ผบ.ทร.สยบข่าวลือ"วันนี้ผมต้องการความสงบ"
ยังคงคาดการณ์กันต่างๆ นานา สำหรับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" คนใหม่ภายใต้นโยบาย ความปรองดอง ที่พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังให้มาเป็นตัวประสาน รอยร้าว ระหว่างกองทัพกับพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ต้องพิถีพิถันสรรหาผู้เหมาะสมกันมากหน่อย
กระแส “โยนหินถามทาง” ก็เป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่ "พรรคเพื่อไทย" นำมาใช้ในช่วงระหว่างการคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" แม้ว่าตัวชี้ขาดจะอยู่ที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียวก็ตาม
แต่การใช้กระแส “โยนหินถามทาง” มาเป็นตัวนำร่องก็ไม่ได้เสียหายอะไร กลับดีด้วยซ้ำไป เพราะถือเป็นการเช็กปฏิกิริยาของกองทัพ และผู้บัญชาการเหล่าทัพไปในตัว
โดยเฉพาะ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก ที่พรรคเพื่อไทยจับตาการเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ
แคนดิเดตกว่า 10 คน ที่จะมาช่วงชิงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ นอกจากเครือญาติแล้ว ยังมีผู้บัญชาการเหล่าทัพที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และยังมีบุญคุณที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ยังไม่ได้ทดแทนถูกหยิบยกขึ้นมาช่วงชิงตำแหน่งดังกล่าวด้วย
รวมไปถึงเหล่าบรรดา “เพื่อนพ้อง” เตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" นำมาเป็นตัวสอดแทรกเช่นกัน โดยเฉพาะ "พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี" อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) "พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์" ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ "พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ" ผู้บัญชาการทหารเรือ
โดยเพื่อน ตท.10 ทั้ง 3 คนนี้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากแต่ละคนมีจุดดีและจุดเด่นต่างกันออกไป ล่าสุดคนที่มีชื่อโดดเด่นเป็นประเด็นใหญ่ถึงขั้นมีข่าวลือว่า "ยื่นหนังสือลาออก" จากตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารเรือ" เพื่อเตรียมรับตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่" ก็คือ "พล.ร.อ.กำธร"
เนื่องจาก "พล.ร.อ.กำธร" เป็นผู้ที่มีกิริยาสุขุมลุ่มลึก จึงถือเป็น "เพื่อน" ที่โดนใจ "ทักษิณ" มากที่สุดคนหนึ่ง
จากข่าวลือที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม "ทักษิณ" ต้องเลือก "พล.ร.อ.กำธร" แทนที่จะเป็น "พล.อ.อ.สุเมธ" และ "พล.อ.ทรงกิตติ" เพราะทั้ง "พล.อ.อ.สุเมธ" และ "พล.อ.ทรงกิตติ" ก็ถือว่าคนในกองทัพให้การตอบรับ
โดยเฉพาะ "พล.อ.ทรงกิตติ" ก็ถือว่าเป็น "ลูกรักป๋า" คนหนึ่งเหมือนกัน
แต่ในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองที่ต้องการ “ความปรองดอง” จึงไม่แปลกหาก "ทักษิณ" ตัดสินใจเลือก "พล.ร.อ.กำธร" มาทำหน้าที่นี้
แม้ว่า "พล.ร.อ.กำธร" จะออกมาปฏิเสธว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุย หรือถูกทาบทามจาก "ทักษิณ" ให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ตาม แต่หาก "ทักษิณ" ขอให้ พล.ร.อ.กำธร มาทำหน้าที่เพื่อดูแลปกป้องประเทศชาติ ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นได้เหมือนกัน
เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่า “ขวากหนาม” ที่พรรคเพื่อไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลแบบเต็มตัวยังคงมีอีกหลายด่าน หาก "พล.ร.อ.กำธร" รีบตัดสินใจอะไรลงไปในยามนี้ อาจผิดพลาดได้ เพราะอะไรๆ ก็ไม่แน่นอนเสมอไป และก่อนหน้านี้ "พล.ร.อ.กำธร" ยังถูกมองว่าเป็น “ทหารแตงโม” มาแล้ว
หลังจากที่เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในช่วงที่ผ่านมา เพียงแค่เห็นแย้งว่าไม่ควรที่จะมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น จึงทำให้ถูกมองจากฝ่ายบริหารในแง่ลบมาตลอด
เหตุการณ์วันนั้นลามมาถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่รัฐบาลของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ไม่อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากกองทัพเรือเยอรมัน จำนวน 6 ลำ ตามวงเงินงบประมาณ 7.6 พันล้านบาท ทั้งๆ ที่ "อภิสิทธิ์" ได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะอนุมัติตามที่กองทัพเรือเสนอมา
การกระทำดังกล่าวเหมือนเป็นการ “ตบหน้า” กองทัพเรือเข้าอย่างแรง เพราะกองทัพได้มีการตกลงซื้อ-ขายกับกองทัพเรือเยอรมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้มีเสียงบ่นน้อยอกน้อยใจในโชคชะตาของกองทัพเรือ ที่พยายามผลักดันโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมาถึง 3 ครั้งแล้ว สุดท้ายก็แห้วตลอด
ไม่เหมือนกับเหล่าทัพอื่นที่เสนออะไรมาก็อนุมัติให้ โดยเฉพาะ “บูรพาพยัคฆ์” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันในช่วงนี้ โดยเฉพาะ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถือว่าเป็นพี่ใหญ่แห่ง “บูรพาพยัคฆ์” และมีอำนาจการอนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ
แต่เมื่อ "พล.อ.ประวิตร" ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.นัดสุดท้าย จึงกลายเป็นข่าวลือหนาหูขึ้นมาถึงปัญหา “ขัดแย้ง” ระหว่าง "พล.อ.ประวิตร" กับ "พล.ร.อ.กำธร" มาจนถึงทุกวันนี้ จึงทำให้ถูกมองว่าตอนนี้กองทัพถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว แบบไปคนละทิศคนละทาง
“ผมไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกับ พล.อ.ประวิตร เพราะ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ผมไม่รู้ว่าข่าวที่เกิดขึ้นทำไมถึงเกิดขึ้นมาบ่อยในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่กองทัพ หรือ ผบ.เหล่าทัพ ยังคงเป็นปึกแผ่นในการทำงานแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง” พล.ร.อ.กำธร ระบุ
พล.ร.อ.กำธร ยืนยันด้วยว่า “ผมเจอหน้า รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ก็มีการพูดคุยกันตลอด ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งอะไรเลย ส่วนใครจะมองอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมยืนยันได้เท่านี้ และวันนี้ผมมีจุดมุ่งหมายต้องการความสงบอยู่กับครอบครัว เป็นพ่อบ้านที่ดี เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี นั่นเป็นความฝันสูงสุดของผม”
เมื่อแคนดิเดตที่เหมาะสมที่สุดคนหนึ่งไม่รับ ก็จะต้องติดตามดูว่า "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่" จะเป็นใคร เพราะขณะนี้แหล่งข่าววงในระบุว่า "ทักษิณ" ได้ทำโผ ครม.เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะตำแหน่ง “เจ้าปัญหา” อย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เสร็จแล้วเช่นกัน
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



