
ปชป.จับตาพฤติกรรมรบ.ปูพบพูดกลับกลอก
บุญยอดจับตาพฤติกรรมรบ.ปู ชี้หลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ ชี้พบท่าทีพูดกลับกลอก - แทรกองค์กรอิสระ - ส่งสัญญาณโยกข้าราชการ "ฝ่ายกม."เมินข้อกล่าวขี้แพ้ชวนตี เย้ยมั่นใจถ้าไม่ผิดอย่ากลัว เล็งหาช่องฟัน "พท." ออกนโยบายลวงปชช. หลังแถลงนโยบาย
เมื่อเวลา 10.15 น . วันที่ 10 ก.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ว่าที่ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้จับตาความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยมาตลอด และจนถึงขณะนี้ครบ 7 วันหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ได้พบความผิดปกติจากคำปราศรัยของพรรคเพื่อไทยดังต่อไปนี้ 1. การปราศรัยหาเสียงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้มีการปราศรัยว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน แต่ภายหลังกลับบอกว่าจะทำเพียงยกเลิกการเก็บเงินชั่วคราว ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ตัวเองพูดในตอนแรก 2. แนวทางต่อเรื่องการปรองดอง ที่ก่อนหน้านี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ ( คอป .) ที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธาน แต่ภายหลังน . ส . ยิ่งลักษณ์กลับให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่เหมือนจะเร่งให้คณะกรรมการฯ สรุปผลการทำงานให้เสร็จซึ่งเสมือนกับไปแทรกแซงการทำงาน
นายบุญยอด กล่าวต่อว่า 3. การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ที่มีพฤติกรรมทำให้เชื่อได้ว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทยต้องไปจัดสรรกันนอกประเทศ พิสูจน์ได้จากรายงานข่าวที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งฮ่องกร บรูไน และดูไบ 4. การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ดิ อินดิเพนเดนท์ ประเทศอังกฤษต่อกรณีการยกเลิกกฎหมายประมวลอาญามาตรา 112 ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่เคยบอกว่าให้เป็นเรื่องของสภา แต่สุดท้ายกลับบอกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยังไม่อยากแสดงความเห็นเรื่องนี้ 5. การโยกย้ายข้าราชการ ที่ต้องจับตาว่าต่อจากนี้ไปจะมีการโยกย้ายข้าราชการหรือไม่ อาทิ ในกรณีของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้ว่าราชการฯในจังหวัดสำคัญ
"ฝ่ายกม.ปชป."เมินข้อกล่าวขี้แพ้ชวนตี
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ว่าที่ส.ส.จังหวัดสงขลา และคณะทำงานกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าเป็นพวกขี้แพ้ชวนตีภายหลังมีการฟ้องร้องพรรคเพื่อไทยต่อกกต.ในหลายคดี ว่า การตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นสิทธิ์ที่จะพึงได้ตามกฎหมาย ตามข้อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะผู้ที่ตัดสินคือศาลไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยไปวิ่งเต้นกระบวนการยุติธรรมเหมือนกับพรรคเพื่อไทยที่เคยมีการวิ่งเต้นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนกรณีการตรวจสอบนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีข้อสงสัยว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ อันเข้าข่ายการหลอกลวงให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงนั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการติดตาม และยังไม่ขอพูดตอนนี้ เพราะมีรายละเอียดมาก มีหลายมุม ทีมกฎหมายจะรอให้พรรคเพื่อไทยแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการในรัฐสภาเสียก่อน จึงจะชี้แจงกระบวนการตรวจสอบของพรรค



