
กองทัพหลังเลือกตั้ง
ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายของกองทัพหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น กองทัพก็ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาของชาติและของตนเองต่อไปด้วยวิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ถ้าเดินแค่ด้วยวิถีทางของนายสมทบกับวิถีทางของการประจบแล้วล่ะก็
ประเทศชาติและกองทัพเองคงไปไม่ถึงไหน เป็นหลักยึดมั่นของประชาชนในเรื่องที่กองทัพควรทำไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่กองทัพต้องทำหลังเลือกตั้งก็คือ เลิกทะเลาะกับฝ่ายการเมืองและภาคประชาสังคมในเรื่องที่ไม่ควรทะเลาะ มุ่งมั่นจัดการกับปัญหาที่ยังต้องยุ่งเหยิงอีกหลายปี เช่น ชายแดนภาคตะวันออกและใต้ เตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาตนเองทั้งการจัดการระบบในองค์กร ตลอดจนยุทโธปกรณ์ เพราะภัยคุกคามที่กองทัพต้องเผชิญนั้นไม่ใช่คนในชาติ แต่เป็นภัยคุกคามอีกมากมายที่แค่คิดก็ตึงมือแล้ว
ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล กองทัพในฐานะหน่วยงานข้าราชการประจำต้องทำงานตามนโยบายตามลำดับขั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนทางที่เหมาะที่สุดกับการถูกมองว่าเข้าข้างฝ่ายโน้นเกลียดข้างฝ่ายนี้ก็คือมุ่งแก้ไขปัญหาภัยคุกคามของชาติตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะนี่คือหน้าที่ของทหาร ไม่ใช่หัวคะแนนของใคร ภัยคุกคามในอนาคตนั้นน่าหนักใจยิ่ง เขมรเติบโตขึ้นมากคงไม่พ้นต้องฟัดกับไทยอีกหลายยก ผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ยังไม่มีแววหยุดกระหายเลือด เอาแค่สองศึกนี้ทหารก็เปลืองแรงมาก ขณะที่ด้านพม่าก็ยังไว้ใจไม่ได้ นอกจากนี้สิ่งที่กองทัพต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างมากก็คือการช่วยพัฒนาประเทศชาติและบรรเทาภัยพิบัติที่มีแต่จะมากขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
การรักษาความสงบภายในเป็นประเด็นอ่อนไหวที่อาจลากให้ทหารเข้าไปพัวพันได้ทุกเมื่อ แม้ว่าทหารจะตีกรรเชียงหนีการเมืองยังไงก็ยากจะพ้น หากเกิดความไม่สงบขึ้นมาจริงๆ กองทัพในฐานะเครื่องมือของรัฐก็ต้องทำตามคำสั่ง แต่ก็ต้องทำอย่างปราศจากอคติใดๆ ถ้าคำสั่งหน่วยเหนือเป็นไปในทางที่ไม่เป็นคุณต่อราษฎรก็ต้องกล้าที่จะตักเตือนผู้สั่ง และให้ข้อพิจารณาผู้บังคับบัญชาไปในเชิงพิราบมากกว่าเชิงเหยี่ยว อย่าลงไปเป็นเจ้ากี้เจ้าการเป็นหัวหอกทำงานที่อาจถูกมองว่าสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความแตกแยก ทุกวันนี้ประชาชนเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ลึกซึ้งขึ้น การปฏิบัติการข่าวสารต่อพวกเขานั้นถ้าทำอย่างอ่อนหัดหรือกระทบสิทธิพวกเขา ก็จะส่งผลถึงความคิดของพวกเขาที่มีต่อกองทัพ
นอกจากการกระทำและไม่กระทำในงานหลายอย่างแล้ว กองทัพมีหน้าที่ต้องพัฒนาตนเองด้วย ภาวะแข่งขันด้านอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาถึงแล้ว กองทัพต้องปรับตัวด้านงบประมาณอย่างมีดุลยภาพ ขณะเดียวกันการปฏิรูปหน่วยงานให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันจะต้องดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้กำลังพลที่ทั้งมีประสิทธิภาพและมีความสุขที่ได้ทำงานในกองทัพ



