ข่าว

ธิดารับผลประโยชน์ทำแดงขัดแย้ง

ธิดารับผลประโยชน์ทำแดงขัดแย้ง

11 ก.ค. 2554

“ธิดา" รับปมขัดแย้งแกนนำแดงมาจากผลประโยชน์ เปรยหาก "พท." แพ้เลือกตั้งความขัดแแย้งไม่เกิด "ณัฐวุฒิ-หมอเหวง” ยันแกนนำ นปช.ไม่แทรกแซงโผ ศาลนัดสืบพยาน 19 นปช.ก่อการร้ายมิ.ย. ปี 55

          (11ก.ค.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งของแกนนำคนเสื้อแดงเริ่มขึ้น ภายหลังจากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง หากแพ้การเลือกตั้งปัญหาดังกล่าวอาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้ ส่วนตัวยังเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะทำให้คนเสื้อแดงเข้มแข็งขึ้น และหากยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนทุกอย่างก็จะสามารถแก้ไขได้เสมอ 

           อย่างไรก็ตามรักษาการประธาน นปช. พยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่าแกนนำคนเสื้อแดงจะร่วมแถลงข่าวเพื่อยุติความขัดแย้งที่จะมีขึ้น

           นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีต ประธาน นปช.  กล่าวว่า เรื่องความขัดแย้งกันเป็นเรื่องปลีกย่อยไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์  เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกันก็ต้องพูดคุยกัน โดยคาดว่าเรื่องนี้จะสามารถพูดคุยกันในแบบพี่น้องได้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับนางธิดาถึงความเป็นมาของเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะที่เรื่องสัดส่วนการเป็นรัฐมนตรีของแกนนำนปช. นั้นถือเป็นดุลยพินิจของพรรค เพราะอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง คือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่เพื่อจะเป็นรัฐมนตรี

           ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้พรรคกำลังทำตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชนในขณะหาเสียงให้เป็นรูปธรรม โดยตนยังยืนยันว่า แกนนำ นปช. ไม่มีการแทรกแซงเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เพราะเรื่องดังกล่าวควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะเป็นผู้เห็นชอบ

            ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นเดียวกันว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะที่ตนพร้อมจะทำงานตามที่ทางพรรคได้มอบหมายให้

"ธาริต"เผยนัดแกนนำนปช.รับทราบข้อกล่าวหาคดีล้มเจ้า17ส.ค.นี้ 

           นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับพนักงานอัยการ และพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงต่อรัฐ หรือคดีล้มเจ้า กรณีการปราศรัยล่วงละเมิดสถาบันกับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ 19 ราย ว่า คณะพนักงานสอบสวนจะนัดให้ผู้ต้องหาทุกรายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันพุธที่ 17 ส.ค. นี้  เวลา 10.00 น.  ในส่วนของนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครนั้น พนักงานสอบสวนจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาที่เรือนจำในวันและเวลาเดียวกัน 

           สำหรับคดีล้มเจ้ากรณีเปิดเวทีปราศรัยวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหากลุ่มแกนนำนปช.ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นหนังสือขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกอ้างเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง  และหนังสือขอเลื่อนนัดครั้งที่สองอ้างว่าคดีมีอัตราโทษสูง จำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน

 

ศาลนัดสืบพยาน19นปช.ก่อการร้ายมิ.ย.ปี55

           ขณะที่ห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.2542/2533 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์  นายจตุพร  นายณัฐวุฒิ กับพวกที่เป็นแกนนำและแนวร่วม นปช. รวม 19 คน เป็นจำเลยที่ 1- 19 ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ,ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ  , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก และ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกฉิน พ.ศ.2548 จากกรณีระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค.53 ต่อเนื่องกัน พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นยุบสภา

           โดยวันนี้ศาลเบิกตัวนายจตุพรจำเลยที่ 2 และนายนิสิตจำเลยที่ 8 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ  เพื่อร่วมพิจารณาคดี

          ขณะที่อัยการโจทก์ แถลงต่อศาล ขอนำสืบพยานบุคคล 369 ปาก แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานบางปาก มีความซ้ำซ้อนกัน จึงให้โจทก์พิจารณาแยกแยะประเด็นนำสืบพยาน และตัดพยานให้เหลือเพียง 120-150 ปาก โดยโจทก์ขอเวลาสืบพยาน 60  นัด ส่วนพยานฝ่ายจำเลย ได้เคยยื่นบัญชีไว้ 168 ปาก แต่ยังมีพยานหลักฐานอื่นที่จะขอยื่นเพิ่มเติม ซึ่งทนายจำเลย ยังแถลงศาลด้วยว่า จำเลยบางส่วนได้เป็น ส.ส.หากเปิดสมัยประชุมสภา จะไม่สามารถ  เข้าร่วมการพิจารณาคดีได้ จึงขอให้ศาลพิจารณาด้วย ศาล พิเคราะห์แล้วเห็นควรให้นำสืบพยานโจทก์ในช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภา

          โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกในวันที่ 1 มิ.ย.2555  ซึ่งศาลได้นัดพร้อมคู่ความก่อนสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 23 เม.ย.55 เพื่อพิจารณาดูวันเปิด - ปิด สมัยประชุมสภาอีกครั้งว่าจะตรงกับวันนัดสืบพยานโจทก์เดือน มิ.ย. หรือไม่ ขณะที่เดียวกันทนายจำเลย ยังแถลงศาลขอให้รวมสำนวนคดีก่อการร้ายที่มีนายอร่าม แสงอรุณ นายมานพ ชาญช่างทอง นายสมพงษ์ บางชม และนายเจ็มส์ สิงห์สิทธิ์ แนวร่วม นปช.เป็นจำเลย เป็นสำนวนเดียวกับคดีนี้ด้วย ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาต

           ขณะที่ได้มีเจ้าของร้านค้า และนิติบุคคลต่างๆ หลายสิบราย ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการชุมนุม ได้ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมด้วย ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้  

           ด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. กล่าวว่า จำเลยทุกคนจะใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ยกเว้น นายวีระกานต์ อดีต ประธาน นปช. ที่จะใช้พยานหลักฐานที่มีความแตกต่างออกไป อย่างไรก็ดีเรื่องการประกันตัวนายจตุพร และนายนิสิต แกนนำ นปช. ก็อยากเรียกร้องในการให้โอกาสจำเลยเพื่อให้มีการพิสูจน์ความจริงตามกฎหมายดำเนินต่อไป เพราะขณะนี้สถานการณ์น่าจะนำไปสู่การปรองดอง

            ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า หลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ทีมทนายได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานเขตวังทองหลาง แจ้งสาเหตุที่นายจตุพร ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 3 ก.ค.ได้ โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเขตได้มีหนังสือแจ้งกลับมาแล้วว่า พิจารณาเรื่องแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควร จึงถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นายจตุพรไม่เสียสิทธิ์การเป็น ส.ส. อย่างไรก็ดีทันทีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสถานภาพการเป็น ส.ส. ของนายจตุพรเมื่อใด ทีมทนายจะนำหนังสือจาก กกต.มาประกอบคำร้องยื่นขอประกันตัวต่อไป