ข่าว

รวบลูกเลี้ยงติดยาบ้าฟันคอพ่อดับ

รวบลูกเลี้ยงติดยาบ้าฟันคอพ่อดับ

09 ก.ค. 2554

ลูกเลี้ยงอกตัญญูติดยาบ้างอมแงม หลอกพ่อบุญธรรมที่เคยเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ฆ่าโหดฟันคอ นำศพทิ้งข้างทางเพราะไม่ได้เงิน

          9 ก.ค.54 นางประสิทธิ์ ศาลาทอง อายุ 59 ปี ได้เดินทางมาที่ สภ.ศรีราชา เพื่อให้ปากคำกับ พ.ต.ท.สุทิน นิลแย้ม พนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา เจ้าของคดี โดยให้การว่าผู้ตายคือ นายวน เกตุทอง อายุ 64 ปี สามีได้หายตัวออกมาจากบ้านเลขที่ 34/4 ม. 9 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ช่วงบ่าย

          ซึ่งมีชาวบ้านเห็นว่ามีชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงินเทา เข้าไปรับผู้ตายออกมาบ้าน โดยพาสามีตนนั่งซ้อนท้ายรถจยย.ออกไป หลังจากที่นายวน ผู้ตายหายออกมาตนก็ได้พยายามออกตามหาแต่ก็ไม่พบตัว จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง ไว้เป็นหลักฐาน

          จนวันรุ่งขึ้นนางกัญญา รื่นเริง อายุ 54 ปี ภรรยาเก่าของสามีได้มาแจ้งว่า ผู้ตายได้มาเข้าฝันว่านอนอยู่ที่โรงพยาบาลอ่าวอุดม ให้ช่วยมารับกลับบ้านทีจึงได้รีบเดินทางมาดู ก็พบว่านายวนเสียชีวิตแล้ว

          ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียก นางกัญญา ภรรยาเก่ามาสอบปากคำ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนอยู่นาน เพราะไม่เชื่อผู้ตายจะมาเข้าฝันจริงจึงได้ให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า ผู้ที่ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมในครั้งนี้คือนาย นพพร ทามะฤทธิ์ อายุ 27 ปี ลูกชายตัวเองที่นายวน เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตเปรียบเสมือนลูกตัวเอง

          ก่อนที่จะไปมีภรรยาใหม่และออกจากบ้านไปอยู่กับภรรยาใหม่ทิ้งให้ตนอยู่กับลูก โดยที่หลังจากก่อเหตุแล้วนายนพพรได้เข้าไปหาตัวเองที่บ้านเลขที่ 322/70-71 ม. 8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา เพื่อขอเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอารถจักรยายนต์ซ่อนไว้ที่บ้าน แต่นางกัญญาเห็นว่าตามร่างกายและเสื้อผ้ามีรอยเปื้อนเลือดเต็มทั่วร่างจึงได้สอบถามจน นาย นพพรบอกว่า ได้หลอกนายวนพ่อเลี้ยงมาฆ่าทิ้งและทิ้งศพไว้ที่ป่าหญ้าข้างทางถนนสายท่อน้ำ หมู่ที่ 1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา ตนจึงได้ดุด่าและไล่ออกจากบ้านไป โดยไม่คิดว่า นายนพพร จะฆ่าคนที่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโตได้ตามที่พูด

          แต่พอตอนเช้าจึงได้เดินทางไปที่บ้านนายวน อ.บางละมุง ก็พบว่าหายตัวออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอยจึงพบว่าเป็นจริงอย่างที่ลูกชายพูด จึงกลัวว่าลูกชายจะถูกตำรวจจับดำเนินคดีจึงได้หลอกภรรยาใหม่ของนายวนว่าได้ฝันว่านายวนมาบอกว่านอนอยู่ที่โรงพยาบาลอ่าวอุดมให้ไปรับกลับบ้านด้วย

          หลังจากสอบปากคำนางกัญญาภรรยาเก่าแล้ว จึงแจ้งให้ พ.ต.อ.มนตรี รอดปราณี ผกก.สภ.ศรีราชาทราบและสั่งการให้กำลังชุดตำรวจสืบสวน สภ.ศรีราชา รีบไปตรวจสอบห้องพักที่นายนพพรที่ในซอยถั่วงอกพื้นที่ อ.บางละมุงโดยทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายนพพรได้ในขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัว แล้วนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ศรีราชา

          นายนพพรลูกเลี้ยงอกตัญญู รายนี้ให้การว่าได้ก่อเหตุใช้มีดฟันนายวนพ่อเลี้ยงที่เคยมีพระคุณที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแล้วทิ้งไปพอโตขึ้นหันเหไปใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติดโดยที่ติดยาบ้าอย่างงอมแงม ก่อนก่อเหตุได้เดินทางไปขอเงินจากนายวนเพื่อจะไปซื้อยามาเสพ ซึ่งนายวนไม่มีให้ จึงได้หลอกให้โอนที่ดินที่นายวนอยู่ให้ตนเอง แต่นายวนให้ไม่ได้เพราะไม่ใช่ชื่อของนายวน ทำให้นายนพพรเกิดความแค้นที่ไม่มีเงินให้ไปซื้อยาบ้ามาเสพ จึงได้ออกอุบายหลอกพ่อที่เคยเลี้ยงดูออกมาจากบ้านโดยหลอกมา ว่าจะพาไปหาแม่ตน

          ก่อนจะจอดรถคุยเรื่องที่ดินแต่นายวนกับยังปฎิเสธที่จะยกที่ดินให้ จึงได้เกิดโมโหใช้มีดที่เตรียมไว้ใต้เบาะรถ ออกมาฟันที่หน้าอกแล้วเชือดที่ลำคอซ้ำจนนายวนที่เดินไม่ได้ล้มลงเสียชีวิดังกล่าว

          และหลังจากก่อเหตุแล้วได้ขับรถจักรยายนต์ เข้าไปขอความช่วยเหลือจากแม่แต่ถูกปฎิเสธ จึงได้ขับรถไปแวะที่บ้านเลขที่ 7/3 ม. 3 ต.สุรศักดิ์อ.ศรีราชา ในซอยบ่อก๊อกซึ่งเป็นบ้านเพื่อนก่อนจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเอารถซ่อนไว้แล้วขึ้นรถหลบหนีไปกบดานที่ห้องพักที่ อ.บางละมุง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบตัวได้ สาเหตุที่ลงมือฆ่านายวนอย่างโหดเหี้ยมเพราะนายวนได้เคยบอกว่าถ้าได้ที่ดินจากภรรยาใหม่แล้ว จะยกที่ดินให้แต่ก็ยังไม่ยกให้สักที จึงได้ฆ่าทิ้งดังกล่าว

          ภายหลังการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังคุมตัวนายนพพรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยที่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายนพพรลงมาแล้วให้ไหว้ขอขมาพ่อบุญธรรมที่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก กับถูกนายนพพรซึ่งเป็นผู้ต้องหาปฎิเสธที่จะไหว้แล้วบอกว่า

          " ผมไม่ไหว้เพราะคนที่ผมฆ่านั้นไม่ใช่พ่อผม เพราะพ่อผมตายไปตั้งแต่เล็กแล้วส่วนที่ผมฆ่านั้นผมคิดว่าเป็นแค่ตาลุงแก่ๆคนนึงที่เคยเลี้ยงผมมาเท่านั้น"

          ทางตำรวจจึงได้ให้นายนพพรผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยที่ผู้ต้องหารับมาจุดเกิดเหตุแล้วจอดรถคุยเรื่องให้โอนที่ให้แต่ถูกปฎิเสธ จึงโมโหเปิดเบาะรถจักรยานยนต์หยิบมีดออกมาฟันที่หน้าอกไป 1 ครั้ง จนนายวนที่เดินไม่ค่อยได้ล้มลง แล้วนายนพพรลูกเลี้ยงสุดเหี้ยมก็จิกหัวนายวนขึ้นมาก่อนจะใช้มีดปาดเข้าที่ลำคอ จนนายวนหงายหลังลงไปนอนดื้นทุรนทุราย

          นายนพพรผู้ต้องหาก็ยังใจเย็นหันไปหยิบบุหรี่ใต้เบาะรถมาสูบอย่างสบายใจก่อนที่จะหันกลับมาแล้วจิกหัวผู้ตายขึ้นมาแล้วปาดคอซ้ำอีกครั้ง ให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแน่ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ไปที่บ้านแม่และบ้านเพื่อนจนถูกตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

          หลังจากนั้นชาวบ้านที่ทราบข่าวและมาไม่ทันทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่างพูดกันว่า นายนพพรที่นายยวนผู้ตายเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กสุดเหี้ยมไม่น่าเกิดมาเป็นคนได้เลย แล้วพากันแยกย้ายไป ส่วนตัวนายนพพรหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ได้นำตัวไปตามจุดต่างๆที่นายนพพรหลบไปก่อนก่อเหตุ หลังจากนั้นจึงนำตัวกลับมาสอบสวนเพิ่มเติมแล้วดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน