
การเมืองพ่นพิษคู่บ่าวสาวจีนยกเลิกแต่งแบบไทย14คู่
หนุ่มสาวเมืองเซี่ยงไฮ้ 15 คู่ วางแผนบินลัดฟ้าเข้าพิธีแต่งงานแบบประเพณีไทยเจอพิษการเมือง ยกเลิกการเดินทาง 14 คู่ กลัวไม่ปลอดภัย เหลือเพียง 1 คู่บ่าวสาว ขึ้นหลังช้างแห่ขันหมาก เอเย่นต์ทัวร์จีนโอดพิษการเมืองกระทบหนักสุดในรอบ 10 ปี นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกทัวร์
จากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ปิดล้อมงานประชุมอาเซียน ที่พัทยา และปิดถนนป่วนกรุงเทพฯ จนนำไปสู่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายจิรพฤทธิ์ โสดร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดสวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า บริษัท คอร์ลิตี้ เอ็กเพรส จำกัด ได้ติดต่อให้สวนนงนุชพัทยา จัดพิธีมงคลสมรสแบบประเพณีไทยโบราณให้แก่คู่รักชาวจีน จำนวน 15 คู่ แต่เดินทางมาเพียง 1 คู่เท่านั้น คือ นายยู ซินยี อายุ 36 ปี และ น.ส.ซี ฮองไลย์ อายุ 34 ปี ทั้งคู่เป็นชาวเซี่ยงไฮ้ ซึ่งในพิธีดังกล่าวจะแต่งชุดไทยแบบโบราณ ใช้ช้าง 1 เชือก สำหรับแห่เจ้าบ่าว และเจ้าสาวเข้าพิธีมงคลสมรส ตลอดจนขนม นม เนย ตามประเพณีไทย มีการเจิมหน้า หลั่งน้ำสังข์ ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่ และเพื่อนๆ ชาวเซี่ยงไฮ้ ติดตามมาร่วมพิธีมงคลสมรสจำนวนมาก
นายจิรพฤทธิ์กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหนุ่มสาวชาวเซี่ยงไฮ้ ติดต่อจองตั๋วเครื่องบินเข้ามาทำพิธีแต่งงานแบบประเพณีไทย ที่สวนนงนุชพัทยา จำนวน 15 คู่ แต่ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุรุนแรงในประเทศไทย มีข่าวกลุ่มเสื้อแดงชุมนุมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการบุกเข้าไปในโรงแรมพัทยา คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ขณะที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศประกาศให้ประชาชนยุติการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยชั่วคราว ส่งผลให้คู่รักจำนวน 14 คู่ ต้องยกเลิกการเดินทางเข้ามาทำพิธีแต่งงานในประเทศไทย เพราะเกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัย เหลือเพียงคู่ของนายยู ซินยีกับแฟนสาว ที่ตั้งใจจนประสบความสำเร็จในพิธีแต่งงาน ก่อนจะร่วมรดน้ำดำหัวตามเทศกาลสงกรานต์ของไทยที่ชาวต่างประเทศยังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ก่อนคู่รักคู่นี้จะเดินทางกลับประเทศอย่างสง่างาม
นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้ลงทุนในเรื่องของการสร้างจุดขายการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พยายามหาโปรแกรมแปลกใหม่เสนอขายให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการจึงต้องแบกภาระมากขึ้น โดยเฉพาะขณะนี้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้ามาประเทศไทยอย่างน่าใจหาย จึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และบุคลากรของสวนนงนุชพัทยาทุกคน
เช่นเดียวกับนายวิฑูร เลิศวาจา ผู้จัดการ บริษัท ไบรท์ทัวร์ แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทนำเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ที่ระบุว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัทจะเป็นนักท่องเที่ยวแถบอาเซียน 70% อีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบด้านการเมืองขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 เมษายน ส่งผลกระทบกับบริษัทท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ที่ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ประกอบกับประเทศจีนตัดสินใจเพิ่มระดับการเตือนนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับเหลือง โดยเตือนบริษัทนำเที่ยวห้ามจัดทัวร์พาคนจีนเข้ามาในประเทศไทยระยะนี้ ยิ่งตอกย้ำความเสียหายของธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น
"ถือว่าเป็นผลกระทบที่หนักสุดที่เกิดขึ้นในรอบ 10 ปี ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนยกเลิกมาเชียงใหม่ถึง 100% จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการรายอื่นอีก 2-3 รายก็พบว่ามีการยกเลิกโปรแกรมทัวร์ทั้งหมดเช่นกัน โดยภาพรวมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนหายไปแล้วกว่า 80% รายได้หายไปหลายล้านบาท" นายวิฑูรกล่าว
นายวิฑูรกล่าวอีกว่า ช่วงหยุดยาววันแรงงานของประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 1-7 พฤษภาคมนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านๆ มา และยังเชื่อว่าเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์บินตรงประเทศจีน-กรุงเทพฯ จะถูกยกเลิกไม่ต่ำกว่า 10-15 ลำ จำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 4,000-5,000 คน ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่หายไปเช่นกัน รวมถึงนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย จากสิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ ก็เบนเข็มไปเที่ยวประเทศอื่น



