ข่าว

"เสนาะ"ยันนโยบายรบ.คืบย้ำต้องรอบคอบ

"เสนาะ"ยันนโยบายรบ.คืบย้ำต้องรอบคอบ

10 ก.ค. 2554

"เสนาะ"ยันนโยบาย รบ.คืบ ย้ำทุกเรื่องต้องดำเนินการรอบคอบ "เครือข่ายการศึกษาฯ" ขอ " ยิ่งลักษณ์" พิจารณาคนเหมาะสมนั่ง รมว.ศธ. "โฆษกพท." จี้ผู้ใหญ่"ปชป."เรียกทีมโฆษกอบรม

         (10ก.ค.) นายเสนาะ เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล และการหารือเรื่องนโยบายต่างๆ ที่จะใช้ประกาศในการทำงานของรัฐบาล ว่า เรื่องนโยบายต่างๆ นั้นถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และส่วนใหญ่ก็ชัดเจนในช่วงการหาเสียงแล้ว

          ส่วนที่เหลือจากนี้ไปในการร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นั้น ระหว่างนี้อาจจะต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อน หากเกินหรือครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ก็คงจะสามารถเดินหน้าเรื่องอื่นๆ ต่อไปได้ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีด้วย ขณะนี้หากจะดำเนินการอะไรต่างๆ ต่อไปจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากก้าวต่อไปจากนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญแทบทั้งสิ้น จึงไม่เหมาะหากจะรีบร้อนจัดการเรื่องราวต่างๆ โดยไม่รอความสมบูรณ์ก่อน

 

จี้" ยิ่งลักษณ์"พิจารณาคนเหมาะสมนั่งรมว.ศธ. 
 
           ภาคีเครือข่ายการศึกษาภาคประชาชนนำโดยนายอำนวย สุนทรโชติ และทพ.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี พร้อมด้วยกลุ่มนักเรียน เข้ายื่นหนังสือถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ เรื่องข้อเสนอเพื่อประกอบการจัดตั้งรัฐบาลและแนวทางการแก้ไขปัญหาการศึกษา ผ่านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยโดยเนื้อหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องข้อเสนอต่างๆเกี่ยวกับนโยบายการศึกษาและการคัดเลือกรัฐมนตรีการศึกษา

          โดยมีเนื้อหาระบุว่าขอให้พิจารณาคัดเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่อย่างดีที่สุด เพื่อให้ได้คนดี คนเก่ง มีความเชี่ยวชาญ โปร่งใส ไม่อิงประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง พร้อมกับเสนอยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาการศึกษาในทันที อาทิ การแก้ปัญหาเรื่องกระบวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การมีคณะกรรมการปรับปรุงและปรับลดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และขอให้ลูกหลานคนพิการ ด้อยโอกาส ยากจน แรงงานรายได้ต่ำ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ต้องได้เรียนฟรีจริง

          นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายการศึกษาภาคประชาชน ยังเสนออีกสองโครงการที่น่าจะเป็นประโยชน์คือนโยบาย 15 ล้านความดีต่อปีเพื่อประเทศไทย และ 15 นวัตกรรมต่อปีเพื่อสร้างชาติ

          อย่างไรก็ตาม ภาคีเครือข่ายการศึกษาภาคประชาชน ขอให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศโดยยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและเร่งด่วน รวมทั้งให้เร่งช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ออกจากคุกในกัมพูชา

 

"พท."จี้ผู้ใหญ่"ปชป."เรียกทีมโฆษกอบรม

         นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ผลสำรวจเอแบคโพลล์และสวนดุสิตโพลล์ พบว่าประชาชนมีความสุขมากหลังเลือกตั้งพร้อมทั้งเชื่อมั่นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะบริหารประเทศชาติเพื่อให้เกิดกับความสุขกับคนไทย ซึ่งผลสำรวจที่ออกมาพรรคจะเร่งนำมาดำเนินการและนำมาบรรจุในร่างนโยบายของพรรคที่เตรียมแถลงต่อสภาฯ โดยวันที่11ก.ค.คณะกรรมการยกร่างนโยบายด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม ความมั่นคง ต่างประเทศ พลังงาน การเกษตร ด้านปัญหายาเสพติด จะร่วมประชุมเพื่อเตรียมยกร่างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ยืนยันว่าจะเน้นบริหารบ้านเมืองมากกว่าบริหารการเมืองรายวัน อย่างไรก็ดีวันที่ 12 ก.ค.เชื่อว่ากกต.ทั้ง 5 คน จะรับรองส.ส.ครบ 95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เปิดสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกประธานสภาฯ เพื่อจะทำให้พรรคเพื่อไทยได้รัฐบาลใหม่และจะได้มีอำนาจในการบริหารเร็วขึ้น

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่านโยบายที่ใช้หาเสียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำใส่ไปในนโยบายที่จะแถลงต่อสภาฯ แต่วันนี้ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และทีมกฎหมายยังออกมาพูดดิสเครดิตหวังเตะตัดขา ทั้งที่พรรคยังไม่ได้บริหาร เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เรียกทีมโฆษกพรรคและทีมกฎหมายไปอบรม การเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนเลือกให้พรรคเพื่อไทยมาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากยังมายื่นตรวจสอบเหมือนเป็นการหาเรื่องรายวัน แค่การสร้างประเด็นข่าว และรู้สึกผิดหวังที่มีสมาชิกประชาธิปัตย์ออกมาดำเนินการเช่นนี้ วันนี้ควรปรับพฤติกรรมของคนในพรรคตัวเองก่อนที่จะมาตรวจสอบ ขอให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ทันแถลงนโยบาย ขอเวลาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำงานก่อน อย่าค้านดะ เหมือนแกว่งปากหาเรื่องไปเรื่อย

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ความพยายามกล่าวหาทั้งการเชื่อมโยง กรณีกล่าวหานายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรค ซึ่งพรรคได้ตรวจสอบแล้ว เป็นลักษณะแฮคพาสเวิร์ดนำข้อความไปตัดต่อ พรรคเพื่อไทยไม่เคยจัดเลี้ยงหรือให้เงินสื่อเพราะเราเป็นพรรคใหญ่มีสื่อมวลชนมาทำข่าวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้เงิน ไม่อยากให้มีการดิสเครดิตหรือสร้างกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย ส่วนกรณีนายพิชิต ชื่นบาน ที่ถูกร้องเรียนประเด็นที่เคยติดสินบนทีมทนาย ทั้งที่กกต.ได้รับรองคุณสมบัติเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใดๆ รวมทั้งเว็บไซต์ของนายพิชิตชื่นบานดอทคอม ได้ชี้แจงไว้อย่างละเอียดแล้ว หากพรรคประชาธิปัตย์ยังมีการกล่าวหาลักษณะนี้เกรงว่าอาจถูกนายพิชิตยื่นฟ้องได้เช่นกัน เช่นเดียวกับกรณีนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ว่าที่ส.ส.นครปฐม ที่ถูกร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติที่มีข้อกล่าวหาล้มละลาย ทั้งที่กกต.ก็ได้รับรองครบถ้วน 

          พรรคเพื่อไทยไม่อยากให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้น ใส่ร้ายรายวัน ผลเลือกตั้งประชาธิปัตย์ที่แพ้พรรคเพื่อไทยจนมีการปรับโครงสร้างพรรค ก็อยากให้นำบทบาทที่ผ่านมามาทบทวน อยากให้ค้านแบบสร้างสรรค์ การเลือกตั้ง5ครั้งหลังก็แพ้มาโดยตลอด อยากให้ปรับบทบาทตรงนี้ เราเองในนามพรรคเพื่อไทยไม่อยากบริหารการเมือง อยากบริหารบ้านเมืองมากกว่า ขอให้โอกาสพรรคได้บริหารก่อน หากพบปัญหาก็ยื่นกระทู้หรือยื่นอภิปรายในสภาฯได้ แต่ไม่อยากให้มีการดิสเครดิตรายวันเช่นนี้

          โฆษกรรมพรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า การคาดการณ์โผต่างๆ พร้อมทั้งระบุบางพรรคการเมืองที่มาร่วมรัฐบาลได้โควตาตำแหน่งรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยข้อเท็จจริงยังไม่มีการแบ่งโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยรอให้กกต.รับรองส.ส.อย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะให้ตัวเลขส.ส.ทั้งของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลนิ่งเสียก่อน หลังจากนั้นไม่เกิน 2 อาทิตย์จะมีการหารือพูดคุยอีกครั้ง วันนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการจัดสรรโควตา หรือตามที่สื่อคาดคะเนว่าบางบุคคลจะไปเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนั้น ซึ่งยังไม่มี ส่วนว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางกลุ่มเดินทางไปต่างประเทศพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นในนามส่วนตัว ยืนยันอีกครั้งว่าการจัดโควตา เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคและนส.ยิ่งลักษณ์เพียงเท่านั้น

 

ส.ส. อิสานหนุน เสื้อแดงนั่ง รมต. 

           นายไพจิต ศรีวรขาน ว่าที่ส.ส.นครพนม ในฐานะแกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ว่าที่ส.ส.ภาคอีสานเริ่มเคลื่อนไหวขอ 10 เก้าอี้รัฐมนตรีว่า ในสมัยรัฐบาลอขงนายสมัคร สุนทรเวช ภาคอีสานได้แค่ 4 เก้าอี้รัฐมนตรีเท่านั้น เพื่อเปิดทางให้คนนอกเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเข้าแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับแกนนำของพรรคว่าจะให้โควตาภาคอีสานจำนวนเท่าไหร่

           สำหรับกรณีที่ คนภายในพรรคเพื่อไทยพยายามไม่ให้ว่าที่ส.ส.ที่เป็นแกนนำนปช.นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น นายไพจิตรกล่าวว่า เรื่องนี้คนในพรรคต้องอย่ามองนปช.เป็นส่วนเกิน เพราะทำงานเหน็ดเหนื่อยจนทำให้พรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลาย จึงต้องให้เกียรตินปช.ที่อยู่ในพรรคโดยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศได้อย่างมีเอกภาพ ไม่เช่นนั้นจะทำให้อำนาจของรัฐบาลอ่อนแอ ดังนั้น ส.ส.ภายในพรรคและนปช.ต้องมีกระบวนการประสานกันภายใน เพื่อทำงานทางการเมืองเดินไปข้างหน้านำชัยชนะสู่ประชาชนอย่างแท้จริง เพราะขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่านปช.ต้องทำอะไรหลังเลือกตั้งเพื่อช่วยรัฐบาล

 

ที่ปรึกษากม.เพื่อไทยมั่นใจสถานภาพสมาชิกพรรค

           นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเอาผิด กรณีมีอีเมล์อ้างคนในพรรคเพื่อไทย มีส่วนในการให้สินบนสื่อ เพื่อนำเสนอข่าวสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยผู้ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของอีเมล์ มีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ซึ่งอาจส่งผลให้คดีบานปลายถึงขั้นยุบพรรคได้ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้ดูในรายละเอียดเรื่องนี้ แต่เท่าที่เคยเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถาม ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เขียน หรือ ส่งอีเมล์ฉบับดังกล่าว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนจริง ก็ต้องชี้แจงไปตามที่ข้อมูลมี แต่ส่วนตัว มองกรณีนี้ว่า เนื้อหาที่ปรากฏในอีเมล์ ยังไม่เข้าข่ายการสัญญาว่าจะให้แต่อย่างใด   

           นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคของบุคคลหลายๆ คน ที่อาจได้เป็น ส.ส.ของพรรค ในอนาคต เช่น นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต้องอธิบายว่า บุคคลเหล่านี้ได้ลาออก และสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคใหม่ โดยเฉพาะกรณี นายก่อแก้ว เมื่อครั้งลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ก็เคยมีทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร้องเรื่องสถานภาพ แต่เมื่อมีการชี้แจงแล้วก็สามารถสมัครรับเลือกตั้งซ่อมได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนกรณีบุคคลที่เคยมีข่าวล้มละลาย เช่น นายประเดิมชัย สะสมทรัพย์ นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งเพิกถอนการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงสามารถสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ทำการบ้านในรายละเอียดให้ดีก่อนที่จะประกาศ ว่า จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา