
แท็บลอยด์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์วางขายส่งท้าย
แท็บลอยด์ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ วางจำหน่ายฉบับส่งท้าย หลังต้องปิดตัวเพราะเรื่องอื้อฉาว
(10กรกฎาคม) นายแอนดี้ คูลสัน อดีตบรรณาการของแท็บลอยด์ นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ได้ยกย่องความเป็นมืออาชีพของบรรดาทีมงาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการเตรียมงานสำหรับฉบับสุดท้ายที่วางแผงในวันนี้
คูลสัน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ได้ถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ และถูกสอบสวนเรื่องอื้อฉาวการแฮ็คข้อมูลจากวอยซ์ เมล หรือ กล่องบันทึกข้อความเสียงทางโทรศัพท์ ที่ทำให้แท็บลอยด์ขายดีที่อยู่มานานถึง 168 ปี ต้องปิดตัวลง มีรายงานว่า นายไคล์ฟ กู๊ดแมน อดีตผู้สื่อข่าวของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ และชายวัย 63 ปีคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รับการเปิดเผยนาม ได้ถูกจับกุมด้วยเช่นกัน แต่ทั้ง 3 คน ได้รับการประกันตัวไปแล้ว
นายคูลสัน ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวขณะออกจากบ้านพักทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอนว่า เขาคิดว่าเป็นวันเศร้าอย่างยิ่งสำหรับนิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ และเป็นวันสำคัญของเหล่าพนักงานเขารู้สึกเห็นใจคนเหล่านี้อย่างยิ่ง
ที่สำนักงานใหญ่ของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ได้แสดงให้เห็นบรรยากาศภายในห้องข่าว พนักงานบางคนสวมเสื้อยืดมีข้อความว่า " กู๊ดบาย , ครูเอล นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ , แอม ลีฟวิ่ง ยู ทูเดย์ ซึ่งนายแดน วู้ตตัน บรรณาธิการหน้าบันเทิง " โชว์บิซ " กล่าวว่า มันเป็นวันที่เลวร้ายสำหรับพวกเราทุกคน ทีมงานได้ทำฉบับส่งท้ายที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขา
รูเพิร์ธ เมอร์ด็อค เจ้าพ่ออาณาจักรสื่อ และได้รับการคาดหมายว่าจะไปถึงลอนดอนในวันนี้ ซึ่งเป็นวันส่งท้ายของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ที่บริษัทนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ของเขา ได้สั่งปิดหลังเกิดเรื่องอื้อฉาว ด้วยข้อกล่าวหาว่า มีผู้สื่อข่าวหลายคนจ่ายเงินให้ตำรวจ เพื่อแลกข้อมูลและแฮ็ควอยซ์เมลของเหยื่อคดีฆาตกรรม , คนดัง และครอบครัวทหารที่เสียชีวิตในสงคราม
นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ฉบับอำลา ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2011 ได้พาดหัวว่า " แธงค์ กิ้ว แอนด์ กู๊ดบาย " ส่วนนายเมอร์ด็อค ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ซัน ซิตี้ รัฐไอดาโฮ เมื่อบ่ายวันเสาร์ว่า เขายังสนับสนุนนางรีเบ็คก้า บรู้คส์ ผู้อำนวยการบริหารของนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แต่ก็ยอมรับว่า นิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ทำให้ผู้อ่านเสื่อมศรัทธา
นายโคลิน มายเลอร์ บรรณาธิการของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิร์ลด์ ได้เป็นผู้นำทีมพนักงาน อุทิศเวลาที่เหลือให้กับสิ่งพิมพ์ฉบับสุดท้าย ซึ่งเป็นฉบับที่ 8674 หลังจากครองตลาดมานาน168 ปี ก่อนจะพาพนักงานไปส่งท้ายกันที่ผับแห่งหนึ่งในลอนดอน



