
ยิงปิดปากพยานแผนสังหาร"สนธิ"พลาด
5 วันให้หลังตำรวจก็ได้บทสรุปเกี่ยวกับแผนประทุษกรรมลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบวิถีกระสุน และจำลองเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยผู้เชี่ยวชาญจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หนึ่งในบทสรุปนี้ คือ มือปืนที่ก่อเหตุมีทั้งมือปืนอาชีพ และมือปืนโนเนมที่กำลังไต่เต้าสร้างผลงาน ร่วมอยู่ในทีมสังหารด้วย !?!
เริ่มจากรถโตโยต้า อัลพาร์ด วล 89 กรุงเทพมหานคร ของสนธิขับออกจากบ้านในซอยสุโขทัย 3 มุ่งหน้าไปแยกเทเวศร์ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปแยกบางขุนพรหม ถนนสายนี้ขาเข้ามี 3 ช่องทางจราจร รถของสนธิวิ่งอยู่เลนที่ 2 โดยมีรถของการ์ดขับตามมาในระยะไม่เกิน 100 เมตร ส่วนฝั่งขาออกมุ่งหน้าเทเวศร์มีช่องเดินรถทางเดียวเป็นช่องบัสเลน
การเดินทางจากบ้านไปบ้านท่าพระอาทิตย์ครั้งนี้ มีรถต้องสงสัย 1 ใน 2 คัน ระหว่างรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ กับรถกระบะมาสด้า ไฟท์เตอร์ สีออกน้ำเงิน คันใดคันหนึ่งขับตามหลังรถการ์ดมาอีกทีหนึ่ง ส่วนอีกคันจอดรออยู่ฝั่งตรงข้ามปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ชิดขอบทางด้านซ้าย ก่อนถึงแยกบางขุนพรหม
การจำลองเหตุการณ์แน่ชัดว่า ระหว่างที่รถคันหนึ่งขับตามหลังมามีการติดต่อสื่อสารกับรถคันที่จอดรออยู่ตลอดเวลา อาจจะใช้โทรศัพท์มือถือหรือวิทยุสื่อสารคลื่นสั้น คอยแจ้งให้คันที่จอดรออยู่ได้รู้ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา กระทั่งก่อนถึงแยกบางขุนพรหม รถคันที่ทำหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวแจ้งให้อีกคันลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ?
รถคันที่จอดรออยู่เริ่มเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ โดยยึดเลนที่ 2 จากช่องเดินรถที่มีอยู่ทั้งหมด 3 ช่องจราจร จากนั้นรถคันที่ตามประกบเร่งเครื่องแซงรถการ์ดเข้ามาอยู่เลน 2 กันรถการ์ดเอาไว้ ก่อนจะปาดเข้าเลนซ้ายประกบข้างแล้วใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงเข้าใส่ประตูหน้าซ้ายประมาณ 4 นัด ส่งผลให้รถโตโยต้า อัลพาร์ด ของสนธิเสียหลักเฉออกไปเลนที่ 3 เศษกระสุนส่วนหนึ่งโดนล้อรถจนยางแบน
โดยไม่รอช้ารถคันเดิมที่ลั่นกระสุนนัดแรกได้ปาดเข้าไปบล็อกรถของสนธิที่เลน 3 ทำให้ตอนนี้รถของแกนนำพันธมิตรไม่มีทางหลบเลี่ยงไปทางอื่นได้อีกเลย ยกเว้นเลนที่ 1 ติดขอบทางกับถอยหลัง เพราะข้างหน้าเลนที่ 2 กับ 3 ถูกปิดกั้นไว้เรียบร้อยแล้ว
ระหว่างนี้ตำรวจเชื่อว่า "อดุลย์ แดงประดับ" คนขับรถของสนธิวัย 28 ปี ยังคงรู้สึกตัวและตระหนักแล้วว่าถูกยิง จึงพยายามถอยหลัง เพราะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถอยหลังในลักษณะถอยแล้วหยุด ถอยแล้วหยุด ขณะเดียวกันก็พยายามหันหัวรถให้อยู่เลน 2
จังหวะนี้คนร้ายบนรถกระบะเลนที่ 3 ได้แต่คอยคุมเชิง เปิดโอกาสให้คนร้ายท้ายกระบะหลังรถเลนที่ 2 เปิดฉากระดมยิงเข้าใส่ เริ่มจากเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ตามด้วยอาก้า และเอชเค เกิดการยิงถล่มชุดใหญ่ แต่ก่อนที่การ์ดสนธิจะตั้งตัวได้ คนร้ายที่ยืนคุมเชิงอยู่สังเกตเห็นพยานคนหนึ่ง ยืนอยู่บนอพาร์ตเมนต์มองเห็นเหตุการณ์ตลอด จึงประทับปืนแล้วยิงเข้าใส่ด้วยสัญชาตญาณอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้หัวกระสุนปืนอาก้าก็ยังฝังติดอยู่กับผนังห้อง
เมื่อเหตุการณ์แปรเปลี่ยนไป หนึ่งการ์ดสนธิเริ่มตั้งตัวได้ สองมีพยานเห็นเหตุการณ์ และสามเชื่อว่าท่ามกลางคมกระสุนนับร้อยๆ นัด แกนนำพันธมิตรคงรอดยาก คนร้ายทั้งสองคันจึงถอยฉากออกไปจากจุดเกิดเหตุ มุ่งหน้าไปออกแยกบางลำพู
เจ้าหน้าที่ พฐ.หนึ่งในทีมสืบสวนจำลองเหตุการณ์ บอกว่า เมื่อผู้เชี่ยวชาญหลายคนไปจำลองปฏิบัติการยิงถล่มสนธิสันนิษฐานได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า คนร้ายแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกอยู่บนรถที่ติดตามสนธิมา เชื่อว่าเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน มีหน้าที่สกัดให้รถของสนธิหยุดการเคลื่อนไหว โดยใช้ปืนเอ็ม 16 เปิดฉากยิงเข้าใส่ชุดแรก เนื่องจากสามารถเก็บแกนกระสุนปืนหมายเลขทะเบียน 09XX2 โดยตัวที่ 3 เป็นตัวเลข ส่วนตัวที่ 4 เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่เกิดความเสียหายบุบบู้บี้ มองเห็นไม่ชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
เมื่อมือปืนชุดแรกหยุดรถสนธิได้แล้วก็เปิดโอกาสให้มือปืนอีกชุดบนรถอีกคัน เป็นคนที่ใช้อาวุธสงครามได้ แต่ไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนและนั่งยิงจากท้ายกระบะ คนที่ใช้ปืนอาก้าไม่เป็นเวลายิงปากกระบอกจะเชิดขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นกลุ่มกระสุนเข้าตั้งแต่ห้องเครื่อง ไล่ขึ้นไปฝากระโปรง และกระจก
"ประเด็นนี้นักสืบลงความเห็นตรงกันว่า คนร้ายชุดที่ 2 น่าจะเป็นมือใหม่ ต้องการแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แต่เกิดความผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพยานบนอพาร์ตเมนต์เห็นเหตุการณ์ จนมือปืนชุดแรกสังเกตเห็นเลยยิงใส่ หัวกระสุนฝังอยู่บนผนัง ซึ่งมือปืนชุดนี้น่าจะเป็นคนที่ชำนาญอาวุธสงคราม เนื่องจากจุดที่ยืนคุมเชิงกับตำแหน่งที่พยานยืนอยู่ค่อนข้างไกล แต่ก็ยังเล็งปืนเข้าใส่ได้อย่างแม่นยำ" เขาให้ความเห็น



