ข่าว

เปิดโผเพื่อไทยใครจะคุมทหาร

เปิดโผเพื่อไทยใครจะคุมทหาร

11 ก.ค. 2554

คอการเมืองใจจดใจจ่อรอลุ้นโผ ครม.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 หรือ “ปู 1” ว่าจะออกมามีหน้าตาเป็นอย่างไร หรือจะมีหน้าตาแบบคู่ผัวตัวเมียที่หลายคนต่างวิเคราะห์ หรือจะเป็น ครม.ต่างตอบแทน โดยเฉพาะกลุ่มก๊วน “ตู่-เต้น” แกนนำเสื้อแดง

       ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “คนใหม่” ก็เป็นอีกตำแหน่งหนึ่งที่หลายคนรอลุ้นเช่นกัน เพราะไม่เพียงฝ่ายการเมืองเท่านั้นที่รอลุ้นกันตัวโก่งว่า “แคนดิเดต” ของพรรคใครจะเข้ามาเต็งหนึ่ง แต่นั่นหมายรวมไปถึง “กองทัพ” ด้วยเช่นกัน

        คนที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ที่สำคัญจะต้องเป็นที่ยอมรับแบบครึ่งๆ ระหว่าง “กองทัพ-เพื่อไทย” เพื่อที่จะคอยดุลอำนาจกันและกัน เพราะหากเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งอาจจะเกิด “อุบัติเหตุ” ขึ้นมาได้ โดยเฉพาะแรงกระเพื่อมของคลื่นใต้น้ำใน “กองทัพ”

        ดังนั้น ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ “เพื่อไทย” จะต้องพิถีพิถันกันมากพอสมควร โผรายชื่อตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ที่ออกมามากกว่า 10 คน จึงเป็นเพียงการโยนหินถามทางเท่านั้น และที่สำคัญ “เพื่อไทย” ต้องการดูปฏิกิริยา “กองทัพ” ว่าจะรับหรือไม่รับ

        แต่หวยจะออกมาที่ใครคงต้องรอลุ้นจากการบัญชาการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว และการเดินทางไปจัดโผ ครม.ถึงฮ่องกงในช่วงที่ผ่านมา คงจะต้องมีคำตอบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่เรียบร้อย

        จากเดิมตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ที่ออกมากว่า 10 คน เริ่มตั้งแต่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และมีดีกรีเป็นถึง “พี่ชาย” ต่างพ่อต่างแม่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งแต่แรกว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งเสียเอง

        แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ม้าตีนปลายที่เป็นแค่ชื่อ “แคนดิเดต” เท่านั้น ส่วนอีกคนหนึ่งคือ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) ที่ชื่อของเขาถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่ในโผ ครม. “ปู 1” ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งเสียด้วยซ้ำ

        เพราะความไว้ใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีต่อ พล.อ.อ.สุเมธ ดูจะมีภาษีมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว แม้ว่าจะมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) ขึ้นมาสอดแทรกอีก 3 คน คือ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ.

        แต่ทั้ง พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร ก็ดูเหมือนว่าจะปฏิเสธ ที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ในยามนี้ เพราะลึกๆ แล้วทั้ง พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร ต้องการที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพ มากกว่าจะที่ลาออกมารับตำแหน่งรัฐมนตรี

        หากแต่หลังเกษียณอายุราชการแล้ว ทั้ง พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร อาจจะมีคำตอบที่แตกต่างจากนี้ก็เป็นได้

        ส่วน พล.อ.พรชัย เพื่อน ตท.10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกคนหนึ่ง ก็มีสิทธิ์ลุ้นไม่ใช่น้อย เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กับเหตุการณ์ยึดอำนาจโค่นล้มระบอบทักษิณ โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ชื่อของ พล.อ.พรชัย ถูกหยิบยกให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกแทน

        แต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้ พล.อ.พรชัย พลาดที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของกองทัพบก หลังจากนั้นชื่อของ พล.อ.พรชัย ก็เงียบหายไปจากวงการทหาร และมาโผล่อีกครั้งหลังมีข่าวว่าเป็นตัวประสานให้ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้มาดำรงตำแหน่งนี้ แต่สุดท้ายไม่รับ จึงมีชื่อของ พล.อ.พรชัย เข้ามาแทน

        นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันก็เข้ามาสอดแทรกในตำแหน่งนี้อีกหนึ่งสมัย รวมไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด

        ล่าสุด มีข่าววงในว่า ความเป็นไปได้กับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ มีอยู่ 3 ชื่อคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ และ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่นี้

        แต่หากมีการ “พลิกโผ” และ พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็อาจจะให้ พล.อ.อ.สุเมธ มาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

        ส่วนอีกความเป็นไปได้หนึ่งอาจจะให้ พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกหนึ่งสมัย และให้ พล.อ.อ.สุเมธ มาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อคอยเชื่อมและถ่วงดุลอำนาจให้แก่เพื่อไทยอีกหนึ่งชั้น ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน