"คณิต"ค้านทำประชามตินิรโทษกรรม
"คณิต" ไม่เห็นด้วยทำประชามตินิรโทษกรรม ชี้ไม่ได้อะไรเลย ย้ำทำงานเพื่อปรองดอง เสนอปรับระบบการสอนกฎหมาย ยัน พท.ให้ทำงานต่อ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเคยเป็นผู้ก่อตั้ง ทรท.
(8ก.ค.) นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติะรรม และ หนึ่งใน คอป. ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเครือเนชั่น โดยนายกิตติพงษ์ระบุถึงเรื่องการนิรโทษกรรมว่า เราต้องการค้นหาความจริงและหากความจริงไปถึงจุดที่ต้องนิรโทษกรรม ก้ต้องนิรโทษกรรมให้กับคนที่ได้รับผลกระทบและมีส่วนร่วม
ขณะที่นายคณิตกล่าวว่า ตอนนี้เราขอแค่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวคนที่ติอยู่ในคุก แต่ก็ยังมีปัญหาว่าบางครั้งศาลก็ไม่ให้ประกัน และบางครั้งการกำหนดหลักทรัพย์ในการค้ำประกันก็สูงมาก บางที่ศาลกำหนดไว้ถึงหนึ่งล้านบาทซึ่งเขาก็ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้ ซึ่งเป็นการซ้ำเติม ซึ่งตามความจริงกฎหมายก็กำหนดว่าจะใช้หรือไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้หากจะโทษก็ต้องโทากระบวนการศึกษากฎหมาย ที่เราไม่สอนเรื่องการปฏิบัติ และนักกฎหมายไม่ถูกสอนให้เข้าใจปัญหาสังคม นอกจากนี้คนที่ทำเรื่องประกันตัวก็ยังไม่เข้าใจ หากนำแนวที่เราเสนอไปประกอบการยื่นประกันตัวก็น่าจะได้รับการประกัน ซึ่งขณะนี้เราก็ได้ส่งแนวไปให้กับผู้เสียหายที่กำลังทำเรื่องประกันตัวเพื่อให้ศึกษา
นายคณิต ยังกล่าวเหตุผลที่พรรคเพื่อไทย ให้ คอป.ทำงานเพื่อค้นหาความจริงและทำหน้าที่ปรองดองว่า ส่วนหนึ่งก็น่ามาจากที่เราใช้วิชาการในการทำงาน สร้างความเชื่อถือและการสร้างควมศรัทธา ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือ ทั้งๆที่เราไม่มีอำนาจ แต่ก็มีความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับที่ตนเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยในช่วงแรกๆ เพราะตอนนั้นตนก็ถอนตัวออกมาแล้ว
นายคณิตกล่าวว่าการทำงานของ คอป. นั้นเราทำหน้าที่เป็นคนฟัง และเสนอแนะให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะเรื่องหลักของมนุษย์นอกจากปัจจัยสี่แล้วก้ยังมีเรื่องความเป็นธรรม โดยเมื่อเราทำงานนอกจากจะรายงานให้รัฐบาลรับทราบ เรายังเสนอให้กับสังคมรับรู้ด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น อย่างครั้งเมื่อเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งตนเคยร่วมเป็นคณะทำงานที่มีหน้าที่คล้ายๆกัน แต่เมื่อเสนอต่อรัฐบาลแล้ว ก็ไม่ทราบว่ารายงานฉบับนั้นไม่รู้ไปนอนที่ไหนแต่ครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น
เมื่อถามว่ารายงานชุดที่สอที่จะเสร็จใน 2 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า เราจะเสนอให้ครบทุกมิติ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องข้อเสนอแนะและการเยียวยา ส่วนเรื่องข้อเท็จจริง จะเสนอได้มากแค่ไหนก็ต้องดูสถานการณ์ เพราบางครั้งความจริงที่ออกมาก็ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ดังนั้นไม่ควรที่จะเปิดก่อนวัยอันควร
เมื่อถามว่าหากรัฐบาลใหม่จะส่งตัวกรรมการใหม่มาร่วมได้หรือไม่ นายคณิต กล่าวว่าเขาคงไม่ทำอย่างนั้น เพราะเวลาตั้งเขาตั้งตนคนเดียวส่วนคณะกรรมการคนอื่นตนเป็นคนที่คัดเลือกขึ้่นมาทั้งสิ้น และเรื่องนี้ได้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกฯ หากจะช่วยเราไปช่วยด้านอื่นดีกว่า ทำให้เราทำงานได้สะดวก ที่ผ่านมาเราไม่มีอำนาจ แต่ตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เกิดความเชื่อถือและความร่วมมือ
นายคณิตกล่าวว่า วันนี้เราต้องมีการปรับปรุงระบบยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาระบบยุติธรรมของเรามีข้อด้อยสามประการคือ 1.ประสิทธิภาพยังด้อย 2.คุกคามสิทธิ และ 3 แพงหูฉี่ ซึ่งจากการศึกษาในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่น ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรมน้อยกว่าเรา
เมื่อถามถึงการค้นหาความจริงว่าจะเริ่มอย่างไร นายคณิตกล่าวว่า เราอยากไปดูรากเหง้าเพราะเรื่งนี้เป็นมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ยอมรับกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และทำไมสิ่งดีๆถึงหายไปเราจะเริ่มจากตรงนี้
เมื่อถามว่ามีแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ นายคณิปฏิเสธว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีแรงกดดันทางการเมือง สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่เคยเข้ามาแทรกแซง ตนยังไม่เคยเจอกับนายอภิสิทธิ์เลย
ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นนายคณิตกล่าวว่า ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนการนิรโทษกรรม ขณะที่นายกิตติพงษ์กล่าวเสริมว่าบางครั้งกฎหมายอาญาก้ไม่ได้แก้ปัญหา อย่างเรื่องการชมนุมเกิน 10 คน อย่างนี้เราไม่ส่งฟ้องทั้งหมดได้ไหม
ต่อเรื่องว่าหากมีการทำประชามตินิรโทษกรรมนั้น ตนเห็นว่าจะไม่ได้อะไรเลย โดยเราจะทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์
เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีนักการเมืองเชิญไปพบบ้างหรือไม่ นายคณิตกล่าวว่า "นักการเมืองนั้น ใกล้ก็ร้อน ห่างก็หนาว อย่างตอนนี้ผมจะไปต่างประเทศผมยังไม่กล้าเลย"
เมื่อถามว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาจะทำให้การทำงานของ คอป.ลำบากขึ้นหรือไม่ นายคณิตกล่าวว่า ตนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนั้น เพราะเราอยู่คนละภาคส่วน เรามาแก้ปัญหาให้ส่วนรวม ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกัน



