ปี 40 หวังผลนิรโทษกรรม เตือนสติปชช.เลือกมาแก้ปัญหาประชาชนไม่ใช่ทำเรื่องนี้ ย้ำชนะเลือกตั้งได้ก็เป็นเพราะรธน.ปี50

           เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 13 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เสนอให้ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้เลือกระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กับรัฐธรรมนูญปี 25540 มาเป็นหลักในการแก้ไขว่า ตนเรียนตรงๆที่จะต้องหยิบเอารัฐธรรมนูญปี 2540 เอาอะไรขึ้นมา ความจริงไม่ได้มีเหตุผลในตัว เพราะว่าเราอยากจะปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรรัฐสภาสามารถที่จะดำเนินการได้ แล้วทำไมต้องมาจำกัดสิทธิของประชาชนคนไทยว่าต้องยึดอยู่กับฉบับใดฉบับหนึ่ง ทุกฉบับมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนสามารถที่จะปรับปรุงกันไปได้

            “ผมมองว่าคนที่คิดเรื่องที่จะต้องเอาปี 40 มานั้นมีเป้าหมายอย่างเดียวคือต้องการจะลบล้างบางมาตราในปี 50 เพื่อหวังผลให้เกิดการนิรโทษกรรม ถ้าจะทำอย่างนั้นไม่ถูกต้อง และอย่างเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาอ้าง ถ้าอยากแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรนูญมันทำได้อยู่แล้วในเนื้อหาสาระที่ควรจะแก้ไข ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าการเมืองเห็นแก่ประโยชน์ตัวเองมากกว่าประโยชน์ประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ทางสังคมต้องตรวจสอบกันให้ชัด คำถามแรกคือทำไมต้องไปจำกัดตัวเองอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 2540 ในเมื่อรัฐธรรมนูญปี 2540 ทุกพรรคการเมือง รวมถึงพรรคไทยรักไทยด้วยเคยบอกว่าต้องแก้ไขกันครั้งใหญ่หลังจากที่มันเกิดปัญหาขึ้นในช่วงปี 2548 - 2549 ชัดเจน และมีบางบทบัญญัติเราเห็นชัดมีการจำกัดสิทธิ์คนที่ไม่จบปริญญาไม่ให้สมัครผู้แทนอะไรต่างๆทำไมต้องไปยึดกับสิ่งเหล่านั้น ดังนั้นถ้าอยากแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญประเด็นไหนที่เห็นว่ายังไม่เป็นประชาธิปไตย จะต้องปรับปรุงก็ว่ากันไปตามปกติ

            เมื่อถามว่าการซ่อนเรื่องการนิรโทษกรรมไว้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันจะทำให้เกิดปัญหารอบใหม่กับสังคมไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ การที่จะพยายามลบล้างคำพิพากษาของศาลมีปัญหาแน่

 “ผมยืนยันว่าอย่าไปทำเลย วันนี้พรรคเพื่อไทยได้รับฉันทานุมัติให้เข้ามาเร่งผลักดันนโยบายต่างๆ แก้ปัญหาที่ประชาชนมีความคาดหวังให้เดินต่อไป ถ้าเอาเรื่องพวกนี้เข้ามาการทำงานจะมีแต่ปัญหา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

            เมื่อถามว่า คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีจะสามารถข้ามพ้นผลประโยชน์ของพี่ชายตัวเองได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องทำให้ได้

             เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อมาตรา 309 ควรจะแก้ไขหรือไม่อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรานี้มันไม่มีประเด็นอะไรแล้ว คือถ้าอยากจะแก้ไขรัฐธรรนูญต้องพูดกันให้ชัดว่าประเด็นไหนที่ยังติดใจอยู่ การไปพูดถึงว่าปี 2540 หรือปี 2550 นั้นไม่เข้าใจว่ามันมีหลักคิดในแง่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญอย่างไร เมื่อถามว่า ไพ่ใบสุดท้ายที่จะทำประชามติมาเป็นหักล้างทุกอย่างจะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากย้ำว่าในระบบของการบริหารบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอำนาจของแต่ละฝ่ายนิติบัญญัติบริหารตุลาการจะกำหนดบทบาทขอบเขตอำนาจหน้าที่เอาไว้คานซึ่งกันและกัน การทำอะไรที่ถูกหรือผิดกฎหมายมันเป็นเรื่องที่ฝ่ายตุลาการเป็นฝ่ายตัดสิน การพยายามที่จะเอาเสียงของประชาชนหรือคะแนนนิยมต่างๆมาเพื่อลบล้างมันไม่ถูกหลัก ไม่เช่นนั้นต่อไปนี้ใครที่ประชาชนนิยมก็ทำผิดกฎหมายได้อย่างนั้นหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่หลักของการดูแลให้เกิดมาตรฐานเดียวกันในบ้านเมือง

            เมื่อถามว่า ในทางกฎหมายสามารถที่จะแก้รัฐธรรมนูญหรือออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อลบล้างคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังนึกไม่ออกต้องดูว่าคนที่คิดจะเสนอรูปแบบไหนและเป็นไปได้จริงหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆเราก็สร้างปัญหาให้กับตัวเอง ทำไมเราไม่ก้าวให้พ้นสิ่งเหล่านี้และเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน

            เมื่อถามว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจถ้าจะยกร่างทั้งฉบับทำไมต้องไปถามเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2540 กับ 50 เมื่อถามต่อว่า รัฐธรมนูญปี 2550 มาจากเผด็จการทหารหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงไหนที่เป็นปัญหาก็แก้ได้ทำไมต้องกลับไปเป็นปี 2540  คือ พรรคเพื่อไทยและพลังประชาชนเองก็ยอมรับรัฐธรมนูญปี 2550 ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้ง และ กติกาไหนเป็นประโยชน์ต่อตัวเองไม่เห็นติดใจเลย แต่ตรงไหนไม่พอใจก็ไปอ้างมาจากคมช.มันคงไม่ใช่

            เมื่อถามว่า จะกลายเป็นประเพณีหรือไม่ว่าฝ่ายใดเข้ามามีอำนาจก็จะแก้รัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องที่จะแก้เป็นประเพณี มันเป็นเรื่องเนื้อหาสาระแต่ละเรื่องที่จะต้องแก้ไข ตอนที่รัฐบาลประชาธิปัตย์แก้มีแค่ 2 เรื่อง คือ มาตรา 190 ที่เป็นเรื่องเทคนิคและเรื่องระบบเลือกตั้งที่เป็นเรื่องสากล และตนต้องถามเพียงแค่ว่าตอนนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร

            “พรรคเพื่อไทยเองเพิ่งได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการชนะการเลือกตั้ง มีสิทธิ์มีอำนาจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าหากมีวาระเรื่องนิรโทษกรรมผมยังเตือนอยู่ว่ามีมันเป็นตัวที่สร้างปัญหาการเมืองไม่จบ ก้าวให้พ้นเดินหน้าทำงานให้ประชาชนดีกว่า”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

            เมื่อถามว่า เหตุผลของนายมานิต จิตจันทร์กลับ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ออกมาอ้างหากไม่แก้รัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบอีกครั้ง และควรยุบองค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าจะแก้ประเด็นยุบพรรคเสนอมาได้ ไม่มีปัญหา ทำไมต้องรื้อทั้งฉบับ และพยายามให้มีผลย้อนหลังไปในเรื่องนิรโทษกรรม ส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคแต่เห็นด้วยกับการลงโทษกรรมการบริหารพรรค

            เมื่อถามว่า แต่พรรคเพื่อไทยใช้วิธีเคลื่อนไหวทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเดินหน้านโยบายไปด้วยจะทำให้ประชาชนสับสนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอก วันนี้ประชาชนสังคมมองออกว่าใครจะทำอะไร ดังนั้นอยากให้เร่งเตรียมผลักดันนโยบายมากกว่าเพราะหลายนโยบายไม่ง่ายในการที่จะผลักดันในเวลาอันสั้นตามที่สัญญาเอาไว้ ใช้เวลาทุ่มเทตรงนี้ดีกว่า

             เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ยากบอกว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่จะมาว่ากันทีหลังได้ เมื่อถามอีกว่า ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดจะศักดิ์สิทธิ์เท่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพูดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ก็คนหนึ่งคิดคนหนึ่งทำ"