
บัตรปชช.ทำพิษแฉซ้ำภท.เอาคืนปชป.
ศึกบัตรปชช. 'กทม.-มท.' เดือด แฉซ้ำ ภท. เอาคืน ปชป. ดึงชงเรื่องงบ 191 ล. เข้า ครม. ด้านมหาดไทยโต้ลั่น ไร้อำนาจจัดสรรงบฯให้
มีรายงานจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยถึงหนังสือที่ กทม.ส่งถึงนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.1) เมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ลงวันที่ ก.ค.2554 ที่ กท.0508 เรื่องการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่
ทั้งนี้ เพื่อให้นายชวรัตน์ นำเรื่องการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่ของกระทรวงมหาดไทย เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณดำเนินการ จัดหาระบบและอุปกรณ์ในรูปแบบเดียวกันให้ กทม. ประกอบด้วย 1.เครื่องแม่ข่าย 50 เครื่อง 2.เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 406 เครื่อง และเครื่องผลิตบัตรประจำตัวประชาชน 71 เครื่อง รวมใช้งบประมาณ 191 ล้านบาท
รายงานแจ้งว่า ตามหนังสือระบุว่า กทม.พิจารณาแล้วว่า เพื่อให้กทม.สามารถเปิดบริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่พร้อมกันทั้งประเทศ และตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2554 ให้ผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 บริบูรณ์ คาดว่า จะมีผู้มายื่นขอมีบัตรประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระและไม่เกิดประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของทางราชการ จึงขอให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงมหาดไทย จัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ในรูปแบบเดียวกันให้ กทม.
หนังสือดังกล่าว ระบุด้วยว่า โครงการนี้ ถือเป็นงานนโยบายระดับประเทศ รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณในการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกทม.เพื่อให้สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบให้บริการประชาชน ด้านการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่พร้อมกันทั้งประเทศ
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า ที่ผ่านมา กทม.มักจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การบริหารงานของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้นำโครงการต่าง ๆ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอมติอนุมัติ หรือแก้มติ อาทิ ขอให้แก้มติคณะรัฐมนตรี เรื่องห้ามมีการก่อสร้างเหนือถนน เพื่อการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้ามวลชนรางเดี่ยว สายจุฬาฯจากสยาม-สามย่าน ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร งบประมาณ 1,500 ล้าน หรือโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรอง สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.3 กิโลเมตร
"เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้เคยสั่งชะลอโครงการใหญ่ๆ ของพรรคภูมิใจไทยมาแล้ว เช่น โครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน จึงทำให้ทุกครั้งที่กทม. ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารจากพรรคประชาธิปัตย์ นำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย ก็มักถูกฝ่ายการเมืองพรรคภูมิใจไทยไม่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเช่นกัน"
"กทม."เตรียมร่อนหนังสือฉบับ 3 จี้ มท. ของบ ทำระบบทะเบียนใหม่
นายมานิต เตชอภิโชค ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล(สยป.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.เตรียมส่งหนังสือถึงมหาดไทย(มท.)เป็นฉบับที่ 3 เพื่อขอให้กระทรวงมหาดไทย จัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบโครงการ จัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนระบบใหม่ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบในเดือน ต.ค.นี้ให้กับ กทม. หลังก่อนหน้านี้กทม.ได้ส่งหนังสือไปแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมิ.ย. และต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบรับกลับมาแต่อย่างใด
นายมานิต กล่าวต่อว่า หนังสือฉบับนี้ จะมีการสอบถามกระทรวงมหาดไทยว่า การดำเนินเรื่องระบบใหม่ จะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ 191 ล้านบาทให้แก่ กทม. เพื่อดำเนินการ หรือจะให้ กทม.ใช้งบประมาณออกไปก่อน จากนั้น จะให้รัฐบาลอนุมัติงบดังกล่าวคืนให้ภายหลัง ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงการบอกผ่านเจ้าหน้าที่ที่ไปประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ว่าจะมีการเปลี่ยนระบบใหม่ ซึ่งกทม.จะต้องมีการเปลี่ยนด้วย แต่กลับยังไม่มีการออกหนังสือราชการหรือกล่าวถึงการดำเนินการเปลี่ยนระบบอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กทม.ในฐานะหน่วยงานให้บริการประชาชนจึงค่อนข้างเป็นกังวล เพราะภาระด้านงานทะเบียนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทำบัตรประชาชนให้แก่เด็กอายุ 7 ปี ขึ้นที่เพิ่มขึ้นมาอีก
มหาดไทย โต้ลั่น ไร้อำนาจจัดสรรงบฯ ให้ กทม.
ด้านนายจักรี ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งรัดจัดสรรงบประมาณดำเนินการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ให้กทม.ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยไม่เคยสนับสนุนงบดังกล่าวให้กับ กทม.ตั้งแต่ประมาณปี 2540 ขณะนี้ผ่านมาเป็นเวลา 10 กว่าปี เนื่องจาก กทม.แยกส่วนการทำบัตรประชาชนไปทำเอง กระทรวงมหาดไทย เพียงแค่สนับสนุนวัสดุเคลือบบัตร และตัวบัตรให้กับ กทม.เท่านั้น
นายจักรี กล่าวว่า จากการที่กระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมกับข้าราชการประจำของ กทม.ครั้งแรก ทางฝ่าย กทม.เข้าใจดีในเรื่องนี้ แต่เขาไม่ทราบว่า หลังจากฝ่ายข้าราชการประจำของ กทม.กลับไปหารือกับฝ่ายการเมืองของ กทม. แล้วทำไมสุดท้ายจึงเปลี่ยนท่าที
“เราไม่สามารถไปจัดสรรเงินให้กับ กทม.ได้ เนื่องจากเราไม่มีอำนาจในการอนุมัติเงิน การอนุมัติเงินเป็นเรื่องของสำนักงบประมาณ ทางกระทรวงมหาดไทยเป็นเพียงแค่ทางผ่านเรื่องให้เท่านั้น ที่ผ่านมา 10 กว่าปี กทม.ไม่เคยมาของบจากกระทรวงมหาดไทย” นายจักรี กล่าว
ส่วนหากกระทรวงมหาดไทย ไม่จัดสรรงบประมาณให้กับ กทม.จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำบัตรประชาชนใน กทม. จนทำให้ได้รับบัตรล่าช้าหรือไม่นั้น นายจักรี เห็นว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน เพราะขณะนี้การทำบัตรประชาชนของกระทรวงมหาดไทย ยังใช้คอมพิวเตอร์ระบบเก่าอยู่ ยังไม่มีการเปลี่ยนระบบ แต่กระทรวงมหาดไทยมีการเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ กทม.ก็ยังสามารถทำบัตรประชาชนได้อยู่
ผอ.สำนักบริหารงานทะเบียน ยังกล่าวด้วยว่า ทางกระทรวงมหาดไทย จะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ 2 แบบ คือ แบบเก่า และแบบใหม่ โดยแบบเก่าจะให้กับ กทม.นำไปใช้ ดังนั้น กทม.ควรจะต้องเปลี่ยนระบบ ให้สอดคล้องกับระบบใหม่ ของกระทรวงมหาดไทยด้วย พร้อมทั้งต้องอัพเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับระบบของกระทรวงมหาดไทย



