
เลียบค่าย : ปลดภาระให้แก่ข้าราชการ
ข่าวว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศนโยบายยกเลิกเก็บเงินจากราคาน้ำมันเบนซิน 91, 95 เข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราว
(มันก็คือบวกจากราคาโรงกลั่นน้ำมันมาขายในราคาปั๊มน้ำมันรีดเงินจากประชาชนผู้ใช้รถยนต์นั่นแหละ) ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป ที่ต้องใช้น้ำมันเบนซิน 91, 95 เนื่องจากไม่อาจใช้แก๊สโซฮอล์ พากันดีใจที่จะลดค่าใช้จ่ายจากภาระการเดินทางเพื่อทำงานหาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน
มีอย่างที่ไหนเก็บเงินจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 เจ็ดบาทเศษ 91 เกือบหกบาท ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ หนึ่งบาทเศษเท่านั้น เพื่อนำเข้ากองทุนน้ำมัน โดยอ้างว่าไว้ชดเชยแก่บริษัทน้ำมันที่ส่งให้ผู้บริโภคแก๊สประเภทต่างๆ และเพื่อรักษาระดับราคามิให้ขึ้นลงมากเกินไป เมื่ออิงราคากับตลาดโลก
กระทรวงพลังงาน โดยสำนักธุรกิจการพลังงาน และคณะกรรมการกองทุนน้ำมัน ที่มีนักการเมืองควบคุมอยู่ คงรู้อยู่แก่ใจว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างความทุกข์ยากแก่ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่ทนใช้รถยนต์รุ่นเก่าที่ต้องใช้น้ำมันเบนซิน 95 หรือหากจำเป็นก็พอจะใช้เบนซิน 91 แทนเท่านั้น เนื่องจากไม่มีเงินซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ (เพราะว่า ราคาน้ำมันแพงจับใจ) รถยนต์อายุ 9-10 ปีขึ้นไปมีจำนวนหลายล้านคัน
น้ำมันเบนซินราคาลิตรละ 43 บาทเศษ สำหรับ 91 และใกล้ 50 บาทต่อลิตรเข้าไปทุกทีสำหรับ 95 (ข้อสำคัญหาเติมยากมาก ไม่ค่อยมีปั๊มน้ำมันเอามาขาย อ้างว่ากำไรน้อยกว่าแก๊สโซฮอล์) ราคามันเพิ่มจากเมื่อ 5-6 ปีก่อนเกือบเท่าตัว ขณะที่รายได้ของข้าราชการและประชาชน "มนุษย์เงินเดือน" เพิ่มไม่ถึง 30% เช่นนี้ ไม่เดือดร้อนกันได้อย่างไร
ขณะที่มีข่าวว่า นักการเมืองใหญ่ และพรรคพวกที่จัดตั้งบริษัทส่งสารเอทานอล เพื่อนำไปผสมน้ำมันเบนซิน ร่ำรวยกันพุงปลิ้น เพราะออกนโยบายเอง กำหนดเปอร์เซ็นต์การผสมเอง แล้วยังกำหนดราคาเอง เพื่อปล้นประชาชนกันตรงๆ มาหลายปีแล้ว ท่ามกลางการสาปแช่งจากข้าราชการที่ต้องประหยัดกันเต็มที่ หวังว่าท่านว่าที่นายกฯหญิงของประเทศไทยจะกล้าหาญพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันเบนซิน 91, 95 ถูกลง เพื่อประชาชนชั้นกลางได้สบายขึ้นบ้าง
ข้อสำคัญ อย่าให้พวกนักการเมืองเลวๆ มาบริหารกระทรวงพลังงานได้อย่างเด็ดขาด
คมพิทักษ์ราษฎร์



