ข่าว

5ความคิดที่ผิดพลาด

5ความคิดที่ผิดพลาด

11 ก.ค. 2554

คิดว่าคุณผู้อ่านคงจะได้ผ่านตาที่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นประมวลเรื่อง 10 เรื่องประหลาดของการหาเสียงเลือกตั้งในประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม มาแล้วนะครับ ซึ่งก็มีตั้งแต่การหาเสียงของชูวิทย์ ป้ายโหวตโน รองเท้าสีชมพูของ เสธ.หนั่น ป้ายหาเสียงของโสภณ ดำนุ้ย กับห

ความคิดที่ผิดพลาดอันดับแรกเป็นของ พรรคกิจสังคม ในการวางจุดขายไว้กับการที่ประเทศไทยถอนตัวจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งกำลังจะพิจารณาเรื่องปราสาทพระวิหาร พร้อมกับการโฆษณาว่า สุวิทย์ คุณกิตติ และพรรคกิจสังคมรักษาอธิปไตยของชาติ แต่นอกจากการกระทำของสุวิทย์ จะไม่เข้าตาประชาชนแล้ว ยังมีเสียงติติงว่าเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างจะผลีผลาม และดูเหมือนจะหวังผลทางการเมืองภายในประเทศเป็นสำคัญ จึงทำให้สุวิทย์ต้องสอบตกและพรรคกิจสังคมไม่มีที่นั่งในสภาแม้แต่ที่เดียว

 ความคิดที่ผิดพลาดอันดับสองเป็นของ พรรครักษ์สันติ ที่เสนอชื่อ ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่เป็นเพียงพรรคเล็กๆ และภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของอาจารย์ปุระชัย นั้นอยู่ที่ความซื่อตรง มากกว่าการเป็นผู้นำรัฐบาล ซึ่งหากนำภาพลักษณ์เรื่องความซื่อสัตย์มาใช้ในการเสนอตัวเป็นฝ่ายค้าน หรือผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็อาจจะได้รับคะแนนเสียงมากกว่านี้ และเผลอๆ ก็อาจทำให้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับพรรครักประเทศไทยต้องหนักใจได้เหมือนกัน

 ความคิดที่ผิดพลาดอันดับสามเป็นของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ที่หวังจะหาคะแนนนิยมจากแฟนกีฬา ด้วยการขนนักกีฬาดังๆ ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งเสียงการตอบรับไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย เพราะนักกีฬากับนักการเมืองนั้นเป็นคนละเรื่องกัน และประชาชนให้ความสนใจต่อนโยบายด้านอื่นซึ่งมีความสำคัญมากกว่าเรื่องกีฬา นอกจากนี้สถานการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นการยากที่นักการเมืองหน้าใหม่จะฝ่ากระแสการแข่งขันที่รุนแรงไปได้

 ความคิดที่ผิดพลาดอันดับสี่เป็นของ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่นอกจากกระหน่ำนโยบายในการหาเสียงแบบประชานิยมอย่างไม่ยั้งมือแล้ว ยังเสนอภาพของผู้สมัครประเภทบัญชีรายชื่อจนลานตา ทำให้ขาดเอกภาพ และหัวหน้าพรรคคือ ชุมพล ศิลปอาชา ถูกลดความสำคัญลงไปโดยปริยาย เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นที่เน้นหัวหน้าพรรคเป็นหลัก ซึ่งผลการเลือกตั้งก็ทำให้ บรรหาร ศิลปอาชา ออกปากว่าอายแทบจะแทรกแผ่นดิน และจนถึงเวลานี้คนทั่วไปก็ไม่แน่ใจว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในพรรคชาติไทยพัฒนาที่แท้จริงนั้น คือบรรหาร ชุมพล หรือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ กันแน่

 ความคิดที่ผิดพลาดอับดับสุดท้ายเป็นของแทบทุกพรรคการเมืองที่แข่งขันกันในนโยบายประชานิยม จนนโยบายของบางพรรคกลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อจนประชาชนสะดุดใจ และนโยบายของบางพรรคก็มีแนวโน้มว่าจะสร้างปัญหาในอนาคตต่อระบบเศรษฐกิจ และการเงินการคลังของประเทศได้ ดังนั้น ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงเลือกที่จะลงคะแนนให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลและผลักดันนโยบายตามที่หาเสียงให้เป็นจริง มากกว่าจะเสี่ยงกับพรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ไม่มีทางจะทำฝันให้เป็นจริงได้

 ครับ นั่นคือ 5 ความคิดที่ผิดพลาดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ความคิดที่ผิดพลาดหลังการเลือกตั้ง ก็อาจเกิดจากคนในพรรคเพื่อไทยเองที่แย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันอุตลุด ทั้งๆ ที่การต่อสู้ในทางการเมืองของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิ่งจะเริ่มต้น และศึกข้างหน้ายังใหญ่หลวงนัก การชนะศึกไม่ได้แปลว่าจะชนะสงคราม และเหตุแห่งความพ่ายแพ้ของการรบส่วนหนึ่งก็มาจากการที่แม่ทัพนายกองหันมารบราฆ่าฟันกันเองนี่แหละครับ