ข่าว

ความสุขที่วัดได้ของภูฏาน (1)

ความสุขที่วัดได้ของภูฏาน (1)

12 ก.ค. 2554

พาโร-ไม่มีประเทศไหนในโลกพยายามวัดระดับความสุขแบบรูปธรรมอย่างที่พบเห็นในประเทศภูฏาน ที่นี่ซีเรียสมากๆ เพราะถือว่าเป็นต้นฉบับของการเอาความสุขมาประกอบการพิจารณาถึงผลผลิตประชาชาติ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและกล่าวถึงเสมอ ประเทศนี้ยังเป็นประเทศแรกห้ามสูบบุหรี่ท

        คนภายนอกรู้จักอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้ในนามของแชงกีร่า หรือดินแดนมังกรคำราม สำหรับผู้เขียน มันคือสวรรค์บนดินนั่นเอง ซ่อนอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย มีสองยักษ์ใหญ่เอเชียคือ จีนและอินเดียเป็นเพื่อนบ้านขนาบทั้งล่างบนจนขนหัวลุก

         การวัดความสุขเป็นเรื่องยาก ใครๆ ก็อยากมีความสุขกันทั้งนั้น ประเด็นคืออะไรถือว่าเป็นความสุข? ไม่ได้วัดกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวัดความสุขในอาณาจักรแห่งนี้ ไม่ได้เอาเรื่องเงินทอง การมีทรัพย์สินมาเกี่ยวข้องเป็นตัววัด ในสังคมโลกตะวันตก ความสุขวัดกันได้ง่าย รวยไม่รวย มีเงินเดือนมากน้อยแค่ไหน รถใหญ่ไม่ใหญ่ แบรนด์เนมอะไร ด้วยวัตถุสิ่งของทีมีชื่อสถานที่ตั้งมีราคา มือถือที่ใช้ เป็นต้น

         แต่ที่นี่ ความสุขมีความหมายมากกว่านี้ หมายถึงจิตวิญญาณ ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุและการมีเงินทอง

         ประเด็นนี้ คนไทยบางคนอาจจะคิดไม่ออก บอกไม่ถูก ถ้าเอาเรื่องของจิตวิญญาณและจิตใจเข้ามา เอาความสบายใจมาเป็นเครื่องวัดความสุข มันจะเป็นกลายเป็นเรื่องนามธรรมมากกว่ารูปธรรม อย่างไรก็ดี ปัญญาชนภูฏานพยายามรวบรวมปัจจัยและดัชนีต่างๆ ที่ทำและสามารถแสดงให้เห็นว่า คนที่นี่มีความสุข แน่นอน มีเรื่องความเป็นอยู่ สัมพันธ์ในชุมชน ความรู้สึกที่ดีต่อเพื่อนบ้าน การอยู่แบบไม่ทำลายธรรมชาติ และรวมทั้งเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ราคาข้าวของเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

         ในการวัดระดับความสุขประชาชนมีหรือพึ่งมี ได้กลายเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งไปแล้ว เนื่องจากนักวิชาการทั่วโลกสนใจ อยากเห็นการวัดและส่งเสริมความสุขเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา

         ภูฏานมีประชาชนเพียง 7 แสนคนทั่วประเทศ มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีกษัตริย์เป็นประมุข 5 ปีก่อนกษัตริย์จิกมี ซิงเย วังชุก (องค์ที่สี่) บิดากษัตริย์องค์ปัจจุบัน จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ผู้ประกาศยุบระบอบการปกรองแบบสมบูรณยาสิทธิราษฎรมาเป็นระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านนุ่มนวลที่สุดในโลก ไม่มีการเสียเลือดเนื้อแม้แต่น้อย

         กษัตริย์ซิงเยรู้ดีว่า ระบอบการเมืองประชาธิปไตยเท่านั้น จึงสามารถจะคุ้มครองอาณาจักรนี้ได้ มิฉะนั้นจะไม่มีประเทศใดสนใจภูฏาน โดยเฉพาะประเทศตะวันตก (ความคิดแบบเดียวกับทะไล ลามะที่ต้องการปฏิรูปคนทิเบตลี้ภัยทั่วโลกให้มีความเป็นหุ้นส่วนประชาชน โดยจัดตั้งให้มีการเลือกตั้ง ผู้นำทิเบตเมื่อเร็วๆ นี้)

         ตอนเป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 ใหม่ๆ กษัตริย์ซิงเยได้มีการส่งเสริมชื่อเสียงภูฏานในเวทีโลก โดยการผลิตแสตมป์แปลกใหม่ออกมาขายจนติดตลาดโลก คนสะสมแสตมป์ทั่วโลกต้องมีแสตมป์ภูฏานเก็บไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากมีหน้าตาของดาราหนังจากฮอลลีวู้ด นักร้อง นักกีฬา คนมีชื่อเสียงทั่วโลก มาทำเป็นแสตมป์ รวมทั้งมีการผลิตแสตมป์สามมิติออกมาขายเป็นประเทศแรกในโลก (ตอนหลังรัฐบาลเพิ่งค้นพบว่า ที่ปรึกษาคนอเมริกันผู้ออกความคิดนี้ ซึ่งบังเอิญรู้จักกษัติรย์ซิงเยดีนั้น ได้แอบผลิตแสตมป์ภูฏานออกขายเองแบบใต้ดิน ได้เงินทองมามากมาย) โปรดติดตามต่อฉบับหน้า