
สถานการณ์เปลี่ยน
ตำรวจก็เหมือนนกรู้ เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องนิ่งเพื่อรอดูทิศทางลม
นอกเหนือจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องมานั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยตำแหน่งแล้ว ยังต้องควบคุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อย่างใกล้ชิดด้วย
แต่เอาเข้าจริงใครจะมาเป็นประธานฯ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยภาพรวมนั้นก็ต้องลุ้นกัน
องค์กรตำรวจที่ผ่านมามักผูกโยงอยู่กับอำนาจ ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ก็ส่งผลให้ตำรวจในสายนั้นเข้าครองตำแหน่งสำคัญ
หมดจากวาระพรรคประชาธิปัตย์ครองอำนาจแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายกลับมาเป็นกลุ่มก้อนของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผ่านนายกฯ หญิงอีกครั้ง
ตำรวจในสายนี้คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น ตั้งแต่หัวขบวนที่คาดหมายกันว่าจะต้องก้าวเข้ามารับตำแหน่งสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งคือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่ยอมลาออกเมื่อปีที่แล้วหลังจากพลาดเก้าอี้ผู้นำองค์กรก็เพื่อรอวันนี้
หลังจากโปรดเกล้าฯ นายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ พร้อมกับมีคณะรัฐมนตรี เป็นตัวเป็นตนแล้วจะรู้กันว่าใครเป็นใคร
ตอนนี้จึงกบดานกันเงียบ มีเพียงบางคนที่พยายามต่อสายให้ถึงว่าที่นายกฯ หญิง เพื่อต่อลมหายใจ ตื๊อเช้าจรดเย็น
คงลืมนึกไปว่าคดีความที่ดำเนินการอยู่กับกลุ่มคนเสื้อแดงยังคาอยู่ แม้จะอ้างว่ารัฐบาลเก่าสั่ง แต่การทุ่มเลือกข้างไปแล้ว ก็ยังส่งผลอยู่ดี
การรีบกลับตัวมารับใช้ฝ่ายแดงก็ไม่อาจทดแทนความเจ็บซ้ำมาก่อนหน้านี้
วาระการแต่งตั้งนายพลในอีกไม่นานข้างหน้า จะเป็นก้าวสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยวางคนไว้ ตำรวจหลายนายเข้าไปพัวพันกับการเลือกตั้งทั้งทางตรง ทางอ้อม
เมื่ออำนาจพลิกกลับก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้
อย่าลืมว่าคนลี้ภัยจากแดนไกลนั้นจดจำแม่นขนาดไหน ใครที่เคยร่วมงานสมัยยังสวมเครื่องแบบอยู่รู้ดี
กว่า สตช.จะกลับมาคึกคักอีกครั้งก็คงใช้เวลาหลังจากมีรัฐบาลเสร็จสิ้น
แต่ตอนนี้มีเสียงวิจารณ์เลยเถิดไปถึงว่า หาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไปคุมภาพใหญ่จริง คนที่จะมารับลูกใน สตช. อาจมีชื่อนายพลปานกับนายพลอ็อด คนใดคนหนึ่ง มองข้ามช็อตคนเดิมไปแล้ว
ยังสงสัยว่า แล้วผู้นำคนเดิมจะเอาไว้ไหน!!



