ข่าว

พิสูจน์XM2ยางประหยัดใหม่ทุกอย่างได้ไม่มีเสียจริงหรือ?

พิสูจน์XM2ยางประหยัดใหม่ทุกอย่างได้ไม่มีเสียจริงหรือ?

10 ก.ค. 2554

ในขณะที่ราคาน้ำมันแพงขึ้น ก็มีรถยนต์ประหยัดพลังงานออกมาให้เลือกดูเหมือนจะสอดคล้องกันดี รถประหยัดพลังงานที่เลือกซื้อได้ขณะนี้ มีสองยี่ห้อคือ นิสสัน มาร์ช และฮอนด้า บริโอ้ ซึ่งปัจจุบันไม่มีปัญหาในเรื่องการส่งมอบหรือรอรถนานผิดปกติ

           ระดับการรอรถของสองยี่ห้อนี้ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติคือ ประมาณ 15-30 วัน แล้วแต่รุ่นและสี รถประหยัดที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐว่ามีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันผ่านมาตรฐานการทดสอบของภาครัฐแล้ว (มาตรฐานการทดสอบ 5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร)

           เรื่องของการประหยัดพลังงานนั้นสิ่งหนึ่งที่พัฒนาควบคู่ไปด้วยคือ "ยาง" เพราะว่า ยางเป็นหนึ่งใน 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการสิ้นเปลืองพลังงานของรถ เช่นเดียวกับแรงต้นอากาศและแรงต้นความฝืดของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ดังนั้น วงการยางจึงพยายามผลิตยางที่ตอบสนองความต้องการใช้ที่เปลี่ยนไป ยางประหยัดตัวใหม่ ล่าสุดในตลาดจากมิชลิน เพิ่งได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการในตลาดไทย ในชื่อรุ่นว่า MICHELIN ENERGY? XM2  ที่พัฒนามาสำหรับผู้ที่ใช้รถเพื่อความประหยัด คุ้มค่า ซึ่งต้องการยางทนสึก ประหยัดน้ำมัน นุ่มสบาย และเสียงเงียบ 
 
            ปกติการผลิตยางจะให้ได้ประสิทธิภาพเด่นในทุกด้านเป็นเรื่องยากมาก เพราะโดยพื้นฐานทั่วไป มักจะได้อย่างเสียอย่างเสมอ เช่นหากต้องการยางที่ทน สึกหรอช้า ยางต้องออกแบบให้มีเนื้อยางหนา ส่งผลให้น้ำหนักยางเพิ่ม ทำให้ด้อยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน หรือต้องการยางที่เกาะถนนดี เนื้อยางต้องมีความนุ่ม แต่จะทำให้สึกง่าย แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ที่มีการคิดค้นขึ้นก็ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ระดับหนึ่ง

           XM2  เป็นยางรุ่นใหม่ล่าสุด ที่พยายามบอกว่า มีประสิทธิภาพดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน นุ่มสบาย และยังสามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น
จากเหตุผลที่การพัฒนาเทคโนโลยีหนึ่งๆ มักจำเป็นจะต้องสูญเสียสมรรถนะบางประการไปเสมอ แต่มิชลินเลือกใช้วิธีการทำงานโดยพัฒนาสมรรถนะในแต่ละด้านแยกออกจากกันต่างหากแล้ว เพื่อให้สามารถพัฒนาสมรรถนะโดยรวมของยางโดยไม่ต้องสูญเสียสมรรถนะด้านใดด้านหนึ่งไป
 
            เทคโนโลยีเฉพาะจากมิชลิน ที่ใช้ใน XM2: อย่างแรกคือ การเพิ่มอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 20%เมื่อเทียบกับรุ่น XM1 ที่หมดรุ่นไป เทคโนโลยีแรกคือ อัลเทอร์เนติ้ง บริดดิ้ง (Alternating Bridging) เทคโนโลยีที่เสริมความมั่นคงของบล็อกดอกยาง ทำให้บล็อกดอกยางขยับตัวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสึกหรอ ต่อมาคือ ความต้องการประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

           มีการเสริมสูตรเนื้อยางฟูล ซิลิก้า คอมพาวด์ (Full Silica Compound) เข้าไป ส่วนประกอบของซิลิก้าในเนื้อยางลดการเสียดสีกันของอนุภาคยาง และทำให้ยางเกิดความร้อนน้อยลง เมื่อยางเกิดความร้อนน้อยลง หมายถึงการสูญเสียพลังงานที่น้อยลง และทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ซิลิก้ายังเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อยาง หมายความว่ายางสามารถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีอีกตัวคือ ไมโคร อะแดปทีพ คอมพาวด์ (Micro-Adaptive Compound) ซึ่งทำให้เนื้อยางของ XM2 มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โอบรับความขรุขระของพื้นถนนได้เต็มที่ จากการปรับเข้ากับสภาพพื้นถนนแบบต่างๆ ได้ดี เพิ่มความสามารถในการเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยซึมซับแรงกระแทกได้ดี สุดท้ายคือ Optimum Void Grooves ซึ่งทำให้ร่องรีดน้ำของ XM2 มีปริมาตรสำหรับระบายน้ำได้มากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับยาง XM1 ยางใหม่จึงระบายน้ำได้มากกว่าและรวดเร็วกว่า

              มีคำถามที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของยาง เพราะสิ่งที่เห็น คือ ทุกค่ายก็มียางที่มีคุณสมบัติไม่ต่างกันเช่น เกาะถนน ทน นุ่มเงียบ แล้วมิชลินต่างจากยางอื่นๆ อย่างไร คำตอบคือ ดีเอ็นเอของมิชลินจะเน้นสมดุลของสมรรถนะรอบด้าน ในขณะที่ยางอื่นๆ อาจจะเด่นเฉพาะด้านและด้อยในอีกด้านหนึ่ง การพิสูจน์คุณภาพยางต้องว่ากันยาวๆ ประสบการณ์การใช้ของผู้บริโภค ดูจะเป็นคำตอบที่แน่นอน สำหรับผมที่ได้สัมผัส สั้นๆ ถือว่า XM2 เป็นยางประหยัดที่น่าใจ เทียบกับยางระดับเดียวกัน แม้ดอกจะตื้นและลายไม่สวยแต่ ชื่อชั้นของมิชลินพอรับประกันได้ว่า ใช้แล้วไม่ผิดหวัง

          สำหรับขนาดยาง XM2 เหมาะสำหรับรถขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง ที่ใช้ขอบล้อ 14,15 และ 16 นิ้ว ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 2,500 บาทไปจนถึง 4,000 บาทต่อเส้น