ข่าว

งบ'ประชานิยม'วุ่น-ชี้อาจถึงยุบพรรค

งบ'ประชานิยม'วุ่น-ชี้อาจถึงยุบพรรค

12 ก.ค. 2554

พท. เดินเครื่องประชานิยม เร่งถก 'ปลัดคลัง-สภาพัฒน์''ประภัสร์' หลุดปาก ไม่รู้หาเงินลงทุนจากไหน ชี้ หาเสียงแล้วทำไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวง อาจถึงยุบพรรค

          พรรคเพื่ิอไทย โดย น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เร่งเครื่องเดินหน้า เพื่อกำหนดแผนงานตามนโยบายหาเสียง ซึ่งล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานนโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึงแผนการปฏิบัติงาน ภายหลังจากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐเข้าร่วมประชุม อาทิ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

          นายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรฟม. ในฐานะทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้านคมนาคม เปิดเผยว่า นโยบายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หาเสียงไว้ทุกเรื่อง ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา จะปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจคด้านคมนาคม ทั้งในเรื่องการขยายเชื่อมต่อสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยของสถานีต่างๆ เช่น สถานีมักกะสัน สำหรับเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดินราคาเดียว 20 บาทตลอดสาย และขยายการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีก 10 สายนั้น ยืนยันว่าทำได้แน่นอน แต่คงต้องดูความพร้อมแต่ละโครงการเสียก่อน เช่น การเวียนคืนที่ดินในแต่ละจุดจะทำอย่างไร ทำพร้อมกันได้หรือไม่

          ส่วนกรณีที่หลายภาคส่วน เป็นห่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้ประกาศไว้ว่า หากทำพร้อมกันอาจเกิดปัญหาเรื่องงบประมาณได้ นายประภัสร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน เช่นโครงการรถไฟฟ้า 10 สาย เราไม่ได้ทำพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด แต่ทำทีละโครงการ ซึ่งในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกัน โดยจะเห็นว่า เม็ดเงินที่ลงทุนจะไม่ได้จ่ายในครั้งเดียว ยิ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองมั่นคง ต่างชาติมีความเชื่อมั่น ต่างชาติก็พร้อมที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

          "เวลานี้ ทีมงานของพรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณาอยู่ว่า จะหาเม็ดเงินจากที่ใด มาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม นโยบายเร่งด่วนอันดับแรก ที่พรรคเพื่อไทยหากเข้ามาบริหารนั้น คือ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสินค้าราคาแพง ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด"

 

เผย ถกปัญหาน้ำมัน-พลังงานวันนี้

 

          ทั้งนี้ มีรายงานจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับนโยบายต่าง ๆ ที่มีการกำหนดและจัดทำแต่ละหัวข้อนั้น ภายหลังจากวันที่ 11 ก.ค.54 ที่ได้เรียกตัวแทนกระทรวงการคลัง คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาร่วมประชุมหารือถึงระยะการทำนโยบายแล้ว ในวันนี้ (12 ก.ค.) เวลา 10.00น. ก็จะทำการเรียกตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมประชุมหารือ ถึงการผลักดันนโยบายทั้งหมด ในเรื่องของพลังงาน หลังจากที่พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดพักกองทุนน้ำมันและเรื่องปัญหาสินค้าราคาแพง โดยอาจจะมีตัวแทนจากกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์มาร่วมประชุมด้วย

 

ส่อวุ่น กกต. มีอำนาจตีความ ทำตามที่หาเสียงไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวง อาจถึงยุบพรรค

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีผู้ร้องต่อ กกต. ว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ในกรณีต่าง ๆ นั้น อาจจะเข้าข่ายความผิด การหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม โดยความผิดดังกล่าวกำหนดไว้ใน พรบ.เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาตรา 53 (5)ที่ระบุว่า "ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองใด หรือให้งดเว้นการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด ด้วยการ หลอกลวง บังคับ ขุู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด"

          ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าว มีระวางโทษ ตามมาตรา 137  จำคุก 1-10 ปี ปรับสองหมื่นถึง สองแสนบาท และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีกำหนด 10 ปี

          อย่างไรก็ตาม หาก กกต. ตีความว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม มาตรา 53 ของ พรบ.เลือกตั้งจริง ก็อาจจะทำให้พรรคเพื่อไทย มีปัญหา และอาจถูยุบพรรคได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 237  ระบุว่า หากหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองใด มีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำแล้ว มิได้ระงับยับยั้งหรือแก้ไข การฝ่าฝืน พรบ.เลือกตั้งฯ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม  ให้ถือว่า พรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธัการซึ่งมิได้บัญญัติไว้นรัฐธรรมนูญ

          และให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคนั้น และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมือง 5 ปี

 

สายอีสาน พท. จี้แกนนำให้คำตอบ หลังถูกชาวบ้านซักนโยบายทีที่หาเสียงไว้

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ระหว่างที่มีการประชุมคณะทำงานนโยบายด้านต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย อาทิ ทีมนโยบายเศรษฐกิจ ทีมนโยบายคมนาคมนั้น ปรากฏว่า มีว่าที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหลายคน เดินทางมาที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมรับฟัง และสอบถามถึงแนวทางความคืบหน้าในการทำกรอบนโยบายของรัฐบาลจากน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทยด้วย

          แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ว่าที่ส.ส.หลายคน โดยเฉพาะว่าที่ส.ส.ภาคอีสาน ได้สอบถามถึงความชัดเจน ในเรื่องของกรอบนโยบายของรัฐบาล จากคีย์แมนของพรรคในหลายเรื่อง อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท และโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาท

          ทั้งนี้ ว่าที่ส.ส.กลุ่มดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า ประชาชนคาดหวังนโยบายของพรรคสูงมาก โดยหลังการเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่ต่างสอบถามกันมากว่า สิ่งที่หาเสียงไว้นั้น จะเริ่มทำได้เมื่อไหร่ จึงต้องการให้คนของพรรคชี้แจง และให้ข้อมูลกับประชาชนด้วยว่า นโยบายบางเรื่อง เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาทนั้นจะทำได้เมื่อไหร่ และขั้นตอนมีอะไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

          "ขณะนี้ ประชาชนในพื้นที่ ต่างคิดว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะสามารถทำได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เช่น การแก้ไขกฎหมายการลดการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล 7 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินส่วนต่างดังกล่าว ไปเพิ่มเงินเดือนและค่าจ้างให้กับพนักงาน"

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทนั้น คงเป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยบอกกับผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยไว้ว่า คงเริ่มทำที่กทม.ก่อน แล้วค่อยทยอยไปยังต่างจังหวัด และต้องใช้เวลาเพราะต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          ด้านนายไพจิตร ศรีวรขาน ว่าที่ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความมั่นใจว่า นโยบายทั้งหมดของพรรคเพื่อไทย จะทำได้ภายใน 4 ปี โดยบางเรื่องหากมีปัญหาอะไร รัฐบาลก็ต้องผ่อนหนักผ่อนเบา แต่จะต้องทำให้สำเร็จ และต้องอธิบายประชาชนให้ได้ด้วย เพราะทุกเรื่องเป็นสัญญาประชาคมไว้ตอนหาเสียง