
ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ?
ยิ่งกว่าไฟไหม้สำเพ็ง เมื่อ กกต.ออกมาแถลงยอมรับความผิดพลาดจากการจัดการเลือกตั้ง
ถึงแม้ว่า กกต.จะระบุว่า บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 แบบ แตกต่างกันเพียง 167 ใบเท่านั้น จากหน่วยการเลือกตั้งถึง 9.4 หมื่นหน่วย
ส่วนที่ว่าแตกต่างกันถึง 8 หมื่นกว่าใบนั้นมีการตรวจสอบแล้วว่า มีจังหวัดหนึ่งบันทึกจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในรอบแรก 11,681 คน
"จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าตัวเลขที่แท้จริงมีจำนวน 101,681 คน ซึ่งเมื่อเทียบตัวเลขแล้ว ห่างกันจำนวน 9 หมื่นคน ซึ่งได้มีการแก้ไขความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว" เมธา ศิลาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้ง กล่าว
ถึงแม้จะเรียกว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน จังหวัดที่ กกต.ชี้แจงแถลงไขมานั้นก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นจังหวัดใด ถึงได้ผิดพลาดมากมายขนาดนั้น
สุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บอกว่า ความผิดพลาดของ กกต.นั้นมีหลายประการพร้อมกับไล่เรียงว่า 1.ปล่อยให้ทุกพรรคการเมืองหาเสียงโดยใช้ประชานิยมจนเกินขอบเขต ลดแลกแจกแถมจนเกินจริง และกลายเป็นเรื่องของการสัญญาว่าจะให้ อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 53
2.คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขตที่แตกต่างกันกว่า 8 หมื่นคะแนนนั้น เป็นคำถามว่า มาได้อย่างไร หรือหายไปได้อย่างไร
หมายความได้หรือไม่ว่า นี่คือการจัดการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
3.กรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่เมื่อครั้งการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ที่ จ.กาญจนบุรี แล้วครั้งนี้กลับไม่คืนสิทธิให้ แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และเลือกตั้งซ่อม กลับมีชื่อมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งที่เรื่องนี้จะต้องจัดให้ใช้สิทธิเป็นคราวๆ ไป
"กรณีนี้ไม่ได้มีเพียง พล.ต.จำลอง แต่คะแนนผู้ที่เสียสิทธิตรงนี้มากกว่า 2 ล้านคะแน ถามว่า 2 ล้านคะแนนนี่มีผลต่อการได้เป็น ส.ส.หรือไม่ มันมีผล เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้แพ้ชนะกันแค่ 500-1,000 คะแนน แต่หากว่านับเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 1.5 แสนคะแนนก็ได้เป็นแล้ว แต่นี่ 2 ล้านคะแนน มันมีนัยสำคัญต่อคะแนนเสียงอย่างปฏิเสธไม่ได้"
สุวัตร บอกว่า มาตรา 110 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส.และ ส.ว.นั้นบังคับให้ไปใช้สิทธิ แต่รัฐธรรมนูญบอกว่า ต้องจัดสถานที่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิสะดวก และโดยง่าย
"ก็คือ กกต.ต้องจัดที่ทางให้เขาไปเลือกตั้งใกล้บ้าน เดินทางสะดวก แล้วจะให้ พล.ต.จำลอง กลับไปใช้สิทธิที่ กาญจนบุรีได้อย่างไร หรือบางที่ ถึงเวลา 15.00 น.เป๊ง คุณปิดประตูโรงเรียนทันที ปล่อยให้คนที่เดินทางมาใช้สิทธิยืนหมดสิทธิอยู่นอกรั้ว ถามว่ามันจะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร"
สุวัตร ตั้งคำถามว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้จะเรียกได้อย่างไรว่า เป็นการจัดการเลือกตั้งที่เรียกว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ พล.ต.จำลอง เดินทางไปร้องขอให้ กกต.ระงับการนับคะแนน การรับรองการเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนจนได้ข้อยุติเสียก่อน
"หาก กกต.ไม่ฟังเสียง ประกาศรับรองผลในวันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.จำลอง ก็จะฟ้องอาญา กกต. ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในวันถัดไปทันที เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขี้แพ้ชวนตี แต่เป็นเรื่องของความถูกต้อง ความบริสุทธิ์ยุติธรรม" ทนายความพันธมิตรกล่าว
สำหรับ กกต.นั้น ได้แถลงก่อนหน้านี้แล้วว่า วันที่ 12 กรกฎาคม จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะประกาศรับรองได้ราว 75% ส่วนผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั้น คาดว่าจะประกาศรับรองผลได้ทั้งหมด 125 คน
อย่างไรก็ตามหาก กกต.ประกาศได้เพียงแค่ 75% ของจำนวน ส.ส.ก็จะทำให้การเปิดประชุมสภานัดแรก เพื่อคัดเลือกประธานรัฐสภาก็คงจะเลื่อนออกไป จนกว่า กกต.จะสามารถประกาศรับรองผลได้จนครบ 95% ของจำนวน ส.ส.
แต่เมื่อมาเจอกรณีของ พล.ต.จำลอง ที่ประกาศเดินหน้าลุยทั้งเรื่องการจัดการเลือกตั้งและเรื่องปล่อยให้มีการละเมิดมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ก็น่าสนใจว่า สุดท้าย กกต.จะหาทางออกไปได้อย่างไร
เพราะแค่ตอนนี้ก็ยอมรับว่า มีความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งแล้วถึงแม้จะบอกว่า ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่ในแง่มุมของกฎหมายแล้ว "ผิดเพียงเล็กน้อย" จะเหมือนกับกรณี "บกพร่องโดยสุจริต" ได้หรือไม่
ศรุติ ศรุตา



