ข่าว

ลอยราคาแอลพีจีภาคอุตฯ19ก.ค.นี้

ลอยราคาแอลพีจีภาคอุตฯ19ก.ค.นี้

12 ก.ค. 2554

นายกรัฐมนตรีลงนามลอยตัวราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม เริ่มมีผล 19 กรกฎาคมนี้ ระลอกแรกจะปรับขึ้นเป็น 21.13 บาทต่อกิโลกรัม คาดกองทุนน้ำมันจะมีเงินเข้าเพิ่มเดือนละ 180 ล้านบาท พร้อมประกาศลดเงินเข้ากองทุนอีก 50 สตางค์ หลังน้ำมันโลกพุ่ง ฉุดเงินไหลเข้าลดเหลือ 22 ล้

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องคำสั่งนายกรัฐมนตรีแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการประกาศลอยตัวราคาก๊าซปิโตรเลียม หรือแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ที่ได้ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554  โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2554 ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ส่งประกาศฉบับนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในรายละเอียดและจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป

 ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมปรับขึ้นราคาจากปัจจุบันที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นเป็น 21.13 บาทต่อกิโลกรัม และจะปรับขึ้นทุกไตรมาส โดยปรับขึ้นไตรมาสละ 3 บาทต่อกิโลกรัม รวม 4 ไตรมาส จากนั้นจะปล่อยลอยตัวในที่สุด

 สำหรับการใช้แอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมนั้น อยู่ที่ประมาณเดือนละ 6 หมื่นตัน หรือกองทุนจะมีรายได้เพิ่มเดือนละ 180 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนหันไปนำแอลพีจีภาคครัวเรือนมาใช้ก็คิดว่ามีจำนวนไม่มาก เพราะได้ออกประกาศให้โรงงานเอสเอ็มอี เพิ่มการใช้ถังแอลพีจีขนาด 48 กิโลกรัมจาก 10 ถัง ได้เป็น 20 ถังไปแล้ว และโรงงานเหล่านี้จะต้องเปลี่ยนเป็นถังขนาดใหญ่อุตสาหกรรมภายใน 2 ปี

 นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง.ยังได้เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 0.50 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.80 บาทต่อลิตร เป็น 1.30 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันในครั้งนี้จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันมีเงินไหลเข้าลดลงจาก 49 ล้านบาทต่อวัน เป็นเงินไหลเข้า 22 ล้านบาทต่อวัน

 โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 111.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 129.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา จากใช้ฐานราคาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เท่ากับ 5.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

 ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มเบนซินอีกลิตรละ 50 สตางค์ และราคาอี 85 อีกลิตรละ 30 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลยังอยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาทเช่นเดิม