ข่าว

อิ่มตาความสวยสองฝั่งน้ำ อิ่มท้องในรสปรุงเมนูไทย

อิ่มตาความสวยสองฝั่งน้ำ อิ่มท้องในรสปรุงเมนูไทย

10 ก.ค. 2554

หลากหลายเหตุการณ์ประทับใจมักจะเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีสายลม สายน้ำ แสงแดด แสงดาว และอากาศปลอดโปร่งอยู่เสมอ อย่างที่ฮิตกันจริงๆ คงหนีไม่พ้นชายทะเล ที่ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไหนก็ลงเอยด้วยดีไปซะทุกงาน

          แต่สำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่ไม่ต้องการไปไหนไกลๆ บรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในใจกลางเมืองก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กัน

          คิดดูสิคะ...ความสวยงามของทิวทัศน์สองฝั่งเจ้าพระยานะสวยงามน่าชื่นชมจนไม่อาจละสายตากันได้เลยทีเดียว ซึ่งความสวยงามนี้ก็จะแตกต่างกันออกไป กลางวันให้อารมณ์หนึ่ง กลางคืนอีกอารมณ์หนึ่ง ความแตกต่างนี้แหละคะ ที่ทำให้โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ นำ "เรืออัปสรา" เรือชั้นเดียวดัดแปลงตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสมัยใหม่สไตล์วินเทจในบรรยากาศร่มรื่นแบบไทยๆ ที่เปิดรับลมแม่น้ำอย่างเต็มที่

          พร้อมเดินเครื่องชมความสวยงามของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยอดพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สะพานพุทธ สะพานพระราม 7 ตลอดจนพระบรมหาราชวัง อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่พร้อมถ่ายทอดให้ผู้คนบนเรืออิ่มตาไปพร้อมๆ กับการอิ่มท้องกับการลิ้มลองอาหารไทยตำรับชาววังจากเชฟมืออาชีพ

          ถึงเวลาเริ่มนับหนึ่งเติมความอิ่มท้องให้ตัวเอง ด้วยออร์เดิร์ฟเล็กๆ อย่างเมี่ยงคำโบราณ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ไก่สะเต๊ะ ยำส้มโอปูนิ่มแบบไทยแท้ อร่อยคำโตก็มาเสิร์ฟตรงหน้ากับ กุ้งผัดน้ำมะขาม ที่ให้รสหวานอมเปรี้ยวด้วยเนื้อมะขามเข้มข้นถูกใจคนชอบรสเข้มข้นผสานกับความเผ็ดนิดๆ ลงตัวอย่างพอดิบพอดี สำหรับคนไม่กลัวอ้วนต้องลอง ขาหมูทอด น่องโตกรอบนอกนุ่มในด้วยกระบวนการทำอันพิถีพิถันและเป็นสูตรลับเฉพาะ กินกันเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มอะไร รสหวานในเนื้อหมูก็ทำเอาบรรดาแขกติดอกติดใจกันยกใหญ่

          เหลือบมองเมนูข้างๆ เห็นวัตถุสีขาวเหมือนรังไหมอันใหญ่ก็อย่าตกกะใจ เพราะเจ้าสิ่งนี้คือ กุ้งพันหมี่กรอบ ตัวเบ้อเริ่ม ที่ตัวหมี่จะละลายในปากเองเมื่อถูกสัมผัสกับลิ้น เหลือไว้แต่เนื้อกุ้งหวานๆ ตัวแน่นๆ ให้เคี้ยวจนสะใจ จากนั้นก็ตามมาชิมกันต่อที่ 2 เมนูลูกครึ่งอย่าง แกงมัสมั่นแกะ ที่ผสมความเป็นตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องเทศกลิ่นจัดจ้านและเนื้อสันในแกะจากประเทศออสเตรเลีย ที่ให้ความนุ่มกว่าเนื้อชนิดอื่นเคล้าคลอกับน้ำมัสมั่นรสเด็ดได้ดีเยี่ยม

          ส่วนแกงบ้านๆ ที่ไม่ธรรมดาอย่าง แกงเขียวหวานปลาหิมะ ที่บรรดาเชฟในเรืออัปสรต่างยกให้เป็นซิกเนเจอร์ ด้วยวิธีการทำที่ต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการทำเครื่องแกง และคัดเลือกปลาหิมะที่มีคุณภาพ ทำให้หลายคนติดใจในรสชาติมันหวานเล็กๆ ที่ตัดกับความฉุนของเครื่องแกงสดเล็กน้อย ส่วนเนื้อปลาสดก็ถูกหมักและผ่านการปรุงแบบพิถีพิถัน จนเมื่อนำมาผสมในน้ำเขียวหวานจึงไม่มีกลิ่นคาว เหลือไว้แต่ความละเอียดนุ่มลิ้นจากชิ้นปลาตัวโตนั่นเอง

          ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานกับ ชาไทยพานาโกต้า ในถ้วยแก้วใบเล็ก ที่ประกอบด้วยชาเย็นเข้มข้นรสหวาน กินกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ลูกโต ทั้งบลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เพิ่มกลิ่นหอมด้วยลูกพีชให้ความรู้สึกเย็น นุ่ม สดชื่น ตามบรรยากาศริมสองฝั่งแม่น้ำสวยๆ ในยามค่ำคืน

          เรืออัปสราสามารถรองรับแขกได้ถึง 64 ท่าน เหมาะกับการมากินกับครอบครัว หรือเหมาทั้งลำสำหรับการสังสรรค์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพราะนอกจากจะมีอาหารหลากหลายแล้ว ยังมีโซนของเครื่องดื่นแฮงค์เอาท์เย็นๆ ไว้รองรับนักปาร์ตี้อีกด้วย

          โดยเรือจะออกจากท่าริเวอร์ ซิตี้ สี่พระยา ตั้งแต่เวลา 19.45 น. พร้อมมอบให้เวลาแห่งสุขริมกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยวิวทิวทัศน์และการแสดงดนตรีไทยตลอดการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แนะนำให้โทรจองที่นั่งล่วงก่อน 1 วัน เพื่อให้พนักงานเตรียมเครื่องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้พอดีกับแขกและให้เชฟจัดสรรอาหารได้อย่างพอดี เพราะเขาจะทำกันสดๆ จานต่อจานเท่านั้น ติดต่อถามรายละเอียดได้ที่ 0-2679-1200