
งานเลี้ยงที่ถึงคราเลิกราของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ (2)
ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแดนผู้ดีอังกฤษ แต่รีเบกาห์ บรู้กส์ กระบี่มือหนึ่งในสังกัดอาณาจักรสื่อของรูเพิร์ต เมอร์ด็อก กลับเก็บประวัติของตัวเองเข้าลิ้นชักส่วนที่ลึกที่สุด ไม่เคยเปิดเผยประวัติจริงของเธอให้ใครรู้หรือทิ้งประวัติบางส่วนให
ทุกคนรู้เพียงคร่าวๆ ว่าเธอสนใจอยากจะเป็นนักข่าวตั้งแต่อายุ 14 ปีและได้เดินทางจากบ้านเกิดที่เมืองเชไชร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในกรุงปารีส แต่เธอไม่เคยปริปากว่าจบการศึกษาหรือไม่ หรือไม่ยอมตอบคำถามในข้อนี้ และหลังจากเป็นนักข่าวท้องถิ่นในฝรั่งเศสและอังกฤษได้ระยะหนึ่ง เธอก็มาทำงานที่นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ตอนที่มีอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น จากนั้นก็ก้าวกระโดดครั้งใหญ่จนได้เป็นบรรณาธิการในปี 2543 หรือตอนที่มีอายุแค่ 32 ปี
แต่เธอรั้งตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวสีฉบับนี้แค่ 3 ปี ก่อนจะย้ายไปเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของหนังสือพิมพ์เดอะ ซัน ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของอังกฤษและรั้งตำแหน่งนี้นานถึง 6 ปี
รีเบกาห์ เวด แต่งงานครั้งแรกกับดาราหนุ่มรอสส์ เคมป์ หรือรู้จักกันดีในชื่อของแกรนท์ มิตเชลล์ ในภาพยนตร์เรื่อง "อีสต์เอนเดอร์ส" เมื่อปี 2545 โดยเธอยังคงใช้นามสกุลเดิมอยู่ 7 ปีก่อนจะหย่าร้างกัน
ในปีเดียวกันนั้น เธอก็แต่งงานใหม่กับชาร์ลี บรู้กส์ อดีตครูสอนขี่ม้าแข่ง โดยแขกที่มาร่วมงานแต่งงานนี้มีทั้งนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีและนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก
เพื่อนร่วมงานไม่ใช่น้อยต่างให้ความเห็นว่าการที่เธอไต่เต้าขึ้นมาอยู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงภายในเวลารวดเร็วมาจากการบริหารเสน่ห์ของเธอ ประกอบกับเป็นคนมุ่งมั่นตามข่าวไม่ลดละ โดยตำนานหนึ่งที่ถนนคนข่าวฟลีทสตรีทเล่าขานกันไม่รู้จบก็คือเรื่องที่เธอปลอมตัวเป็นคนทำความสะอาดลอบเข้าไปที่สำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์ส หนังสือพิมพ์คู่แข่ง ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำนานถึง 2 ชั่วโมงก่อนจะเล็ดรอดออกมาพร้อมกับข่าวเจาะพิเศษข่าวใหญ่
และที่ถือเป็นผลงานเกียรติยศและอัปยศของเธอก็คือการเป็นต้นคิดรณรงค์ "แฉชื่อประจาน" บรรดาพวกชอบตุ๋ยเด็กหลังมีการฆาตกรรมซาราห์ เพยน์ สาวน้อยเมื่อปี 2543 จนนำไปสู่จลาจลบุกบ้านของผู้มีชื่อเหล่านั้น ทั้งๆ ที่หลายคนในจำนวนนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ ท้ายสุด รัฐสภาก็ออก "กฎหมายซาราห์" เปิดช่องให้ประชาชนมีสิทธิเข้าไปตรวจสอบผู้มีพฤติกรรมเช่นนี้
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



