
พท.เล็งเช็คบิลกสทช.-ไอซีทีประมูล3จี
"พท." เล็งเช็คบิลบอร์ด "กสทช.-ไอซีที"รัฐบาลอภิสิทธิ์ ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ จัดประมูล 3 จี คาด ทรู โดนหางเลข ขณะที่ "แม้ว" โวยถูกโยงนิรโทษกรรม-ทวงคืนเงิน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีราชชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการประมูลโครงการ 3 จี ก่อการยุบสภาไม่กี่วันว่า ตนได้รวบรวมเอกสารความไม่โปรงใสของโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว พร้อมยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมทั้งได้ไปแจ้งความต่อกองปราบปราม เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวของทั้งหมดด้วย เพื่อเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่
"ผมขอยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน เพราะเรื่องดังกล่าวหลักฐานชัดเจนว่า มีการประมูล 3 จีไม่โปร่งใส มีความผิดหลายขั้นตอน ดังนั้นพรรคจะเข้าไปตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่ฝ่ายการเมืองไปจนถึงบอร์ดคณะกรรมการกิจกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากมีการประมูลไม่โปร่งใสและข้อมูลหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความผิดในเรื่องการประมูลโครงการ 3 จี รัฐบาลเพื่อไทยจะทำอย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าผิด ต้องดูไปตามขั้นตอน คนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบอร์ดและผู้บริหารก็อยู่ไม่ได้ ต้องรับผิดชอบ ต้องลาออกทั้งหมด เพราะเรื่องดังกล่าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนได้แสดงหลักฐานการกระทำผิดหลายอย่างไว้ชัดเจน ตั้งแต่ข้อมูลที่รัฐมนตรีบินไปฮ่องกง และการชี้แจงก็ตอบไม่ตรงกันกับข้อมูลที่อภิปรายไว้ด้วย
รัฐบาลเพื่อไทยพร้อมเข้าไปตรวจสอบทุกโครงการในไอซีทีที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำไว้ และต้องมีการเข้าไปรื้อและทบทวนหลายเรื่องในกระทรวงการคลังที่นายกรณ์ จาติกวนิช ดูแล ทำให้ไม่เป็นธรรมต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยเฉพาะที่สำคัญคือ นายกรณ์และไอซีที พยายามจะทำหลายเรื่องตามคำตัดสินคดียึดทรัพย์ เช่น การไปรื้อสัญญาต่างๆ ตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ
“ยืนยันว่าหลายเรื่องไม่เป็นไปตาม ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ตั้งข้อกล่าวหายื่นฟ้อง โดยเฉาะการออกพรก.ภาษีสรรพสามิต สมัยที่ผมอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรรมาธิการได้เคยเรียกกรมสรรพสามิตมาชี้แจง ซึ่งกรมสรรพาสามิตก็ยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.สมัยพรรคไทยรักไทย ไม่ทำให้ประเทศและรัฐต้องเสียหาย รวมถึงไม่เป็นการเอื้อให้กับเอกชน ดังนั้นข้อมูลของคตส.จึงไม่เป็นความจริง ผมจะนำข้อชี้แจงกรมสรรพสามิตไปเป็นเหตุผล เพราะได้เก็บเอกสารจดเชาวเลขกรมสรรพสามิตไว้แล้ว ซึ่งไม่ตรงกับการพิจารณาคดีว่าทำให้รัฐเสียประโยชน์มาแสดงให้ดู” นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว เพราะศาลฎีกาได้ตัดสินไปเรียบร้อยแล้วในคดียึดทรัพย์ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิต จะเข้าไปทบทวนได้อย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ เพราะ คตส. ไม่ให้ความเป็นธรรม ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรม ต้องดูข้อเท็จจริงของรายละเอียดทั้งหมดเป็นหลัก หลายเรื่องที่นายกรณ์ และไอซีทีพยายามจะทำโดยอ้างคำตัดสินคดียึดทรัพย์ ต้องเข้าไปดูทั้งหมด และมีอีกหลายเรื่องต้องเข้าไปดู เช่น ดาวเทียมภาคพื้นดิน แต่ที่พูดไม่ได้หมายถึงว่า จะเสนอตัวเองเป็นรมว.ไอซีที แต่ตอนเป็นฝ่ายค้านสิ่งที่พูดไป ไม่มีใครสนใจ แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วต้องเข้าไปดู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องดังกล่าวนี้นายสุรพงษ์ได้เคยนำมาอภิปรายในสภาฯมาแล้วสมัยที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระทรวงไอซีที อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ โดยบริษัทที่ประมูลโครงการดังกล่าวได้เป็นของ ทรู คอปเปอร์เรชั่น ที่เป็นหนึ่งในบริษัทกิจการโทรคมนาคมในเครือ เจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)
แม้วโวยถูกโยงนิรโทษ-ทวงคืนเงิน
พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ "วอยซ์ทีวี" ว่า สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งเข้ามาครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนอีสานและคนเหนือที่ขาดโอกาสและฐานะไม่ดี ได้รับการหยิบยื่นโอกาสช่วงที่พรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาล และความทรงจำที่ดีนั้นยังอยู่ เมื่อพรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางแบบเดียวกัน เขาจึงเลือกโดยไม่สนใจอย่างอื่น
ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจต้องเผชิญวิบากกรรมจากการถูกตรวจสอบ รวมทั้งกรณีที่ถูกยื่นยุบพรรคนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถ้ากฎหมายบังคับใช้อย่างเป็นธรรมก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะเราอาสามาทำงาน แต่ถ้ามาหาเรื่องกัน ก็ต้องพูดความจริง เพราะถ้าไม่ให้เราทำงาน ประชาชนก็ต้องรู้ ถ้าอยากเห็นบ้านเมืองปรองดอง ก็ต้องหันหน้าเข้าหากัน ถ้ามาใช้กฎหมายยื่นตีความ บ้านเมืองก็จะไม่เดินหน้า
"ผมห่วงว่าเราจะเสียเวลาตีความ ประเทศจะไม่ก้าวหน้า วันนี้ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันหน้าหากัน แทนที่จะมาฟาดฟันกัน ผมอยู่นอกวงการแล้วแต่ก็อยากบอกว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องลดราวาศอกกัน"
อดีตนายกฯ ยืนยันว่าไม่เคยกลัวการตรวจสอบ ถ้าใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามหลักนิติธรรม แต่ไม่ใช่มากล่าวหากันลอยๆ หรือเลือกสอบข้างเดียว หลายเรื่องที่ตนไม่รู้เรื่อง แต่ก็ถูกกล่าวหาตลอด
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงการเจรจาปรองดองว่า ที่ผ่านมายังไม่มีข้อยุติ เพราะ คอป.ยังไม่ได้กำหนดกรอบการหารือที่ชัดเจน และยังไม่มีการหารือรวม ดังนั้นถนนปรองดองจึงยังไม่เดินหน้า
พ.ต.ท.ทักษิณยังตัดพ้อว่า ถูกโยงเรื่องนิรโทษกรรมและเรื่องการทวงคืน 4.6 หมื่นล้านบาท เข้ามาเป็นเรื่องเดียวกัน โดยเชื่อว่าเป็นการกล่าวหา เพื่อหวังให้กระทบความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนยืนยันว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ทั้งเรื่องกลับบ้าน เรื่องการคืนเงิน ส่วนข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดี ก็ไม่เป็นความจริง ตนทำงานถวายมาตลอด เพียงแต่ตนไม่ใช่นักพูด เป็นนักทำ การเมืองมันกล่าวหากันง่าย การเมืองไทยเป็นระบบทำลายคน ใครเป็นผู้นำมักจะถูกทำลายตลอด



