
'ปู'นั่งหัวโต๊ะดัน'extra plan'จันทร์นี้
ว่าที่นายกฯหญิง เตรียมนั่งหัวโต๊ะ ยกร่าง 'extra plan' จันทร์นี้ พท. ผวา ตั้งทีม กม. รับมือยุบพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้เชิญข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวงมาชี้แจงถึงภาพรวมของงานในกระทรวงนั้นๆ ให้กับคณะทำงานด้านต่างๆ ของพรรคที่เกี่ยวข้องกับการยกร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา
และในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ผู้ที่รับผิดชอบคณะทำงานยกร่างนโยบายฯ ด้านต่างๆ ต้องเข้ามารวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำเป็นเอกสาร สำหรับเตรียมประชุมคณะทำงานยกร่างนโยบาย ในวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น.
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นประธานในการประชุม โดยนโยบายของรัฐบาล ที่เตรียมยกร่าง จะแบ่งออกเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ความมั่นคง ต่างประเทศ แรงงาน พลังงาน และการเกษตร รวมทั้งยกร่าง 'extra plan' นโยบายแต่ละด้าน ถึงขั้นตอนในการปฏิบัติว่าจะทำในช่วงระเวลาไหน อย่างไร และต้องแก้ไขกฎหมายฉบับไหนบ้าง ที่ไม่สอดรับกับนโยบายที่จะต้องทำตามที่หาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันดังกล่าว จะมีการเชิญข้าราชการระดับสูงของสภาพัฒน์ฯ และกระทรวงการคลัง มาชี้แจงด้วย รวมทั้งกลุ่มกรกฎ ก็จะนัดประชุมเพื่อขัดเกลาถ้อยคำนโยบายด้านความมั่นคง ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการยกร่างนโยบายรัฐบาลของพรรคต่อไป
อย่างไรก็ตาม การยกร่างนโยบายของรัฐบาล จะเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรที่น่าหนักใจ แต่ปัญหาคือ การยกร่าง 'extra plan' ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า นโยบายแต่ละด้าน ต้องทำให้เสร็จในช่วงเวลาใด และแก้ไขกฎหมายที่ติดขัดฉบับไหนบ้าง
สำนักกม.พท. ก้นร้อน ตั้งทีม 7-8 คน ดูเรื่องร้องยุบพรรค
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาสำนักกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำนักกฎหมายฯ ได้ตั้งทีม 7-8 คน เพื่อดูแลเรื่องที่พรรคเพื่อไทย จะต้องร้องเรียนต่อกกต. รวมทั้งเรื่องที่พรรคเพื่อไทยถูกร้องเรียนด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่า กกต.จะรับเรื่องร้องเรียน ที่เกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่ แต่หาก กกต.รับก็ต้องแจ้งมาที่พรรค
ทั้งนี้ ทั้ง 3 กรณีที่พรรคถูกร้องนั้น ไม่น่าวิตก เชื่อว่า สามารถชี้แจงตามข้อกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกร้องเรียนกรณีผัดหมี่โคราช ที่ถือเป็นเชิงสัญลักษณ์ เป็นการสร้างสีสันในการหาเสียงเท่านั้น ไม่ใช่การจัดเลี้ยงหรือซื้อเสียง
"ยืนยันว่า เราไม่ได้ไปซื้อเสียง หัวหน้าพรรคการเมืองอื่นก็ทำกันทั้งนั้น" นายชูศักดิ์ ระบุ
ชี้คนถูกเพิกถอนสิทธิ ไปร่วมกันตั้งรัฐบาล น่าถูกยื่นยุบพรรคมากกว่า
ส่วนกรณีที่ถูกร้องเรียนว่า อดีตกรรมการบริหารพรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการหาเสียง หรือตัดสินใจทางการเมืองในพรรคเพื่อไทยนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต. เคยมีมติในบางเรื่อง เช่น ห้ามขึ้นเวทีปราศรัย ห้ามถ่ายรูปคู่กับผู้สมัคร แต่ก็ยังไม่ชัดเจน เช่น กรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ขึ้นเวทีต่างหากหรือขึ้นเวทีของสมาชิกบ้านเลขที่ 111
"ขณะนี้ การห้ามนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิ ยังมีช่องว่าง หรือการตีความว่า ทำอะไรได้เพียงใดอยู่ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ลักลั่นอยู่ ซึ่งอยากถามว่า คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองแล้วไปร่วมกันตั้งรัฐบาลนั้น แบบนั้นไม่ยิ่งกว่าไปช่วยคิดเรื่องนโยบายของพรรค หรือปราศรัยหาเสียงหรือ"
นายชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในสมัยพรรคพลังประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยโฟนอินมาบนเวทีปราศรัย ก็ยังไม่มีการยุบพรรคพลังประชาชนในประเด็นนี้เลย ดังนั้นประเด็นที่ถูกร้องเหล่านี้จึงไม่ยากที่จะชี้แจง
อย่างไรก็ตาม วันนี้ ทุกองค์กรและทุกภาคส่วนเห็นตรงกันแล้วว่า การยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองนั้นง่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด น่าจะต้องมีการทบทวนในประเด็นเหล่านี้ เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คิดนโยบาย จึงถูกร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย รวมถึงการจัดโผครม.ปู 1 ด้วย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า บุคคลทั่วไปก็มีสิทธิคิด ส่วนการจัดโผครม.นั้นก็โยงกันไป เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อพรรค และสังคมไทย ส่วนใครจะเป็นรัฐมนตรีแล้วต้องไปหาคนนั้นคนนี้นั้น แต่การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
รับรอง ส.ส. 95 % เดินหน้าเลือกนายกฯ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กกต.จะรับรองส.ส.ในวันที่ 12 ก.ค.ว่า หากรับรองจำนวนส.ส.ได้ถึง 95% ก็จะสามารถเรียกประชุมสภาฯ นัดแรกได้เร็วขึ้น เพื่อเลือกตั้งประธานสภาฯ จากนั้น ก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีได้เร็วขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ได้เห็นโฉมหน้าครม.ปู 1 เร็วขึ้น รัฐบาลใหม่ก็จะได้เดินหน้าบริหารประเทศได้ทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและต่างประเทศ
"หากกกต.รับรองส.ส.ไม่ครบ 95% ในวันดังกล่าว อย่างช้าที่สุดการประชุมสภาฯ นัดแรกก็จะต้องมีขึ้นไม่เกินวันที่ 2-3 ส.ค." นายพร้อมพงศ์ กล่าว



