ข่าว

เปิดศูนย์ติดตามยาเสพติด-อาชญากรรมสำคัญ

เปิดศูนย์ติดตามยาเสพติด-อาชญากรรมสำคัญ

11 ก.ค. 2554

ผบ.ตร.เปิด“ศูนย์ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมสำคัญ”เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและแก้ไขปัญหายาเสพติดและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนช่วยกันป้องกันปราบปรามยาเสพติด

           สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 11 ก.ค.2554  เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็นประธานเปิด “ศูนย์ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมสำคัญ”ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและแก้ไขปัญหายาเสพติด  ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน

            พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดให้โทษ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเมือง สถานการณ์ในปัจจุบันนอกจากการแพร่ระบาดของยาบ้าแล้ว ยังมีการแพร่ระบาดของยาไอซ์ที่เริ่มมีการระบาดควบคู่กันมากขึ้น โดยยาไอซ์มีความรุนแรงมากกว่ายาบ้ามาก การจับกุมในแต่ละครั้งจะมีของกลางจำนวนมากเป็นลำดับหมื่น หลักแสน จนถึงล้านเม็ด การจับกุมมีทั้งในเส้นทางซึ่งอยู่ระหว่างการลำเลียงนำส่ง มีการจับกุมในแหล่งพักยา ซึ่งเป็นที่รวมก่อนที่จะกระจายไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ  ผลการจับกุมสารตั้งต้นในการผลิตคราวละมาก ๆ และที่สำคัญมีการจับกุมเครื่องปั๊มซึ่งใช้ในการผลิตคราวละมาก ๆ แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีการผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตปริมณฑล ซึ่งปัญหาเดิมเป็นการผลิตจากภายนอกประเทศและนำเข้ามาภายในประเทศ

            ศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมสำคัญ จัดตั้งขึ้น เพื่อให้การปราบปรามยาเสพติด ขยายครอบคลุมไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยอาศัยหลักการตามยุทธศาสตร์ 315 เป็นแผนการดำเนินงาน เป็นการต่อยอดเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์ที่เฝ้าระวังเรื่องยาเสพติดแล้ว ยังเป็นศูนย์ที่ควบคุมเฝ้าระวังเรื่องอาชญากรรม กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือเรื่องของคดีที่สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ รวมทั้งเรื่องของอาวุธปืนอาวุธสงครามด้วย โดยมีเป้าหมายจะทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่สีขาวทั่วประเทศให้จงได้ ซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อมั่นว่า การตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมสำคัญ จะทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

            พล.ต.ท.วรพงษ์  ชิวปรีชา  ผู้ช่วย ผบ.ตร.และผอ.กอ.ฉก.ปส.315 กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ในระยะเร่งด่วน ตามยุทธการ 315  ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค2554 มีการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญได้จำนวน 29 คดี ผู้ต้องหา 53คน ของกลางยาบ้ากว่า 2.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์64 กิโลกรัม เฮโรอีน 7 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี กว่า 1 พันเม็ด ยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน กว่า 5 ล้านเม็ด ซึ่งเมื่อเทียบกับสองเดือนก่อนหน้า สามารถจับกุมได้มากกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ จากการระดมกวาดล้างยาเสพติดตามแผนยุทธการ 315 ทำให้การจับกุมยาเสพติดในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อนักค้าในพื้นที่ชายแดนชะลอการนำเข้ามายังพื้นที่ และทำให้การแพร่ระบาดลดลง เนื่องจากมีการส่งชุดปฏิบัติการลงไปในพื้นที่ ทำให้การซื้อขายยาเสพติดในแหล่งแพร่ระบาดทำได้ยากขึ้น

            สำหรับกรณี ด.ช.ธนภัทร์ เกตุแก้ว หรือ “น้องเหนือ” อายุ 2 ขวบ ถูกนายทวีชัย นาทองบ่อ แทงเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2554 ที่ บริษัท นัมเบอร์วัน    คลีนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด  นั้น เป็นกรณีตัวอย่างเรื่องยาเสพติด เนื่องจาก นายทวีชัย นาทองบ่อ ผู้ต้องหาในคดีนี้ เคยมีประวัติในการเสพและค้ายาเสพติด(เฮโรอีน) เมื่อปี พ.ศ.2537 ในท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี พฤติกรรมมีอาการติดสุราอย่างหนัก ต้องดื่มทุกวัน โดยก่อนเกิดเหตุ 2-3วัน นายทวีชัยมีอาการทางประสาท นางนภัคกานต์ เกตุแก้ว มารดาน้องเหนือ จึงให้พักงาน ซึ่งในตอนนี้นายทวีชัยก็ยังมีอาการพูดจาวกวน คาดว่าอาจจะเป็นอาการทางจิต  ต้องรอผลตรวจจากทางโรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อประกอบสำนวนในคดี