ข่าว

วิถียุติธรรม-ค่าแรงขั้นต่ำ

วิถียุติธรรม-ค่าแรงขั้นต่ำ

11 ก.ค. 2554

คงไม่พูดว่าค่าแรงขั้นต่ำเท่าไหร่จึงจะยุติธรรมเพราะไม่มีความลึกซึ้งในเรื่องนี้มากพอ แต่จะขอพูดทำนองที่ว่าวิถียุติธรรมของชาวบ้านคนใช้แรงงานควรจะเป็นอย่างไรด้วยเห็นว่าประเด็นนี้น่าจะนำไปหาคำตอบได้ว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ยุติธรรมควรจะเป็นเท่าไหร่ได้เช่นเดียวกัน

         คนใช้แรงงานทุกคนก็เหมือนกับทุกคนในสังคมไทยและในโลกนี้คือการมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขทั่วไปโดยเข้าใจกันว่าจะต้องมีปัจจัย 4 เพียงพอในการใช้ชีวิตประจำวันได้และเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้สำหรับเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งตัวเอง ครอบครัว รวมทั้งผู้ใกล้ชิด

          การใช้ชีวิตที่อยู่ได้อย่างปกติที่ว่าก็ต้องแลกกับการใช้แรงงานไม่ว่าจะเป็นแรงกาย สมองหรือความคิด ความสามารถและถ้าพูดถึงค่าแรงขั้นต่ำก็มักจะหมายถึงแรงงานที่เรียกว่าไม่ต้องมีทักษะหรือความสามารถขั้นสูงมากนักรวมทั้งครอบครัวซึ่งประกอบด้วยสามีหรือภรรยาและลูกอีก 2 คนที่จะต้องใช้ชีวิตให้อยู่รอดใน 1 วัน

          นั่นเป็นนิยามของค่าแรงขั้นต่ำในยุคก่อนๆ แต่มีนัยว่านโยบายยุคนี้อาจหมายถึงค่าแรงสำหรับแรงงานมีฝีมือ ซึ่งดูเหมือนว่านโยบายเรื่องนี้จะสร้างความฮือฮาให้แก่สังคมไทยไม่น้อย ถึงขนาดตั้งหน้าตั้งตาคอยกันว่าตัวเลขจริงจะออกมาเท่าไหร่

          แนวคิดการคุ้มครองแรงงานพัฒนามาโดยตลอดทั้งในระดับโลกและในบ้านเรา แต่ต้องยอมรับว่าสำหรับบ้านเราพัฒนาการในด้านนี้ได้รับอิทธิพลจากภาคธุรกิจและภาครัฐมากกว่าสิ่งที่เรียกว่าไตรภาคีหรือสามฝ่ายที่ยอมรับความสำคัญของฝ่ายลูกจ้างพอๆ กับภาคธุรกิจ และภาครัฐซึ่งนับแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันแม้จะได้ยินคำว่าไตรภาคีอยู่เสมอๆ แต่ในทางปฏิบัติเรื่องของแรงงานมักจะได้รับอิทธิพลจาก 2 ฝ่ายแรกเท่านั้น

          ในสภาพตลาดแรงงานในบ้านเราที่ระบบสหภาพแรงงานยังคงมีความแข็งแรงไม่มากนักด้วยเหตุผลหลายด้าน  รวมทั้งทิศทางในการพัฒนาประเทศที่เน้นการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและเน้นการส่งเสริมการส่งออก การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบให้ประเด็นค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่เรื่องที่มีความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ

          การมีมุมมองวิถียุติธรรมของค่าแรงขั้นต่ำอย่างเป็นวิถีของความเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นอยู่ของมนุษย์จึงน่าจะเป็นมุมมองที่อาจสร้างสมดุลของเรื่องนี้ภายใต้ระบบเสรีทางการค้า และสถานการณ์โลกาภิวัตน์

          ค่าแรงขั้นต่ำเป็นเสมือนอำนาจต่อรองของลูกจ้างที่มีต่อนายจ้างและอำนาจต่อรองนี้เป็นเครื่องมือที่สร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคมโดยรวมเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าค่าแรงเป็นต้นทุนของสินค้าและราคาสินค้าก็คือความเป็นอยู่และส่งผลต่อวิถีชีวิตของสังคม

 อำนาจต่อรองที่สร้างความเป็นธรรมให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างถือเป็นรากฐานที่สำคัญของสังคมที่เป็นธรรมและหากพื้นฐานด้านนี้มีความเข้มแข็งก็จะส่งผลเชิงบวกกับทุกฝ่ายเพราะหากฝ่ายลูกจ้างซึ่งถือว่าเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคมมีความรู้สึกและตระหนักถึงความเป็นธรรมแล้วจึงน่าจะส่งผลถึงประสิทธิภาพของการผลิตที่มีคุณภาพ และการผลิตที่มีคุณภาพก็น่าจะส่งผลถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมได้

 นโยบายค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่เป็นเพียงยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนในสังคมนี้อีกด้วย อย่าทำเป็นเล่นนะ

 

ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ