
'ปู'ปัดควบกห.'มาร์ค'ติงกระทบงานนายกฯ
'ปู' ปัด ควบ กห. ยัน ทาบคนนอกแล้ว หลัง 'แม้ว' ชั่งใจส่ง 'ปู' นั่งควบ'มาร์ค' ชี้เป็นสิทธิ์ แเตือน ภารกืิจนายกฯมีมาก เผย 'สนั่น มะเริงสิทธิ์' ชื่อโผล่แคนดิเดต
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธการควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมกับยอมรับว่า ได้ทาบทามคนนอก ให้มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี หลายกระทรวง
“ทูตญี่ปุ่น” พบ “ยิ่งลักษณ์” ยินดีชนะเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้อำนาจเต็มญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ภายในห้องรับรอง ชั้น 8 อาคารเอโอไอเพื่อแสดงความยินดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
นายเซอิจิ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ ให้ความช่วยเหลือนักทุนลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องตัวบทกฎหมาย และกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีปัญหาอย่างมาบตาพุดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ขณะเดียวกันได้กระชับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเรื่องการลงทุน พร้อมทั้งยืนยันว่าประเทศไทยไทยเป็นฐานการลงทุนที่ดีสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นอีกด้วย
"มาร์ค" ระบุ "ยิ่งลักษณ์" มีสิทธินั่งควบ กห. แต่เตือนภาระนายกฯมีมาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีอาจจะควบตำแหน่งรมว.กลาโหมว่า รอให้ได้ข้อยุติก่อนดีกว่า แต่เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ที่ผ่านมานายกฯหลายท่านก็ควบ แต่ส่วนของตนไม่ควบตำแหน่งใดเลยเพราะคิดว่าภาระนายกฯมากอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับกองทัพควรจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรจะเป็นตามกระบวนการวิถีทางประชาธิปไตย กองทัพมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายต่างๆต้องดำเนินการไป และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลก็ควรที่จะให้กองทัพดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงว่ากองทัพถูกทำให้เผชิญหน้ากับพรรคเพื่อไทยมาตลอดจะเกิดปัญหาการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงกองทัพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลานี้ทางน.ส.ยิ่งลักษณ์กับพรรคเพื่อไทยคงจะต้องพยายามลดบรรยากาศการเผชิญหน้าจากทุกภาคส่วนให้เป็นไปตามนโยบายที่อยากจะเดินไปสู่ความปรองดอง ดังนั้นอะไรที่เป็นการแบ่งแยกเผชิญควรที่จะลดไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งรมช.กลาโหมเข้าไปด้วยจะมีองค์ประกอบในสภากลาโหมปัญหาในการแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ถ้าเกิดทำอย่างนั้นหมายความว่ารัฐบาลมี 2 เสียง แต่ทุกอย่างก็อยู่ทีองค์ประกอบอื่นด้วย"
“สุเทพ” ปัดตอบ "ยิ่งลักษณ์" นั่งควบ "กลาโหม" ชี้ “ทหาร” เหมาะสม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการนั่งควบตำแหน่ง รมว. กลาโหม ของ น.สงยิ่งลักษณ์ว่า ตนขออนุญาตไม่ตอบ เพราะยังไม่ได้ตัวนายกรัฐมนตรี และยังไม่ได้จัดครม.ตนไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์ล่วงหน้าได้ แต่เมื่อจัดครม.เรียบร้อยแล้วมีคนรับผิดชอบกระทรวง รับผิดชอบงานแล้ว ผู้สื่อข่าวมาถามก็อาจจะตอบได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากเพิ่มตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีผลกระทบต่อสัดส่วนของกรรมการสภากลาโหมอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องรอดูก่อน อย่างเพิ่งพูดไป ว่าเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า งานทางด้านความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องเป็นทหารมาดูแลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่สถานการณ์ ในช่วงจังหวะเวลานั้นๆ แต่ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ตนได้พิจารณาไปบอกว่า คนที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา ดูแลกองทัพมา จะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากในเรื่องของการบริหารจัดการงานของกองทัพ เพราะฉะนั้นเห็นว่าคนที่เคยเป็นทหารมาจะเหมาะสมมากกว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ก็ทำหน้าที่ได้ดี
เมื่อถามว่า รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงคนใหม่ที่จะเข้ามาอาจจะเจอปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองหรือการชุมนุมจะฝากอะไรหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต่อไปคงไม่มีการชุมนุมแล้ว เพราะพวกที่มาชุมนุมกับพวกที่เป็นรัฐบาลเป็นพวกเดียวกันคงไม่มาชุมนุมแล้วเขาอาจจะไปจับเข่าคุยกันที่ไหนก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงปัญหาภาคใต้ ที่คนในพื้นที่ไม่ยอมรับแนวทางการแก้ปัญหาของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เขายังไม่ได้ประกายนโยบายออกมาชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรในพื้นที่ภาคใต้ มีแต่ตอนหาเสียงที่กล่าวว่าจะให้อำนาจการปกครองตนเอง ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ รอให้พรรคเพื่อไทยแถลงนโยบายให้ชัดก่อน และตรงนี้เป็นหน้าที่ของพวกตนที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน เมื่อพรรคเพื่อไทยกำหนดนโยบายออกมาเหมาะสมหรือไม่อย่างไรจะได้ให้ความเห็น
"แม้ว" ชั่งใจ ให้ "ปู" ควบกลาโหม
ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนหน้านี้ว่า การคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่มีแนวโน้มว่า จะผลักดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม แล้วให้ พล.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อน ตท.10 มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรี
ทั้งนี้ เพื่อให้ นส.ยิ่งลักษณ์ ได้ประสานกับกองทัพโดยตรง เพื่อลดปัญหาเรื่องการให้ข้อมูลของทหาร ที่แบ่งฝ่ายในกองทัพ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปลายปี ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเวลา ที่แต่ละเหล่าทัพจะจัดโผโยกย้าย
อนึ่ง ในปีนี้ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเกษียณอายุราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากแนวทางนี้แล้ว ยังมีแคนดิเดท เพื่อน ตท.10 ที่อยู่ในการพิจารณา ได้แก่ พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร ที่มีกระแสข่าวว่า มีความขัดแย้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน ที่เบรกโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม กลับผ่านความเห็นชอบโครงการของกองทัพบก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เสนอ
ทั้งนี้ ล่าสุดมีชื่อของ พล.อ.สนั่น มะเริงสิทธ์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.3) โผล่ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีก 1 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา พล.อ.สนั่น เคยดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งในขณะนี้ถือว่า ค่อนข้างมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พอสมควร เพราะในสมัยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากได้คะแนนท่วมท้นในพื้นที่ภาคอีสาน
นอกจากนี้ พล.อ.สนั่น ยังมีบุคคลิกที่ประณีประนอม และเป็นที่ยอมรับของคนในกองทัพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจาก พล.อ.สนั่น ทำงานในพื้นที่ภาคอีสานมายาวนาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมา พบว่า มีรายชื่อทหารที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเป็น รมว.กลาโหม จำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ในพรรคเพื่อไทย พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และจากคนนอกพรรคเพื่อไทย เช่น พล.อ.มงคล อัมพรพิสิษฐ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ พล.อ.สมทัต อัตตะนันท์
ส่วนที่ยังรับราชการ ก็มีอาทิ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน
ส.ส.เหนือ พท. ยังไม่หยุด เคลื่อนไหวชูชื่อคนเหมาะนั่ง รมต.
นายวัลลภ สุปริยศิลป์ ประธานภาคเหนือพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 113 กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า แม้ภาคเหนือจะทำผลงานเข้าเป้าได้ส.ส.มาจำนวนมากแต่ก็ไม่อยากเรียกร้องหรือกดดันอะไร จนพรรคเกิดความแตกแยก
ทั้งนี้ เชื่อว่าพรรคจะพิจารณาคนที่มีความรู้ความสามารถ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้ว เขาเป็นนักเรียนทุน จบปริญญาเอก อีกทั้งยังเป็นส.ส.มาถึง 8 - 9 สมัย ก็คงต้องแล้วแต่พรรคจะพิจารณา
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นนายวาสิต พยัคฆบุตร ว่าที่ส.ส.ลำปาง นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ว่าที่ส.ส.เพชรบูรณ์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ว่าที่ส.ส.อุตรดิตถ์ คนเหล่านี้มีความอาวุโสและทำงานเพื่อพรรคมาโดยตลอด ดังนั้น พรรคควรเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ที่ทำงานดีหมุนเวียนเข้ามาบ้าง
"ไม่ใช่ยึดติดแต่คนเก่า ๆ และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็อาจจะปรับครม.เพื่อเปลี่ยนคนใหม่เข้ามา ไม่อยากให้มีการยึดระบบอุปถัมภ์ จะเอาแต่คนมีสตางค์ไม่ได้ คนไม่มีเงินก็ไม่ต้องเป็นอย่างนั้นหรือ วันนี้ตามหลักแล้ว ภาคเหนือก็น่าจะได้รัฐมนตรีอย่างน้อย 4 - 5 ที่นั่ง"
ส่วนคนเสื้อแดงนั้น ส่วนตัวแล้ว เห็นว่าไม่ควรจะปิดกั้น ใครทำงาน คนนั้นก็ควรได้รับผลตอบแทน เพราะต่างคนก็ต่างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกันมาทั้งนั้น
"ฉลอง เรี่ยวแรง" ปราม หยุดต่อรองตำแหน่งได้แล้ว
ด้านนายฉลอง เรี่ยวแรง ว่าที่ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ว่าที่ส.ส.ไม่ว่าจะกลุ่ม หรือก๊วนไหนว่า อย่าออกมาเคลื่อนไหว หรือบินไปต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทยและภาพรวม หลายคนที่ได้รับเลือกเป็นส.ส. ก็มาจากการตะเวนหาเสียงไปทั่วประเทศอย่างเหน็ดเหนื่อย ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย และกระแสความต้องการนายกรัฐมนตรีผู้หญิง
ดังนั้น เวลานี้ไม่ควรมาเรียกร้องโควตารัฐมนตรี แต่ควรจะเห็นใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ใช้วุฒิภาวะในการเป็นผู้นำฯ จัดสรรคณะรัฐมนตรีให้มีภาพลักษณ์ เป็นที่ยอมรับของสังคม และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งเรื่องปากท้องและปัญหาเศรษฐกิจ ตามที่ประกาศนโยบายเอาไว้
"วันนี้ บางคนได้เข้ามาเป็นส.ส.ก็ถือว่าบุญแล้ว อย่าไปกดดันหรือต่อรองเอาอะไรอีกเลย เพราะการตั้งครม.เป็นเหมือนการไหว้ครู จะต้องทำออกมาให้ดี จึงจะเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากทุกฝ่ายได้ อย่าไปสร้างแรงกดดันให้น.ส.ยิ่งลักษณ์อีกเลย"
นายแลอง ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ชอบการออกมาเคลื่อนไหวต่อรองเก้าอี้ และท่านอาจจะแนะนำน.ส.ยิ่งลักษณ์บ้าง แต่สุดท้ายแล้วคงต้องปล่อยให้เป็นอำนาจการตัดสินใจ ของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้น ต้องจัดรัฐมนตรีที่มีความรู้เพื่อมาสานงานตามนโยบายของพรรค
"ยังมีปัญหาอีกมากรออยู่ ดังนั้น หากนำคนที่ไม่เข้าใจไปทำแล้ว เกิดปัญหาทำไม่ได้ก็จะเสียหายกับนโยบายพรรคที่ได้ประกาศเอาไว้"
ค้าน นปช. นั่งเก้าอี้ รมต.
สำหรับกรณีที่มีหลายฝ่าย ออกมาคัดค้านแกนนำนปช. ไม่ให้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายฉลอง กล่าวว่า ช่วงแรก ๆ ไม่ควรอย่างยิ่ง ควรจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาก่อน แต่มีเพียงคนเดียวที่เหมาะสมคือ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่พรรคจะเป็นผู้พิจารณาเอง
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว เห็นว่า พ.อ.อภิวันท์นั้น เหมาะสมที่จะถูกเสนอให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ก็ควรจะเป็นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ว่าที่ส.ส.ขอนแก่น เพราะอย่างน้อยก็ค่อนข้างนิ่งในการควบคุมการประชุมสภาฯ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องปล่อยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ



