ข่าว

ให้น้องอิ่มท้องอย่างพอเพียง

ให้น้องอิ่มท้องอย่างพอเพียง

11 ก.ค. 2554

เป็นที่รู้กันว่า "อาหาร" คือปัจจัย 4 ของมนุษย์ที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่รอดได้ โดยเฉพาะกับเด็กๆ หากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ จะยิ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองมากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยความสำคัญของอาหารเช่นนี้ บริษัท ยัมเรสเตอรองตส์ อินเตอร์แนลชั่นแนล(ประเทศไทย)

          มิลินด์ พันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท กล่าวว่า โครงการจะจัดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมบริจาคเงิน 9 บาท ที่ร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัททุกสาขา เงินทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพต.) (โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน) ซึ่งทางผู้บริหารเห็นว่าเราควรจะรับผิดชอบต่อชุมชนที่เรามีร้านอยู่ เพราะเชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากชุมชนนั้นๆ จึงอยากจะมีโครงการเพื่อตอบแทน พร้อมกับอยากจะให้เด็กและเยาวชนได้รับอาหารที่ทำขึ้นอย่างดี ถูกสุขอนามัย ในการนี้จึงได้พาพนักงานเยี่ยมชมโรงเรียนเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและการรับรู้ในกิจกรรมให้ได้มีจิตสำนึก เข้าใจในกิจกรรมให้มากที่สุด
  
          ด้าน พ.ท.สัมพันธ์ ปทุมธนรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวถึงโรงเรียนแห่งนี้ว่า เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลไม่เก็บค่าเล่าเรียน สืบเนื่องมาจากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมเมื่อปี 2537, 2538 และ 2540 ทรงพบว่าแต่ละปีมีเด็กจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนมากไม่ได้ศึกษาต่อ เนื่องจากไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาใกล้บ้าน ประกอบกับผู้ปกครองมีฐานะยากจน และการคมนาคมไม่สะดวก จึงมีพระราชดำรัสให้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมพระราชทานนายาวขึ้น กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดนได้สนองพระราชดำริ เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ขยายชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
  
          "โรงเรียนของเราจัดการเรียนการสอนโดยได้นำแนวพระราชดำริ "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้แบบเต็มรูปแบบ ให้สอดคล้องกับโครงการอาหารกลางวัน เช่น พื้นที่ของโรงเรียนจะแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกข้าว และเลี้ยงสัตว์ อย่างการเพาะกบ การเลี้ยงไก่ โดยเลี้ยงแบบปล่อยเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีและได้ไข่ที่มีคุณภาพ มีแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ ซึ่งผลิตผลเหล่านี้จะนำมาทำอาหารกลางวัน โดยนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะทำหน้าที่เป็นพ่อครัวแม่ครัวปรุงอาหารให้ นักเรียนในโรงเรียนได้รับประทาน สิ่งเหล่านี้เองเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่และเรียนรู้การใช้วัตถุดิบที่อยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงหลักสูตรที่มีการเน้นในเรื่องอาชีพให้นักเรียน เมื่อจบการศึกษาจะสามารถนำไปพัฒนาและสร้างอาชีพในชุมชนได้" ผอ.โรงเรียน ให้รายละเอียด
  
          ด้าน น้องเมวดี ศรีสุข นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่ามีส่วนร่วมในโรงเรียนเกี่ยวกับการปลูกผักและการทำอาหารกลางวัน โดยโรงเรียนมีกฎให้เด็ก ม.ต้น ทำอาหารกลางวันให้คนทั้งโรงเรียน โดยจะสับเปลี่ยนเวรกันไปทุกห้อง ในส่วนของเครื่องมือเครื่องใช้ทุกอย่างในโรงเรียนก็จะมีหน่วยงานจากหลายแห่งเข้ามาช่วยเหลือ เช่นกรมปศุสัตว์ก็จะเอาเครื่องทำปุ๋ยเคมีมาให้ ช่วยแนะวิธีการทำ ทำให้โรงเรียนมีอุปกรณ์ครบครันและมีความรู้ที่หลากหลายอยู่เสมอ

เรื่อง : พชรมน พรมลังกา
ภาพ : พัชราภรณ์ พลายงาม