ข่าว

ทึ้งรมต.ไม่จบ'ชทพ.'บี้5ตำแหน่ง

ทึ้งรมต.ไม่จบ'ชทพ.'บี้5ตำแหน่ง

11 ก.ค. 2554

'ชทพ.' ไม่พอใจแค่ 3 ยื่นเงื่อนไข ขอ 5 ตำแหน่ง พท.กินรวบ ปธ.สภา-รอง 3 ที่นั่ง 'ปู' เคาะแผน 'พลังงาน-งด.-ค่าแรง' วันนี้

          จนถึงเวลานี้ การต่อรองตำเเหน่งรัฐมนตรี จากส.ส.กลุ่มต่าง ๆ ภายในพรรค เเละในพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อจัดสรรตำแหน่งในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์1" ก็ยังวุ่นวายและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในท้ายที่สุด ยังเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

          ทั้งนี้ มีกระเเสข่าวระบุว่า เเกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ต่างเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ ทั้งที่ฮ่องกง , บรูไน ตลอดจนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

 

'ชทพ.' ไม่พอใจแค่ 3 ขอต่อรอง 5 ตำแหน่ง

 

          มีรายงานแจ้งว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีส.ส. 19 คน ที่เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้จัดสรร 3 โควตารัฐมนตรี ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา คือ 1 รมว. 2 รมช. เเต่ล่าสุด พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความจำนงต้องการโควตาเพิ่มอีก 2 รมช. เพื่อให้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เเละนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย ซึ่งล่าสุด เเกนนำพรรคเพื่อไทย ยังไม่ยินยอม จึงยังมีการเจรจาต่อรองกันอยู่ ขณะที่ในส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อเเผ่นดินจะได้โควตา 1 รมว. เช่นเดียวกับพรรคพลังชล ที่จะได้โควตา 1 รมว.

 

พท. กินรวบ ฝายนิติบัญญัติ เหมาหมด ปธ.สภา-รอง

          มีรายงานด้วยว่า ในส่วนตำเเหน่งประธานสภาผู้เเทนราษฎร เเละรองประธานสภาฯอีก 2 ตำเเหน่งนั้น เบื้องต้นพรรคเพื่อไทย จะมอบตำเเหน่งรองประธานฯ 1 เก้าอี้ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา เเต่พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ยอม  จึงอาจทำให้ตำเเหน่งทางนิติบัญญัติ เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เเละต้องเกลี่ยโควตา 1 ตำเเหน่ง ให้พรรคชาติไทยพัฒนาไป ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ พรรคชาติไทยพัฒนา จะได้โควตา 1 รองนายกฯ 1 รมว. และ 3 รมช.รวม5ตำเเหน่ง

          อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะขึ้นอยู่ที่การเจรจาต่อรองตำเเหน่งภายใน ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องลงตัวก่อน จากนั้น จึงจะมีการเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป

 

"อภิวันท์-สมศักดิ์-วิทยา" ชิงกำ ปธ.สภา

 

          ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในส่วนตำแหน่งประธานรัฐสภา ขณะนี้ มีรายชื่อแกนนำของพรรค อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย  นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และนายวิทยา บูรณศิริ โดยพรรคมองว่า มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นคนนำชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ดังนั้น ตัวบุคคลต้องเป็นคนที่คณะกรรมการบริหาร และแกนนำไว้ใจได้มากที่สุด รวมทั้งยังต้องเป็นคนคุมเกมในสภาทั้งหมดด้วย

          ทั้งนี้ เนื่องจากเคยมีมีตัวอย่างสมัยพรรคพลังประชาชน ที่ตั้งนายชัย ชิดชอบ เป็นประธาน แต่กลับไม่สามารถประสานงานไม่ได้ 

          แหล่งข่าวระบุว่า จากรายชื่อที่ออกมา พ.อ. อภิวันท์ ก็เคยเป็นรองประธานสภา และผ่านการทำงานให้กับพรรคอย่างมาก จึงถือว่า มีโอกาสมาก ขณะที่นายสมศักดิ์ ก็เคยเป็นอดีต รมต. และอดีต รองประธานฯ แต่บทบาทในช่วงหลัง ไม่ค่อยเข้ามาช่วยในเรื่องการหาเสียงเท่าไหร่ ขณะที่ นายวิทยาถือว่าอาวุโสยังน้อย เคยเป็นแค่ประธานวิปเท่านั้นแต่ยังไม่เคยเป็น รมต.   ซึ่งสุดท้าย พรรคก็น่าจะเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ก็อาจจะมีโอกาสเป็นม้ามืด จากแกนนำพรรค ที่เคยเป็นรัฐมนตรีก็ได้ 

          สำหรับ โควตาของรองประธานฯทั้ง 2 คน น่าจะต้องมาจากพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เพราะมีเสียงข้างมาก

 

"มิ่งขวัญ" ยังฮึด รวมกลุ่มส.ส.ในสังกัด ต่อรองเก้าอี้

 

          ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า ขณะนี้ ส.ส.อีสานพัฒนา ซึ่งเป็นกลุ่มส.ส.ที่มีความใกล้ชิด นายมิ่งขวัญ เเสงสุวรรณ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ราว 30-40 คน โดยบางกลุ่มในพรรค เรียกส.ส.กลุ่มนี้กันเเบบภายในว่า "กลุ่มส.ส.อร่อยบาทเดียว" กำลังยื่นเงื่อนไขต่อรองโควตาหลายตำเเหน่ง เเต่สุดท้ายเเล้วคงจะไม่ได้  เพราะพ.ต.ท.ทักษิณจะส่งนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน ไปเจรจา เเละสอบถามความสามารถของส.ส.กลุ่มนี้ ในการทำงานตามนโยบายพรรคว่าทำงานได้หรือไม่ ซึ่งสุดท้ายเเล้ว โควตาของกลุ่มนี้น่าจะมอบให้นายมิ่งขวัญเพียง 1 ตำเเหน่งเท่านั้น

          รายงานระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบความเคลื่อนไหวของส.ส.กลุ่มนี้ดีว่า จะเคลื่อนไหวเพื่อช่วยนายมิ่งขวัญ ให้เป็นหัวหน้าพรรคแต่เพียงอย่างเดียว

 

พท. ยัน รวบกระทรวงหลักทั้งหมด เดินหน้านโยบายหาเสียง

 

          สำหรับตำเเหน่งหลัก ๆ ที่พรรคเพื่อไทยจะดูเเล เพื่อสานต่อนโยบายพรรค ตามที่ได้หาเสียงเอาไว้ เช่น การจำนำข้าวสาร 15,000 บาท เเจกคอมพิวเตอร์เเท็บเลตให้นักเรียน ค่าเเรงขั้นต่ำวันละ300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ พัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค  และ ฯลฯ ทางพรรคต้องดูเเลกระทรวงหลัก คือ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเเละเศรษฐกิจ   มหาดไทย คลัง พาณิชย์ ศึกษาธิการ เเรงงาน ไอซีที พลังงาน สาธารณสุข พัฒนาสังคมฯ เป็นต้น

 

ชี้ "แม้ว" เคาะสุดท้ายทุกตำแหน่ง

 

          รายงานระบุว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนตัดสินใจทั้้งหมด เเละกำหนดเเนวทางชัดเเล้วว่า  1.ต้องสร้างภาพลักษณ์ของครม.ใหม่ให้ดูดี 2.เเต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ในหน้าที่การงานนั้น ๆ และ 3.เรื่องโควตาของกลุ่มต่าง ๆ จะมาในลำดับสุดท้าย เพื่อให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเพื่อไทย เเละครม.ยิ่งลักษณ์1 มีความน่าเชื่อมั่น เหมือนสมัยรัฐบาลไทยรักไทย เเละครม.ทักษิณ1 เมื่อปี2544 โดยเมื่อทำงานไปสักระยะเเล้ว จึงจะมาปรับครม.กันใหม่

          สำหรับตำแหน่งที่ยังมีการแย่งชิงกันอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ จะเป็นโควตาภาคเหนือ ที่ต้องเเย่งกันระหว่างนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล กับนายบุญทรง  เตริยาภิรมย์ ส่วนนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค เเละอดีตปลัดกระทรวงเเรงงาน เป็นแคนดิเดต รมว.เเรงงาน , นายคณวัฒน์ วศินสังวร มีชื่อเป็นแคนดิเดตรมต.ประจำสำนักนายกฯ หรือรมว.ไอซีที 

 

"เจ๊หน่อย" ขอ 2 รมต. บรรณาการส.ส.พ.ท. สาย กทม.

 

          สำหรับในภาคของ กทม.นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เจรจาขอให้กับส.ส.ในก๊วน 2 ตำเเหน่งคือ รมว.สาธารณสุข เเละรมว.พัฒนาสังคมฯ โดยเบื้องต้น ผู้ที่จะรับตำแหน่งในกลุ่มนี้คือ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายอุดมเดช รัตนเสถียร 

          ส่วนกระทรวงกลาโหม เเละต่างประเทศนั้น จะเป็นโควตารัฐมนตรีคนนอก ที่จะเข้ามาช่วยงานรัฐบาล

 

'ปู' เคาะแผน 'พลังงาน-งด.-ค่าแรง' วันนี้

          แหล่งข่าวจากทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการประชุมยกร่างนโยบายในวันนี้ (11 ก.ค.54) โดยจะมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่า จะเป็นการหารือลงลึกในรายละเอียด ของนโยบาย 3 ส่วนได้แก่ พลังงาน นโยบายเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท และนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท