ข่าว

'มาร์ค'ไชโยดีใจหลังจบครม.นัดสุดท้าย

'มาร์ค'ไชโยดีใจหลังจบครม.นัดสุดท้าย

12 ก.ค. 2554

'มาร์ค' ไชโยดีใจหลังจบ ครม. นัดสุดท้าย ฝากรัฐบาลใหม่สานต่อโครงการประกันรายได้

          (12 ก.ค.54) เวลา 08.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางมาเปิดตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)ที่ได้รับการปรับปรุงและทาสีใหม่ โดยมีนายอำพน กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง

          ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เดินเยี่ยมชมภายในอาคารดังกล่าว พร้อมพบปะพูดคุยและขอบคุณข้าราชการที่ได้ร่วมงานอย่างไรก็ตามมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะสุภาพสตรีพากันเข้ามามอบดอกไม้ ขอถ่ายรูปคู่ และขอลายเซ็นต์นายอภิสิทธิ์เป็นที่ระลึก

          นอกจากนี้ เลขาธิการครม.ได้มอบของที่ระลึกแก่นายอภิสิทธิ์ เป็นรูปที่นายอภิสิทธิ์ยืนแถลงข่าวในฐานะนายกรัฐมนตรีบนโพเดี้ยมหน้าตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือตึกแดง โดยภายหลังการตรวจอาคารนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นไปประชุมครม.ทันที

          จากนั้นเวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินลงมาจากตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายหลังประชุมครม.นัดสุดท้ายเสร็จสิ้น โดยนายอภิสิทธิ์มีสีหน้ายิ้มแย้มและกล่าวว่า “ไชโย ประชุมครม.นัดสุดท้ายแล้ว” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าดีใจจริงๆหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ดีใจ” พร้อมเปิดเผยบรรยากาศในที่ประชุมครม.ว่า ได้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีบางคนที่จะได้กลับเข้ามาทำงานอีกในรัฐบาลชุดใหม่

          ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการประชุมครม.นัดสุดท้ายนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ประชุมตามปกติ เมื่อพิจารณาวาระสุดท้ายจบก็ถือโอกาสขอบคุณเพื่อนรัฐมนตรีที่ได้ร่วมงานกันมา และขอบคุณผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ และยังขอบคุณเจ้าหน้าที่สลค.ได้ทำงานให้มาตลอด

          เมื่อถามว่าใจหายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่หรอกครับ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ตลอด 2 ปีครึ่งของการเป็นนายกฯและได้ร่วมประชุมครม.ถึง 133 ครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยรวมก็เรียบร้อยดี และตนได้ทุ่มเทเข้าใจใส่กับทุกเรื่องที่เข้าพิจารณาในที่ประชุมครม. มั่นใจว่าการประชุมทั้ง 133 ครั้ง ทุกเรื่องที่ผ่านไป ได้การพิจารณาอย่างดี เมื่อถามว่าเรื่องไหนที่อยากให้รัฐบาลใหม่สานต่อ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีนโยบายหลายเรื่อง แต่เรื่องใหญ่ๆ ที่อาจมองต่างกัน คือนโยบายประกันรายได้ ที่อยากเดินต่อ ส่วนโครงการอื่นๆ เข้าใจว่าสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่เห็นแตกต่างกัน

          นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติหลักการที่จะตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภา โดยมีหลักการว่าเมื่อใดก็ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถรับรองส.ส.ในจำนวนที่พอจะเปิดประชุมสภา คืออย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 475 คนตามกฎหมาย ก็จะนำร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าจะเสด็จมาเปิดประชุมสภาในวันที่เท่าไร ทั้งนี้เข้าใจว่าภายในวันนี้ (12 ก.ค.) กกต.คงไม่สามารถรับรองส.ส.ได้ครบตามจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาได้ จึงต้องรอให้กกต.ดำเนินการให้ครบ ถึงจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ากกต.จะรับรองส.ส.ได้ถึงร้อยละ 95 ก่อนครบกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ คิดว่าจะทัน เพราะยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งเดือน

          เมื่อถามว่าแต่มีคนบางฝ่ายไปขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอ้างว่าการทำงานของกกต.มีปัญหาด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระบวนการนั้นคงไปที่ศาลมากกว่า เชื่อว่ากกต.คงจะทำให้เปิดประชุมสภาภายใน 30 วันได้

          เมื่อถามว่าคิดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะได้ภายในเดือนส.ค.นี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนหวังว่าอย่างนั้น เพราะอยากให้เร็วจะได้ไม่มีช่องว่างนานเกินไป ครม.ชุดใหม่จะได้เข้ามาทำงานและเดินหน้านโยบาย