ข่าว

"ม.อีสาน"วุ่นอีกถูกฉกข้อมูลรอบ2

"ม.อีสาน"วุ่นอีกถูกฉกข้อมูลรอบ2

12 ก.ค. 2554

"ม.อีสาน"วุ่นอีกถูกฉกข้อมูลรอบ 2 บุคลากรที่ไม่สนองอำนาจผู้บริหารเก่าทยอยเจอสารพัด ทั้งโต๊ะทำงานถูกยกหนีจากห้อง ข้อมูลสำคัญและ เอกสารงานวิจัยถูกขโมยหาย ขณะที่อธิการคนใหม่เผยเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นการคุกคามและบั่นทอนจิตใจผู้ทำงาน

           เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ต.จตุรงค์ ดรอ่อนเบ้า สารวัตรเวรสอบสวน หัวหน้า สภ.ย่อยบ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลหลักฐานเหตุคนร้ายที่ก่อเหตุบุกขโมยข้อมูลสำคัญ มหาวิทยาลัยอีสาน   ครั้งที่ 2  ที่ห้องกลุ่มสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ ชั้นสองตึกอธิการบดี  หลังจาก ดร.ชีวิน อ่อนละออ อดีต ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์กิจการต่างประเทศ  ได้โทรศัพท์แจ้งว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปห้องทำงานชั้น 2 ตึกอธิการบดี   เพื่อขโมยเอาข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย เอกสารงานวิจัย และยกโต๊ะทำงานออกมา  เหลือแต่ห้องว่างๆ เพื่อข่มขู่หลังจากที่เห็นว่าตนสนิทกับผู้บริหารคนใหม่ ที่ สกอ.แต่งตั้งเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องซื้อขายวุฒิที่อื้อฉาว

            ดร.ชีวิน เปิดเผยว่า สาเหตุของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากเป็นขั้วของอำนาจเก่าที่ถูก สกอ.และคุรุสภาฯ ให้หยุดทำหน้าที่บริหารสถาบันเกิดความเจ็บแค้นและพยามยามแทรกแซงการทำงานของตนมาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาตนไม่สนองอำนาจผู้บริหารชุดเก่าในด้านลบ เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีด้วย ประกอบกับการเสียผลประโยชน์ของบุคคลกลุ่มนี้ จึงทำให้ถูกข่มขู่จากฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ตลอด ทั้งพยายามขัดขวางการทำงาน รวมไปถึงการบีบให้ลาออกจาก  กระทั่งเกิดกรณีคนร้ายบุกเข้าไปในห้องทำงานแล้วทำลายทรัพย์สินส่วนตัว ขโมยข้อมูลสำคัญเอกสารงานวิจัย พร้อมทั้งยกโต๊ะเก้าอี้นั่งทำงานประจำในห้องหายไป เหลือเพียงพื้นพรมและห้องว่างๆไม่ให้ตัวเองสามารถทำงานได้

            ดร.ชีวิน กล่าวอีกว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสิ่งบอกเหตุ เนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 ก.ค.54 ที่ผ่านมา มีทีมงานผู้บริหารชุดเก่าที่เสียผลประโยชน์ ได้พูดต่อหน้าตนว่า ระวังไว้ให้ดีทำตัวแบบนี้ จนเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 12 ก.ค.54 เปิดประตูห้องเข้าไปจึงพบว่า โต๊ะเก้าอี้ และข้อมูลสำคัญหลายอย่าง เอกสารงานวิจัย ถูกขโมยหายไปแต่ในขณะเดียวกัน นั้นจากการตรวจสอบพบว่า ห้องถูกล็อคด้วยกุญแจเอาไว้หนาแน่น ซึ่งคนที่จะเปิดประตูห้องยกโต๊ะที่ทำงานและขโมยเอกสารต่างๆไปได้นั้น จะต้องเป็นคนในที่ถือลูกกุญแจเหมือนกันกับตัวเอง เพราะลูกกุญแจมีทั้งหมด 4 ลูก ดังนั้นก็แสดงว่า คนที่ทำต้องเป็นคนใน  และถูกสั่งการจากผู้บริหารชุดเก่าให้ทำเช่นนั้น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลต่อผลกำลังใจ ตนยังจะทำงานเหมือนเดิม

            ขณะที่ รศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี  ที่ถูกแต่งตั้งมาจาก สกอ.เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่าเป็นการคุกคามและบั่นทอนจิตใจผู้ทำงาน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็กำลังเร่งทำงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ เมื่อมีเหตุนี้เกิดขึ้นก็ลาไม่มาทำงาน เพราะกระทบถึงจิตใจของพวกเขามาก การตรวจสอบออกวุฒิ ป.บัณฑิต ก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะเกิดเรื่องนี้ขึ้นทำให้คนทำงานท้อแท้ อีกทั้งยังคุกคามไปถึงบุคคลากร  ที่รู้จักกับทีมผู้บริหารชุดใหม่ถือว่าแย่มากๆ และคงจะเจออีกมากมาย

           "รั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นทีมงานผู้บริหารใหม่ทั้งหมด ซึ่งคนเหล่านี้ก็ทำงานให้ผม พร้อมกับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับ ม.อีสาน แต่มันยังไม่สามารถที่จะปรากฎผลทันทีเลยทีเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาความสำเร็จมันมีหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาวุฒิ ป.บัณฑิต ที่มีอยู่ 1,000 กว่า รายที่ถูกเพิกถอนไป ก็กำลังดำเนินการแก้อยู่ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.ค.54 ที่ผ่านมาก็แก้ไขรับรองไปอีก 3 ราย ส่วนกลุ่มคนที่ทำนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนต้องเป็นคนกลุ่มเก่าที่เสียผลประโยชน์ หลังจากเจอเรื่องทุจริตซื้อขายวุฒิ ป.บัณฑิต ในขณะนี้"รศ.ดร.สุมนต์ กล่าว

            ขณะที่ พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่ลงมือขโมยข้อมูล   ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเพื่อเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ส่วนจะเป็นใครนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องนำลายนิ้วมือของผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้องในห้องนั้นๆ และอดีตผู้บริหารชุดเก่ามาสอบสวน พร้อมทั้งตรวจสอบเทียบกับลายมือที่เจอในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะขออนุมัติหมายจับในเร็วนี้