
'ชวน'ค้านพท.นำรธน.40ใช้แทน50
ชวน ไม่หนุนทำประชามติเสียบรัฐธรรมนูญ40 ใช้แทน 50 แนะถ้าสุดกลั้นจะแก้ ต้องมีกรรมการกลางยกเครื่องใหม่ทั้งฉบับ กรีดกฎหมายไม่เคยมีปัญหาแต่เหลวเพราะคนใช้ ไชยวัฒน์ยื่นร้องกกต.ยุบ6พรรคการเมือง
เมื่อเวลา 09.30 น. 13ก.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นอนพักรักษาตัวที่อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิตติ์ รพ.รามาธิบดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเสนอให้มีการทำประชามติเปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และ 50 ว่า เรื่องนี้แล้วแต่ความเห็น แต่พวกตนเห็นตรงกันว่าตอนที่แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งสุดท้ายตนยังมีความเห็นว่าอยากให้พิจารณาทั้งฉบับ โดยมีองค์กรหรือชุดของคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบไปด้วยบุคคลหลายฝ่าย ผู้ที่มีประสบการณ์มีความรู้ เข้ามาพิจารณา แม้กระทั่งนักการเมืองก็อย่าไปตั้งข้อรังเกียจต้องดึงมาร่วมด้วย
ส่วนทฤษฎีก็ต้องอาศัยนักวิชาการเพราะอาจจะทำให้รัฐธรรมนูญสั้นลงและมีความสมบูรณ์ขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยมีประสบการณ์ประชาธิปไตยมา 79 ปี เลือกตั้งมา 20 ครั้ง มีรัฐบาลมากว่า 50 ชุด น่าจะมีข้อสรุปว่าภาพรวมของบ้านเมืองเป็นอย่างไร โดยที่ทั้งหมดต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 3-6 เดือน และพรรคเพื่อไทยจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้สนใจ
นายชวน กล่าวว่า แต่รัฐธรรมนูญต้องเป็นโครงสร้างหลักที่เรายึดตามการปกครองของระบบรัฐสภา เราเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้และวัฒนธรรมของการปกครองแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรามีเป็นพันปีแล้ว ตามหลักสากลฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และตุลาการจะมีการคานอำนาจกัน ดังนั้นเรื่องนี้อย่าไปถือว่าเป็นเรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง ต้องมีคณะบุคคลที่รอบรู้หลากหลายและเชื่อมั่นในระบบนี้ ไม่ให้รัฐธรรมนูญไขว้เขว้
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องประชามติไม่ได้มีความจำเป็น แต่ต้องอาศัยคนที่มีความรอบรู้ กว้างขวางเป็นตัวแทนของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณา และควรจะมองให้สมบูรณ์ทั้งฉบับดีกว่า อย่าไปมองเฉพาะเรื่อง แต่อย่าไปเข้าใจว่าตัวรัฐธรรมนูญมีปัญหาทั้งหมดเพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลักปกครองบ้านเมืองย่อมมีความสำคัญ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพราะผู้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญที่วิกฤติที่สุดในโลกในยุคระบบทักษิณก็ไม่ใช่ตัวรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญอาจจะเปิดช่องให้ผู้ปฏิบัติใช้อำนาจมากก็จริง แต่สาเหตุสำคัญคือตัวผู้ปฏิบัติเพราะรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนี้ไม่ได้ใช้รัฐบาลเดียว แต่อย่างน้อย 2 รัฐบาล แต่กลับปรากฏว่าผลที่เกิดขึ้นต่างกัน นั่นมาเพราะพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติ
เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนจะกลับไปสู่ปัญหาเดิมคือคนที่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว นายชวน กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ตนมองในเชิงโครงสร้างของบ้านเมืองที่ควรจะเป็นและกฎหมายหลักที่ควรจะเป็น ไม่ใช่กฎหมายเล็กที่ใครมาก็ต้องมาแก้ทีหนึ่ง
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีเจตนาชัดเจนว่าจะเอารัฐธรรมนูญปี40 กลับมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคดีความต่างๆ นายชวน กล่าวว่า เราจะไม่พูดเรื่องผลของคดี เพราะไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม ไม่ควรจะเป็นผลกระทบต่อคดีที่เกิดขึ้น และต้องไปดูว่าใครที่คิดที่จะเอากฎหมายรัฐธรรมนูญมาล้มล้างความผิดในอดีตของบุคคล ต้องไปถามคนคิดสิ่งเหล่านี้ว่าเอาหลักอะไรมา
เมื่อถามว่า นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พูดชัดเจนว่าการยกเลิกมาตรา 309 จะส่งผลเรื่องของคดี รวมถึงการยกเลิกมาตรา 237 จะทำให้พรรคการเมืองไม่ต้องถูกยุบ นายชวน กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น เป้าหมายการแก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อผลประโยชน์ของพรรค ไม่ใช่เพื่อส่วนรวม
เมื่อถามว่า คิดว่าจะเป็นวิกฤติรอบใหม่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ถ้ามองประโยชน์ตัวเองก็จะทำให้เกิดวิกฤติรอบใหม่ได้ แต่ถ้ามองประโยชน์ของการทำรัฐธรรมนูญให้เป็นมาตรฐานเป็นหลักของการปกครองบ้านเมือง เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี50 มาจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จึงยอมรับไมได้ คิดว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะแก้ไขหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องไปถามเขา เช่นเดียวบทบาทของพรรคพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นอย่างไร คงต้องไปถามกรรมการบริหารพรรค ตนพูดในฐานะความเห็นส่วนตัว และอาจจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้รัฐธรรมนูญมามากกว่าใครเพื่อน
“ไชยวัฒน์”ยื่นร้องกกต.ยุบ6พรรคการเมือง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายกไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. และกกต.ทั้ง 4 คน ให้พิจารณาตรวจสอบยุบพรรคการเมือง 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล เนื่องจากทั้ง 6 พรรคนี้ปล่อยให้บุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองเข้ามามีบทบาท รวมทั้งทำตัวกระทำตัวเปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานเพิ่มเติมที่พรรคเพื่อไทย เป็นพวกเดียวกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาเคลื่อนไหวเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้สรุปข้อมูลเบื้องต้นว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ผิดกฎหมาย และศาลอาญามีการตัดสินให้จำคุกการ์ดนปช. รวมทั้งที่พรรคเพื่อไทยส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และบุคคลดังกล่าวนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ ที่ระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ส่งเงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2552-2553 ซึ่งมีความผิดปกติของเส้นทางการเงินในระหว่างนั้นถึง 315-516 ล้านบาท ข้อมูลเหล่านี้กกต.สามารถขอตรวจสอบหลักฐานได้จากดีเอสไอ
“ ผมขอให้กกต.เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้เพราะมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และเป็นปฏิปักษ์ หากกกต.รับรองการเลือกตั้งให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาจะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ผมจำเป็นต้องมายื่นเรื่องเพื่อให้ทันต่อเวลา รวมทั้งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่กกต.จะตัดสินใจอย่างกล้าหาญ” นายไชยวัฒน์ กล่าว
นายไชยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หลังจากนี้ทางกลุ่มจะเดินทางไปยื่นเรื่องกับประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนกกต.ทั้งสุด เนื่องจากกกต.ปล่อยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนกว่า 2 ล้านคนต้องเสียสิทธิการเลือกตั้ง นอกจากนี้จะไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบทรัพย์สินของกกต. 5 คน เนื่องจากมีคำร่ำลือ ว่าการเดินทางไปต่างประเทศของกกต.อาจได้ผลตอบแทนอะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยติดใจจึงอยากให้มีการตรวจสอบว่ามีอะไรงอกเงยขึ้นมาหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาเกินจริง



