ข่าว

นักเศรษฐศาสตร์อัดค่าแรงขั้นต่ำเสี่ยงธุรกิจหยุดชะงัก-เงินเฟ้อ

นักเศรษฐศาสตร์อัดค่าแรงขั้นต่ำเสี่ยงธุรกิจหยุดชะงัก-เงินเฟ้อ

13 ก.ค. 2554

นักเศรษฐศาสตร์มช. อัดนโยบายประชานิยมทำคนเคยตัว หวั่นเครดิตชาวนาซ้ำรอยกยศ. ขณะที่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300บาท เสี่ยงหลายอย่างเชื่อเงินเฟ้อสอดรับค่าแรง

          ผศ.ดร.นิสิต พันธมิตร อาจารย์ประจำคณะเศรษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นโยบายประชานิยมเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้เข้าถึงฐานเสียงได้อย่างแท้จริง หลายพรรคการเมืองจึงนำเอามาเป็นจุดขายในการหาเสียง เรียกคะแนนนิยม

          ทุกพรรคการเมืองจึงใช้เป็นประเด็นหลักในการหาเสียง จะไปกล่าวโทษพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายที่เข้าถึง  แต่หลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็มักให้งบประมาณเน้นหนักเรื่องของวัตถุ  สำหรับนโยบายพรรคเพื่อไทยว่าที่รัฐบาลใหม่  อาทิ บัตรเครดิตชาวนา ตนเองมองว่าเป็นเรื่องการตลาดต้องการดึงคนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วนำบัตรไปใช้จ่าย ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เกษตรกรมีหนี้เรื้อรังเพิ่มมากขึ้น

          หากรัฐบาลไม่ได้กำหนดเงื่อนไขหรือการคัดครองผู้รับบัตรเครดิตอย่างรัดกุมเกรงว่าจะซ้ำรอยกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยใช้คืนหลังจากจบการศึกษา แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เป็นไปตามนั้นนำมาซึ่งการฟ้องร้องจำนวนมาก

          ผศ.ดร.นิสิต กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่เป็นประเด็นอย่างมากตอนนี้ ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน จะรับได้หรือไม่หากต้นทุนเพิ่มเกือบ 100% ในขณะที่กำไรลดลง เสี่ยงขาดทุนมากขึ้น ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก

          เนื่องจากต้นทุนแรงงานเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น อาจทำให้เกิดการไหลทะลักของแรงงานจากเพื่อนบ้าน เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับค่าแรงขั้นต่ำได้ จึงหันไปใช้แรงงานเพื่อนบ้านแทน เพราะมีราคาถูกกว่า และจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากทั้ง การแย่งงานคนในพื้นที่ อาชญากรรม โรคระบาด ยาเสพติด

          นอกจากนี้ ยังนำมาซึ่งการชะลอการจ้างงาน ของผู้ประกอบการในช่วงที่ยังไม่มีความแน่นอนเรื่องการขึ้นค่าแรงค่าจ้าง ความไม่แน่นอนของกฎหมาย ทั้งยังอาจสร้างความไม่มั่นใจจนก่อให้เกิดการชะลอการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจที่เน้นหนักการใช้แรงงานอาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่มีค่าแรงถูกกว่า นอกจากจะต้องการแรงงานที่มีทักษะจริงๆ จึงยอมแบกรับภาระที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 

          "ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งค่าแรงขั้นต่ำจะมีโอกาสปรับขึ้นไปที่ 300 บาท ทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการ สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้เชื่อว่าต้องมีเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่ได้บอกไว้ในการหาเสียง เพราะการหาเสียงเป็นเพียงวลีที่เอ่ยขึ้น แต่แท้จริงแล้วจะมีดอกจันทร์ คำเตือนขยายความตามมาแต่ยังไม่ได้กล่าวถึง ต้องรอดูว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร

          ทั้งนี้ หากขึ้นค่าแรงจริงจะเป็นการชักจูงให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าวิ่งขึ้นไปสอดรับค่าแรงที่สูงขึ้น เหมือนราคาน้ำมันขึ้น สินค้าขึ้นราคาทั้งๆ ที่ยังไม่เกี่ยวข้องกับต้นทุนที่แท้จริง" ผศ.ดร.นิสิต กล่าว