ข่าว

'มาร์ค'กั๊กนั่งหน.ปชป.อีกเชื่อ'ผัดหมี่'ไม่ผิด

'มาร์ค'กั๊กนั่งหน.ปชป.อีกเชื่อ'ผัดหมี่'ไม่ผิด

10 ก.ค. 2554

“อภิสิทธิ์” ยังแทงกั๊ก ไม่ตอบรับนั่ง หน.พรรคอีกรอบหรือไม่ โบ้ยเป็นเรื่องส่วนตัว "วิรัตน์" ยื่นยุบ "เพื่อไทย" ยัน "ผัดหมี่ - แคะขนมครก" ไม่ผิด แนะคนไม่มีอำนาจอย่าเพิ่งพูดเรื่อง ส.ส.ร. 3 ปล่อยให้ "ยิ่งลักษณ์" เป็นคนพูดดีที่สุด

        ที่บ้านไร่กาแฟ ถนนสุขุมวิท63  วันที่ 10 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ชุดใหม่ว่า เป็นเรื่องในพรรคและตนยังไม่ทราบรายละเอียด

         ผู้สื่อข่าวถามว่าจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสมาชิกพรรคก็ต้องฟังเสียงทุกคนอยู่แล้ว แต่วันนี้ตนไม่ขอให้ความเห็น เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ให้สมาชิกพรรคได้ระดมความคิดเห็นกันไป อย่างกรณีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก็ทำโครงการที่ชัดเจนดีในการระดมความคิดเห็นและทิศทางของพรรคก็ให้ดำเนินการไป ทั้งนี้อย่าเพิ่งตั้งสมมติฐานใดๆ ควรปล่อยให้กระบวนการคัดเลือกเดินหน้าไปให้เรียบร้อย เพราะต้องให้เกียรติสมาชิกพรรค

         ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร จะทำให้พรรคดีขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเป็นสถาบัน ฉะนั้น พรรคก็ต้องรักษาแนวทางที่ถูกต้องของพรรค และปรับเปลี่ยนสิ่งที่เป็นจุดอ่อนและเดินไปข้างหน้า พรรคที่จะเป็นสถาบันอยู่ยั่งยืนได้ ต้องเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้ ต้องทำทุกอย่างให้เป็นไปตามแนวทาง

         ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ มี ส.ส. บางกลุ่มออกมาระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แพ้คู่แข่งกว่า 100 เสียง ควรจะรับผิดชอบโดยการไม่กลับมารับตำแหน่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็รับผิดชอบแล้ว แล้วตอนนี้ก็รับฟังความคิดเห็นกันไป ตนไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างที่บอกตนก็ทำหน้าที่ส.ส.ของตนได้

         ส่วนกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย ในวันที่12ก.ค.นี้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เดิมนึกว่าทางกกต.จะรับรองส.ส.ได้ร้อยละ 95 เรียบร้อย แต่เมื่อยังไม่แล้วเสร็จ ตนก็จะประชุมครั้งสุดท้ายเพื่อขอหลักการเรื่องการตราพระราชกฤษฎีกาเปิดสภา ซึ่งต้องทำภายใน30วันอยู่แล้ว แต่ว่าวันที่ต้องอาจยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับทางกกต.รับรองส.ส.ได้ครบร้อยละ95เมื่อไหร่

 

เชื่อ"ผัดหมี่-แคะขนมครก"ไม่ผิด

         นายอภิสิทธิ์  กล่าวถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ว่าที่ ส.ส.สงขลา ยื่นให้กกต.ยุบพรรคเพื่อไทยจากกรณีผัดหมี่โคราชแจกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายวิรัตน์ เพราะในส่วนของพรรค ตนคิดว่าไม่มีประโยชน์และไม่มีความจำเป็น เพราะมันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ในเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตามมันเป็นไปตามกฎหมาย ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของกกต.เป็นผู้ดูแล ส่วนพรรคก็ควรจะไม่ไปดำเนินการในลักษณะเช่นนั้น ถ้าผิดก็เป็นเรื่องที่กกต.ต้องดำเนินการ ก็เสนอข้อเท็จจริงไป

         ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้กระแสสังคมมองว่าเป็นการเรื่องขี้แพ้ชวนตีหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว กติกาต้องเป็นกติกาและกกต.ก็มีหน้าที่ทำ เพียงแต่ประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมา ตนไม่ทราบรายละเอียดว่านายวิรัตน์ทำเดินการ เพียงแต่บอกว่าไม่ใช่แนวทางของพรรคที่กำหนด แต่หากผู้สมัครคนใดจะร้องเรียน ก็ให้ร้องเรียนไปที่กกต.และกกต.ก็จะยึดตามข้อเท็จจริง ตนยกตัวอย่างเรื่องผัดหมี่ ความจริงไม่ผิดหรอก แคะขนมครกก็ไม่ผิด แต่ถ้าแจกก็ถือว่าผิด ดังนั้น กกต.ก็ไม่ควรทำให้ประชาชนสับสน สื่อมวลชนก็ไม่ควรทำให้ประชาชนสับสน ตนไปทำอะไรก็ตามไม่มีเรื่องแจก ก็ว่ากันเป็นกรณี อย่าไปเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปะปนกัน
 
         "ผมยืนยันว่าผัดหมี่ไม่ผิด แต่ถ้าแจกนะถือว่าผิด"นายอภิสิทธิ์กล่าว

         ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของกกต.ในการเลือกตั้งเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นผลงาน ก็ขอให้วินิจฉัยในเรื่องร้องเรียนต่างๆ จริงๆเราก็เคยหวังว่าหากมีการวินิจฉัยบางเรื่องได้ก่อนการเลือกตั้ง ก็จะปรามได้เยอะแต่ว่าเขาทำงานไม่ทัน วันนี้ก็ต้องเข้มแข็งที่จะเอาผิดให้เห็นบ้าง ถ้าหากมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

         เมื่อถามว่า กกตทำงานด้วยความหวาดกลัวจนไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กกต.ไม่ควรจะกลัวเพราะกกต.ต้องกลัวตัวเองทำผิดกฎหมายด้วยถ้าทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา วันข้างหน้าก็จะมีปัญหากับตัวเอง

         นายอภิสิทธิ์ กล่าวกรณีการตั้ง ส.ส.ร.3 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ต้องใจเย็นๆเพราะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นรัฐบาลเองยังไม่ได้ตั้ง ยังไม่ได้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ทุกคนอาจจะมีความคิดเห็นกันไป ถ้าหากตนแนะนำได้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีอำนาจกรุณาอย่าให้ความเห็น เพราะจะทำให้เกิดความสับสน ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และครม.เป็นฝ่ายพูดจะดีที่สุด

 

ยันปรองดองคนละเรื่องนิรโทษกรรม

 ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่าจะเดินหน้าเรื่องการปรองดองให้จบภายใน 2 ปี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการปรองดองนั้นทำกันอยู่แล้ว โดยคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความจริงเพื่อการปรองดอง (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธาน ใครต่อใครก็ทำอยู่ เขาก็คงพยายามทำให้เสร็จ และหากพ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่าเรื่องการปรองดองหมายถึงเรื่องการนิรโทษกรรมนั้น นายคณิตก็ระบุชัดเจนแล้วว่าเป็นคนล่ะเรื่องกัน

         ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ท่าทีเช่นนี้จะทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เร่งรัดให้คอป.ทำงานเร็วขึ้นหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าสามารถทำงานเร็วขึ้นก็ไม่มีปัญหา แต่หลักการที่สำคัญของการปรองดองที่นายคณิตได้พูดไว้ ก็ต้องยึดมั่นเหมือนเดิม อย่าไปหวั่นไหวกับกระแสการเมืองเพราะเป็นไปไม่ได้

เตือนอย่าปากไวกรณี ม.112 - แก้ รธน. หวั่นเกิดปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดในเรื่องของการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงอยากจะแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากแนะนำว่าต้องตั้งหลักให้ดีเพราะสิ่งที่พูดออกมาแล้วเกิดความขัดแย้ง รวมไปถึงยังไม่ตกผลึกทางความคิด จะกลายเป็นปัญหาภายหลัง ตนคิดว่าควรตั้งหลักให้ดีเพราะสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมันเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเริ่มทำในสิ่งนั้นจะดีกว่า  ส่วนเรื่องจะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ ต้องให้เวลาทางพรรคเพื่อไทยได้ตั้งหลักในการกำหนดแนวทางที่ชัดเจน แล้วว่าหวังว่าจะเป็นนโยบายที่ตรงกับการแก้ปัญหาปากท้องและเรื่องที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน

         เมื่อถามถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมรับว่าหลายนโยบายของพรรคอาจมีการยืดหยุ่นหรืออาจทำไม่ได้ตามที่เคยประกาศไว้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้ก็ต้องมีการอธิบายกับคนที่ตัดสินใจสนับสนุน เพราะเขาเข้าใจว่าต้องได้สิ่งนั้นสิ่งนี้

         เมื่อถามต่อว่า เป็นการหลอกลวงหรือไม่  อย่าเพิ่งให้ตนไปว่าอะไรใคร แต่ตนคิดว่าขณะนี้เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็มีหน้าที่ ในการที่จะทำในสิ่งที่เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ เพราะเมื่อนำเสนอกับประชาชน สุดท้ายแล้วก็ต้องทำให้ได้  และต้องให้เวลาเขาได้พิสูจน์ หากวันหนึ่งวันใดเขาแถลงชัดเจน ว่าเขาไม่ทำตามคำมั่นสัญญาจนคิดว่านั่นจะเป้นสิ่งที่เราควรเรียกร้อง และตั้งคำถามกัน

         ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ฝ่ายค้านควรจะให้เวลารัฐบาล 6 เดือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องเวลา เพราะถ้าหากทำตามนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน จะ1-2ปี ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง วันแรกก็ไม่มีสิทธิ์จะทำ

 

เข้าวัดสร้างพระประธานพบเเฟนคลับ

        เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีอัญเชิญพระพุทธศรีศากยมุนี(ร้อยปี ปัญญานันทะ) ขึ้นประดิษฐานบนชุกชีภายในศาลา 100 ปีพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) โดยมีพระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 17 เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยองค์พระประธานดังกล่าวหล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนัก 2 ตัน หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 4.5 เมตร ซึ่งจัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาลหลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา

        ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมายังร้านบ้านไร่กาแฟ สี่แยกเอกมัย ซอยสุขุมวิท 63 เพื่อร่วมงาน“กันและกัน กับอภิสิทธิ์” ซึ่งจัดโดยกลุ่ม“มาร์คแฟนคลับ” “I Support PM Abhisit” และกลุ่ม“เพื่อนมาร์ค” ในสังคมออนไลน์ เพื่อให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ หลังจากที่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมา โดยมีบรรดาแฟนคลับทุกเพศทุกวัย ประมาณ 500 คน มารวมตัวกันแน่นขนัด ซึ่งมีทั้งการขอลายเซ็น ขอจับมือ หอมแก้ม มอบดอกไม้ กระเช้าผลไม้ และตุ๊กตา รวมถึงมีการขอถ่ายรูปคู่ ชูป้ายพร้อมกับตะโกนให้กำลังใจว่า“เรารักอภิสิทธิ์” เป็นระยะๆ และมีการร่วมกันร้องเพลง“หนึ่งในไม่กี่คน” ของ “โบ สุนิตา ลีติกุล” และเพลง“ฤดูที่แตกต่าง” ต่อมานายอภิสิทธิ์ ได้ชมมิวสิกวีดีโอเพลง “คนธรรมดา” และ“หัวใจผูกกัน” ซึ่งกลุ่มแฟนคลับของนายอภิสิทธิ์จัดทำขึ้นโดยรวบรวมภาพของอิริยาบถของนายอภิสิทธิ์ ในการหาเสียงเลือกตั้งและการทำกิจกรรมต่างๆมาประกอบเพลง

        จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ยืนโบกมือบนเวทีด้วยสีหน้าตื้นตันใจและมีน้ำตาคลอเล็กน้อย แล้วกล่าวปราศรัยกับผู้ที่มาร่วมงานว่า   ตนขอบคุณเจ้าของสถานที่และประชาชน ซึ่งตนพูดอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยคิดว่าต้องมายืนท่ามกลางประชาชนในสถานการณ์อย่างนี้ แต่ตนรู้สึกซาบซึ้งใจที่ทุกคนมีความห่วงใย และที่สำคัญมีความผูกพันกับตนในการที่ตนทุ่มเททำงานให้กับประชาชน หลังจากที่ตนได้รับทราบผลการเลือกตั้งในคืนวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้แถลงข่าวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ซึ่งเป็นนิสัยที่ดี

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้บรรดาแฟนคลับพากันตะโกนว่า “ไม่แพ้ๆๆ” นานราว1นาที จนทำให้นายอภิสิทธิ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า “อย่างนั้นแพ้เฉพาะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเท่านั้นครับ” และว่า การที่ตนแถลงยอมรับนั้นเพราะคิดว่าพวกเราทุกคนมีความเป็นประชาธิปไตยในหัวใจ เพราะเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเป็นเช่นนี้ ขอให้พวกเราทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง เพื่อตั้งหลักและเดินหน้าประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ตนอยากให้ความมั่นใจว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองให้เป็นส.ส. แล้ว ก็พร้อมทุ่มเททำงานให้กับประชาชนทุกคน ไม่ต้องห่วงว่าตนจะมีความรู้สึกท้อแท้และท้อถอย เพราะตนมั่นใจในสิ่งที่ทำมาและมั่นใจในสิ่งที่จะทำต่อไป

        นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราผ่านเหตุการณ์ต่างๆมามาก มีหลายคนบอกกับว่าสิ่งที่ผ่านมาในช่วง 2 ปีนี้ หนักหนาสาหัสมากกว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้นถ้าเรายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป ตนมั่นใจว่าความถูกต้องและความดีงามก็ไม่หายไปไหน จะอยู่คู่กับคนไทย ทั้งนี้กลุ่มแฟนคลับพากันตะโกนว่า “อย่าทิ้งพวกเราๆๆ”

        จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจทุกคน และอยากให้พวกเราที่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ได้ทำหน้าที่ของเรา และตนพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้แทนฯของทุกคนอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของพรรค ซึ่งมีหลายคนบอกว่าเป็นการทิ้งองค์กรทิ้งประชาชนนั้น ไม่ใช่ เพราะตนพูดกับหลายคนมาตลอดว่าถ้ายังอยู่ในการเมือง ก็จะยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ไปไหนแน่นอน แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ตนคิดว่านักการเมืองที่ดีต้องแสดงออกถึงความรับผิดชอบ และตนเคยลั่นวาจาแล้วว่าถ้าพรรคได้รับการสนับสนุนด้วยคะแนนที่ถดถอยลง ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ และตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อเป็นการรักษาคำพูดและบรรทัดฐานทางการเมืองที่ตนได้สร้างเอาไว้ และเชื่อว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมาสนับสนุนตนตั้งแต่แรก

        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับอนาคต ตนย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของสมาชิกทุกคน ซึ่งตนทราบว่าขณะนี้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งผ่านทางโซเชียล มีเดีย การเปิดสาย และการลงไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ก.ค.นี้ โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ดูแล และคณะกรรมการบริหารพรรคที่รักษาการอยู่ จะมีการประชุมนัดหมายเพื่อจัดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ ตนจะปล่อยให้เป็นกระบวนการของพรรคและสมาชิกพรรค แล้วจะมาดูว่าตัดสินใจและดำเนินการอย่างไรต่อไป

        อย่างไรก็ตาม การเป็นฝ่ายค้าน เราจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์และทำงานอยู่บนพื้นฐาน อุดมการณ์ หลักการ นโยบาย และความคิดเห็นต่างๆที่ได้พูดคุยกันไว้ในช่วงหาเสียง ตนไม่อยากให้เราหวั่นไหว แต่อยากให้เปิดใจกว้างให้รัฐบาลใหม่ทำงานไป แต่เมื่อใดที่เขาจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะเป็นเสียงแรกที่บอกว่าเราไม่ยอมให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยเด็ดขาด ดังนั้นสิ่งที่ตนจะย้ำกับทุกคนคืออย่าเสียกำลังใจ อย่าท้อแท้ บ้านเมืองนี้เป็นของพวกเราทุกคน และเราจะร่วมกันทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองอย่างต่อเนื่องต่อไป

        นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีคุณยายคนหนึ่งที่จ.ระยอง เสียชีวิต และจะมีการฌาปนกิจในวันนี้เวลา 16.00 น. ซึ่งตนไม่สามารถไปร่วมงานได้ จึงโทรศัพท์ไปแสดงความเสียใจกับบุตรของคุณยายคนนี้แล้ว ซึ่งตนบอกว่าถ้าตนทราบเรื่องนี้มาก่อน ตนจะไปพูดคุยด้วย เพราะไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องมีความสูญเสียอะไรทั้งสิ้น ตนมั่นใจว่าพวกเราทุกคนมีความเข้มแข็งที่จะยืนและต่อสู้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเราจะสามารถช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมืองของเราได้ อีกทั้งตนหวังว่าจะไม่มีกรณีของการสูญเสียและความท้อแท้อีกต่อไป

        จากนั้น กลุ่มแฟนคลับได้เปิดเพลง“รางวัลแด่คนช่างฝัน” แล้วจับมือกันพร้อมกับร้องเพลงตามเพื่อให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ ขณะที่แฟนคลับบางส่วนยังคงเข้าไปรุมล้อมขอลายเซ็นและถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์ อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะเดินทางกลับบ้านพักภายในซอยสุขุมวิท 31