
"ไทยถีบ"มิติในการสร้างโอกาสบูมอัมพวา
การแสวงหาจุดขายเพิ่มเติม เพื่อสร้างโอกาสให้แก่แหล่งท่องเที่ยว กำลังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายชุมชน ที่มีความโดดเด่นในแง่ของการมีอัตลักษณ์ทางวิถีชีวิตชุมชน เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการสร้างเสน่ห์และความหลากหลายให้เกิดขึ้น
และมุมมองใหม่เหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นกับ ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ผ่านโครงการ "ไทยถีบ" นับจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ นี่คือความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นกับอัมพวา
สำหรับ "ไทยถีบ" แล้ว นี่คือแนวคิดของการท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนอัมพวา จะได้พบจักรยานที่จอดเรียงรายอยู่ด้านหน้าอาคารชั้นเดียว ซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองบริเวณสามแยกสามหัวโขน โดยสถานที่ดังกล่าวใช้เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน “สถานีไทยถีบ” ทั้งนี้สถานีไทยถีบคือสถานที่ให้บริการเช่าจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยวภายในเมืองอัมพวา ผ่านเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น ตลาดน้ำยามเย็น
ที่มาของโครงการ “ไทยถีบ” เกิดขึ้นจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเมืองอัมพวา ที่ในอดีตเคยมีสภาพเปรียบได้กับเมืองร้าง แต่ปัจจุบันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงระยะเวลา 5 ปีหลัง ด้วยเหตุนี้เองทำให้เมืองอัมพวาต้องประสบปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาในช่วงวันหยุด ด้วยเหตุนี้แนวคิดของการที่จะกระจายสัดส่วนของนักท่องเที่ยวให้เกิดการไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กันกับการสร้างเสน่ห์และความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นถึงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางของการขับเคลื่อน
"โครงการไทยถีบเกิดขึ้นจากความตั้งใจนำเสนอการท่องเที่ยวของเมืองอัมพวาในมิติใหม่ นอกเหนือไปจากตลาดน้ำยามเย็น ซึ่งไทยถีบมีแนวทางที่จะช่วยขยายการท่องเที่ยว ด้วยการที่นักท่องเที่ยวจะปั่นจักรยาน ไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในเมืองอัมพวาเพื่อลดความแออัด และเป็นการเสนอแง่มุมใหม่ของเมืองอัมพวาที่มีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมายตลอดเส้นทาง ด้วยเหตุนี้ไทยถีบจึงเป็นทางเลือกของการท่องเที่ยว ในรูปแบบของการท่องเที่ยวปลอดมลพิษควบคู่กับการได้ออกกำลังกาย จากการปั่นจักรยานซึ่งนักท่องเที่ยว จะได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริงในเส้นทางที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง” ศุภวรรณ สุจินดา ผู้จัดการทั่วไป บริษัทยังดี จำกัด เล่าถึงที่มาของโครงการ
ก่อนหน้าที่จะเกิดขึ้นของโครงการนี้ มีการใช้เวลามากกว่า 1 ปี ในการศึกษาถึงสภาพความเป็นไปของเมือง และสิ่งที่พบก็คือเมืองอัมพวาต้องประสบปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงวันหยุด ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสานกับวิถีชีวิตชุมชนโดยอาศัยจักรยานเป็นส่วนผลักดันจึงเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ผ่านการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในแง่ของโครงการ ที่จะช่วยการกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง
“ไทยถีบ” ได้ออกแบบเส้นทางการปั่นจักรยานเพื่อให้เหมาะสม กับความต้องการของนักท่องเที่ยวโดยในช่วงแรกเส้นทางได้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมพื้นที่ของเมืองอัมพวาโดยรอบ เน้นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ความพิเศษของการท่องเที่ยวเมืองอัมพวาด้วยจักรยาน คือการได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ในแบบที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ "รูปแบบของโครงการเราเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน โดยสอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นและประวัติความเป็นมาของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญภายในเมืองอัมพวา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้โดยใช้จักรยานเป็นพาหนะ ในการนำนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ” ศุภวรรณ เล่าถึงรูปแบบของโครงการ
ในอนาคตอันใกล้หาก “ไทยถีบ” ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจจากนักท่องเที่ยว การดำเนินการในขั้นต่อไปคือการวางโครงสร้างให้สถานีไทยถีบ เป็นศูนย์ข้อมูลและจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเมืองอัมพวาอย่างแท้จริง การจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดแสดงดนตรีและศิลปะเพื่อเป็นเวทีให้แก่ศิลปินสมัครเล่นและศิลปินอาชีพ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือช่วยให้เมืองอัมพวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการผสมผสาน ระหว่างวิถีชีวิตพื้นบ้านกับเทคโนโลยีทันสมัย เช่น การระบุพิกัดสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าท้องถิ่น รีสอร์ทที่พัก, การทำให้อัมพวาให้เป็นเมืองไว-ไฟ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกวางแผนที่จะให้เกิดขึ้นกับสถานีไทยถีบ อันเปรียบเหมือนศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่จะกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่พื้นที่
“นอกจากการปั่นจักรยานตามเส้นทางต่างๆ ที่สถานีออกแบบในอนาคตอันใกล้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายซึ่งจะถูกจัดขึ้นตามช่วงเทศกาลต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีไทยถีบ ชาวเมืองอัมพวาและนักท่องเที่ยว เช่นการประกวดค้นหาเส้นทางในการปั่นจักรยาน ในการรักษาสภาพเมืองให้คงอยู่ เพราะเราเชื่อว่านี่คือสิ่งที่จะทำให้เกิดการบรรจบ ระหว่างคนกับชุมชน คนจะมีรายได้อย่างยั่งยืนจากการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ขณะที่ความเป็นเมืองเกิดการพัฒนาให้อยู่ในมิติที่ไม่ได้โตจนเกินไป อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับทิศทาง" ศุภวรรณ ให้ความเห็น
แม้ว่า “สถานีไทยถีบ” จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้เพียง 2 เดือน แต่กระบวนการในการก่อตั้งสถานี ในแง่ของการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่นหรือการติดตามศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองอัมพวา เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2552 ปัจจัยที่ทำให้ “ไทยถีบ” ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการต่างพื้นที่สามารถสร้างพันธมิตรระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 4,000 ราย นั่นคือความทุ่มเทที่จะช่วยพัฒนาเมืองอัมพวา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดไป
“เราเชื่อว่าหากเอกชนจะเข้ามามีบทบาทในชุมชนขนาดเล็ก การทำให้ความร่วมมือนั้นอยู่ได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการเสนอตัวเข้าช่วยพัฒนาท้องถิ่นตามกระบวนการซีเอสอาร์(Corporate Social Responsibility) ซึ่งหากเอกชนรายใดเข้ามาเพื่อหวังผลกำไรทางธุรกิจ มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกต่อต้านจากกลุ่มคนในท้องถิ่นนั้นๆ” ศุภวรรณ เล่าถึงหลักคิด
ขณะเดียวกันเมื่อมองถึงความเป็นไปได้ในการนำแนวคิด “สถานีไทยถีบ” ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งต่างๆ ในประเทศ ขณะนี้ก็เริ่มมีผู้ประกอบการทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ ติดต่อขอให้นำแนวคิดเดียวกันนี้ไปปรับใช้กับท้องถิ่นต่างๆ แม้จะเร็วไปที่จะประเมินผลงานโครงการไทยถีบ ที่ จ.สมุทรสงคราม แต่เสียงขานรับ "ไทยถีบ" อาจสะท้อนได้ว่าแนวคิดนี้กำลังจะได้รับการสนองตอบและเห็นถึงโอกาสที่จะนำไปสู่การสร้างความหลากหลาย ในแง่ของการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้น นอกเหนือจากการนั่งเรือชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืน การปั่นจักรยานเพื่อท่องเที่ยวเมืองอัมพวา อาจจะเป็นอีกคำพูดที่ทำให้ทุกคนรับรู้ร่วมกันได้
นี่ถือเป็นทางเลือกอีกด้านหนึ่งของกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว
มัทนา ลัดดาสิริพร



