
'เติ้ง'รับบินพบ'แม้ว'บรูไน
'เติ้ง' รับ ไปบรูไนพบ 'แม้ว'จริง อ้าง คุยแค่ชั่วโมงเศษ ปัดต่อรองเก้าอี้ รมต. 'ปู' ยังไม่ตอบใครนั่งปธ.สภา ด้าน 'ฉายแสง' เตรียมแฉหลักฐานเด็ด ซื้อเสียง
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวยอมรับว่า ได้เดินทางไปประเทศบรูไนจริง โดยได้มีโอกาสพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี และได้มีการโอกาสพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะรับประทานข้าวต้มร่วมกัน
นายบรรหาร อ้างว่า การเดินทางไปครั้งนี้ เพื่อไปดูเสือขาว เพราะจะเอาไปไว้ที่สวนสัตว์บึงฉวาก และก็ได้มีโอกาสพบอดีตนายกรัฐมนตรี จึงได้ทักทายเยี่ยมเยียนกัน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง
“ ไปเยี่ยมเยียนเขา ไม่ได้พูดอะไรหรอก แค่ถามว่าสุขสบายดีไหม เพราะตอนอยู่ดูไบนะมันไกลเกินไป เครื่องบินบินตั้งเจ็ดชั่วโมง ไปบรูไนแค่สองชั่วโมง พอดีที่บรูไนก็ไปดูเสือขาวด้วย “ นายบรรหาร กล่าว
นายบรรหาร กล่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคุยว่า ความจริงคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย น่าจะได้ถึง 320 ซึ่งเขาก็ตกใจ จึงบอกว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ 320 เสียงแล้วพรรคอื่นจะเหลืออะไร จากนั้นได้ทานข้าวต้มร่วมกันแล้วเดินทางกลับ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมืองแต่อย่างใด
ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ฝากให้ดูแลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และว่าที่นายกรัฐมนตรี เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์มีคนดูแลมากอยู่แล้ว เขาคงไม่ถึงกับต้องไปดูแล คงได้แต่ดูแลอยู่ภายนอก และให้กำลังใจให้ทำงานให้ดี เมืองไทยไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีหญิงเลย ถ้าจะมีดูสักครั้งน่าจะไปได้
“เรื่องการเมืองไม่ได้คุยเลย เรื่องตำแหน่งก็ไม่ได้ถาม ไม่กล้าถาม เรื่องคุณยิ่งลักษณ์คงไม่ต้องฝากผมดูหรอก มีคนดูแยะแล้ว ผมคงไม่กล้าไปให้คำแนะนำหรอก” นายบรรหาร กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ข่าวจากพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า นายบรรหารไปต่อรองเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ได้ต่อรอง เขาไม่มีสิทธิต่อรอง การพูดคุยเรื่องตำแหน่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค เขาไม่เคยต่อรองใคร ใครเอาก็เอาไม่เอาก็ไม่เอาไม่เคยต่อรอง ทุกรัฐบาล เขาไม่เคยต่อรอง ไม่เคยเกี่ยวข้อง พรรคชาติไทยพัฒนาต้องไปเจรจาเอง ข่าวก็เป็นแค่ข่าว
เมื่อถามย้ำว่า มีข่าวว่า นายบรรหารต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรี 5 ตำแหน่ง นายบรรหาร กล่าวติดตลกโดยถามกลับผู้สื่อข่าวว่า คุณคิดดูสิว่า มีเพียง 19 เสียงจะไปต่อรองได้ไหม
"มีแค่ 19 เสียงถ้าได้ 5 เก้าอี้ พรรคอื่นจะเหลืออะไร ได้แค่ 3 ก็บุญแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการต่อรอง 5 หรือ 6 เก้าอี้ไม่มี ถามหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ผมไม่เกี่ยวข้องนะ ไม่มีนะ"
เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังจะรับรองผลการเลือกตั้ง นายบรรหาร กล่าวว่า เมื่อยุบสภาและต้องการให้ประชาชนตัดสิน ควรดูเสียงประชาชน เขาเคยบอกแล้ว เมื่อมีผลการเลือกตั้งแล้ว พรรคใดได้คะแนนเสียงมาก ก็ควรให้เป็นรัฐบาลและควรให้อยู่ไปได้ เมื่อมีพรรคได้คะแนนเสียงเกือบ 300 เสียง ก็ควรให้การรับรองให้สภาเดินหน้าไปได้ ส่วนที่มีปัญหาค่อยพิจารณาในภายหลัง เชื่อว่า การรับรองผลน่าจะเป็นการรับรองเพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ ส่วนการตรวจสอบในส่วนที่มีปัญหาเป็นเรื่องของกกต.เราจะไปเกี่ยวข้องไม่ได้
“การยุบพรรคหรือยุบสภา ผมไม่ชอบเลยเพราะเหนื่อย พรรคไหนได้คะแนนสูงสุดก็ควรให้เขาไป ควรรับรองให้สภาเปิดได้แล้วจะทำอะไรก็ทำภายหลัง ประกาศไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน เรื่องยุบพรรคผมบนบานสานกล่าวอย่าให้มีง่ายๆ เลย พรรคการเมืองกว่าจะพัฒนามาใช้เวลานาน อย่ายุบเลย พรรคอยู่คนยังเปลี่ยนแปลงได้ เมืองนอกก็ไม่มี มีแต่เมืองไทย ใครมีอำนาจฝากด้วยสงสารพรรคการเมืองหน่อยไม่ว่าใครอย่าไปยุบเขาเลย” นายบรรหาร กล่าว
เมื่อถามว่า กกต.ควรเด็ดขาดในการให้ใบแดงหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เขาไม่ทราบ ไม่ก้าวก่ายกกต.
ชวนดูเสือขาว "บึงฉวาก" หลังบินไปดูถึงบรูไนด้วยตัวเอง
นายบรรหาร ยังกล่าวถึงการเดินทางไปบรูไนเพื่อไปดูเรื่องเสือที่จะนำมาไว้ที่บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรีว่า เป็นเสือขาวที่ทางบึงฉวากได้ขอซื้อไว้นานแล้วตัวละ 2 ล้านบาท เสือขาวที่ไปดูเป็นเสือที่สามารถกระโดดลอดห่วงได้ด้วย และคนที่ดูแลก็เป็นผู้ที่เคยดูแลสวนสัตว์ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่ไปอยู่หลายปีแล้ว หากลาออกจากที่นั้น ก็จะให้มาดูแลเสือขาวที่บึงฉวาก โดยจะให้มาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ
"เวลานี้ บึงฉวากมีเสือขาวเป็นจำนวนหลายสิบตัวแล้ว และต่อไปบึงฉวากจะเป็นสวนสัตว์ที่มีเสือขาวมากที่สุดในประเทศ ยกเว้นสวนสัตว์ที่เชียงใหม่อาจจะสู้ไม่ได้ และนอกจากนี้จะนำพันธุ์เสือขาวพ่อ-แม่มาใหม่เลยจากแคนาดา โดยจะมีการผสมข้ามสายพันธุ์" นายบรรหาร ระบุ
“ยิ่งลักษณ์” อ้ำอึ้ง ปัดตอบใครนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ
เมื่อเวลา 09.35 น. ที่สำนักงานเขตวังทองหลาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนโยบายที่ให้เด็กตั้งแต่ 7ขวบ ทำบัตรประชาชนว่า ถือเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราทำบัตรประชาชนแล้ว เมื่อไปเชื่อมต่อกับข้อมูลต่างๆก็เป็นเรื่องที่ดี อยากให้มองว่าเป็นช่วงการพัฒนาของเด็กที่จะทำให้เด็กนั้นได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ที่สำคัญคือการนำข้อมูลมาใช้เพื่อประยุกต์ให้เกิดการพัฒนาของเด็ก
ส่วนความพร้อมของเด็กในการเก็บรักษาบัตรประชาชนนั้น มองว่า เด็กอาจจะไม่ต้องพกพาตลอดเวลา น่าจะให้เด็กใช้ในกรณีที่นำไปใช้เกี่ยวกับการสาธารณสุข ซึ่งในอนาคตมองว่า สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องของการศึกษา ในการบริโภคอาหารต่างๆได้ ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมกับพัฒนาการของเด็กได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดี ยืนยันว่าเรื่องใดเป็นนโยบายที่ดี เธอพร้อมที่จะสานต่อ เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสพัฒนาต่อไป
เมื่อถามว่าการที่ กทม.ออกมาระบุว่า ต้องการที่จะจัดการทำบัตรประชาชน แทนกระทรวงมหาดไทยนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องหารือในรายละเอียดต่อไป ที่สำคัญต้องหารือในเรื่องของข้อมูลพื้นฐานของเยาวชนและนำข้อมูลเหล่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนด้วย
เมื่อถามว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาร้องยุบพรรคเพื่อไทย มองว่าเป็นการเล่นการเมืองมากเกินไปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอฝากเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ กกต. ที่จะพิจารณา และขอให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงต่อไป เธอมีความบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่อยากให้เห็นการแจ้งความดำเนินคดีต่างๆมาทำให้กระบวนการต่างๆล้าช้าไป ตราบใดที่เป็นสิ่งที่ทำอยู่ในพื้นฐานของกฎหมาย ทางเราก็พร้อมที่ให้คำชี้แจง
เมื่อถามว่า อึดอัดหรือไม่ที่ถูกจับตาทุกอิริยาบถที่กระทำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องอดทน เราอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่อยากต้องมาทะเลาะกัน ต้องการที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนมากกว่า เราตั้งใจทำงาน มุ่งมั่นไปข้างหน้า เราพยายามที่จะไม่คุยในประเด็นที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาของประชาชน เราต้องช่วยกันและทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ อย่างที่ผลโพลล์ระบุว่าประชาชนอยากเห็นการแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่าวันที่ 12 ก.ค.นี้ ทาง กกต.ประกาศรับรองผล คาดว่าจะทำงานอะไรเป็นชิ้นแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องดูว่าหาก กกต.รับรองแล้วสามารถที่จะเปิดสมัยประชุมสภาฯได้หรือไม่ คงต้องดูจำนวนปริมาณที่ กกต. รับรองด้วย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านายพิชิต ชื่นบาน นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จะขาดคุณสมบัติ เพราะระเบียบของพรรคเพื่อไทยผู้ใดที่ออกจากการจำคุกไม่ถึง 5 ปี จะขาดคุณสมบัตินั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต. แต่เบื้องต้นทาง กกต. ก็ได้มีการรับรองทั้ง 3 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อบังคับของพรรคเพื่อไทยนั้นคงต้องให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย เบื้องต้นแล้วเราได้มีการตรวจสอบแล้ว
เมื่อถามว่า ใกล้เปิดสภาฯแล้ว ได้มองคนที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯแล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะแจ้งให้ทราบภายหลัง จะนำคนที่เคยนั่งบัลลังก์ในสภาฯหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ใจเย็นๆ ก่อนจะดีกว่า เราคงเลือกคนที่เคยทำงานและทำงานได้ เราจะขอชี้แจงอีกครั้งภายหลังกกต.รับรองผลจะดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่า ต้องเป็นคนที่เราไว้ใจมากที่สุดหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเป็นผู้ที่ ส.ส. และสมาชิกทุกคนภายในพรรคให้การยอมรับ พร้อมทั้งมีพื้นฐานและข้อมูลในด้านของกฎหมาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสภาฯเป็นอย่างดี ส่วนตำแหน่งประธานและรองประธานจะเป็นคนของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดหรือไม่นั้น คงต้องรอชี้แจงอีกครั้งในภาพรวมจะดีกว่า
เมื่อถามว่ามีสำนักข่าวต่างประเทศออกมาวิเคราะห์ว่าระบบทักษิโนมิคส์จะกลับมา เพราะเป็นนโยบายขายฝันอาจจะทำให้เกิดเงินเฟ้อได้นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รอฟังคำชี้แจงในภาพรวมทีเดียวจะดีกว่า เพราะประเด็นในเรื่องของการเงินก็เป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อภาพรวม เพราะถ้านโยบายต่างๆยังไม่ชัดเจนนั้น เธอก็เป็นห่วงผู้ที่ทำธุรกิจต่างๆจะมีผลกระทบ รอให้ทุกอย่างนั้นเป็นทางการเสียก่อนแล้วจะชี้แจงให้ทราบต่อไป
ส่วนนโยบายที่วางไว้ จะกระทบต่อเงินเฟ้อหรือไม่นั้น ทุกอย่างเราวางไว้และต้องหาทางออกให้กับทุกด้าน ทั้งในเรื่องอนาคตข้างหน้าเงินเฟ้อจะเป็นอย่างไร การสร้างรายได้จะเป็นอย่างไร ขอเป็นภาพรวมดีกว่า ถ้าเราคุยกันทีละจุดเกรงว่าจะเป็นห่วงในเรื่องของความอ่อนไหว
เมื่อถามว่า มีการออกมาระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเรื่องนโยบายมากกว่านั้น ได้หารือกับพี่ชายบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คุยกันตามปกติ ตามประสาพี่น้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีประสบการณ์ ก็มีคำแนะนำในส่วนหนึ่ง แต่พรรคก็ทำหน้าที่ของพรรค
2 พี่น้อง “ฉายแสง” เตรียมยื่นหลักฐานเด็ดซื้อเสียงที่ "ฉะเชิงเทรา"
วันเดียวกัน น.ส.ฐิติมา และนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวว่า วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งกับพวกเขาว่า พบการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในเขต 1 และเขต 4 ของจ.ฉะเชิงเทรา เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการซื้อเสียงอย่างมโหฬารอย่างไม่เคยเจอมาก่อน จนมีประชาชน ไปแจ้งยังกกต.จังหวัดและสถานีตำรวจ เป็นจำนวนมากว่า ได้รับเงินจากผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน และตามกฎหมายหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ผู้ใดรับเงินในการลงคะแนน ถ้าไปแจ้งต่อกกต.และแจ้งความ จะถือว่าไม่มีความผิด จึงมีประชาชนมาร้องเรียนจำนวนมาก
น.ส.ฐิติมา กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว เธอจึงได้ยื่นเรื่องต่อกกต.เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา และในวันนี้ จะไปยื่นเรื่องเพิ่มเติมต่อกกต. ซึ่งหลักฐานชุดนี้เด็ดมาก เพราะถึงตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคการเมืองหนึ่ง มีเสียงผู้สมัครพูดไว้อย่างชัดเจน หากกกต.ฟังและได้ดูเอกสารที่แนบไว้ จะเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติมาก ดังนั้น ต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน เพราะซีดีมีการยอมรับจากผู้สมัครจากบางพรรคการเมือง
นางฐิติมา กล่าวว่า น่าสังเกตว่า นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ว่าที่ ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อการเลือกตั้งปี 50 จาก 5 เขต ได้รับคะแนนเพียง 3 พันกว่าคะแนน ขณะที่เธอได้ 6 หมื่นกว่าคะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้มา 4 หมื่นกว่าคะแนน เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะจากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ ทราบว่า นายบุญเลิศ ไม่เคยลงพื้นที่ เหมือนกับเธอทำตลอด
อย่างไรก็ตาม แม้จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ก็จะขอต่อสู้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และมั่นใจว่า หลักฐานที่นำมาอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง
ด้านนายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เราได้ข้อมูลมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ต้องนำรูปมาดูให้แน่ชัด และแกะคำพูดออกมาให้แน่ชัด ก่อนยื่นได้ในวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้ง มีประชาชนร้องคัดค้านกกต.จำนวนมาก แต่ไม่รู้จะไปแจ้งได้อย่างไร เพราะมีการใช้อิทธิพลข่มขู่ แต่วันนี้หลังจากที่ได้รับจะนำหลักฐานไปให้กกต.ใหญ่ เนื่องจากมีหลักฐานครบ และมีการกระทำผิด พร้อมทั้งมีการใช้หน่วยงานของรัฐช่วยเลือกการเลือกตั้ง



