
ปล่อย"บาทแข็ง"สกัดราคาสินค้า"ยิ่งลักษณ์"ระบุเน้นนโยบายกระตุ้นจีดีพีเติบโต
"ยิ่งลักษณ์"ปล่อยเงินบาทแข็ง ช่วยดูแลราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อ ชี้นโยบายเศรษฐกิจเน้นอัตราการเติบโตของจีดีพี เชื่อปรับค่าจ้างช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายหนุนเศรษฐกิจโต เอกชนเตือนมีผลกระทบภาคการส่งออก
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เอเชีย วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รายงานโดยอ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย และว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศว่า ไทยจะเดินหน้าปล่อยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยสกัดการปรับเพิ่มราคาสินค้านำเข้ารายการหลักๆ และรัฐบาลจะพยายามลดต้นทุนสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น น้ำมันประกอบอาหาร หรือน้ำตาล เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อ อีกทั้งกำลังวางแผนยกเว้นการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับลดลง
"พรรคเพื่อไทยเน้นความสำคัญของอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างจะช่วยเพิ่มอัตราการอุปโภคบริโภค อันจะกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อไป โดยช่วงปีแรกอาจมีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเล็กน้อย" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวและว่า หากรัฐบาลดูแลความต้องการพื้นฐานของประชาชนได้ ก็จะเริ่มจัดการกับความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศต่อไป
แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การจะนำนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนโดยปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเพื่อดูแลเงินเฟ้อนั้น คงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องพิจารณาร่วมกัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังไม่รู้ว่าจะนำมาใช้จริงหรือไม่ แต่ในส่วนของค่าเงินบาทนั้นตอบรับกับข่าวดังกล่าวไปแล้ว
ด้านนายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมาดูแลเงินเฟ้อ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยลงด้วย อย่างไรก็ตาม การปล่อยค่าเงินบาทให้แข็งค่า ต้องพิจารณาถึงระดับที่เหมาะสมด้วย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคส่งออกที่เป็นรายได้หลักของประเทศ แต่ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการกลุ่มส่งออกน่าจะปรับตัวได้
นายพรเทพ ชูพันธ์ ผู้จัดการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า การปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นย่อมส่งผลดีต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่แล้ว เพียงแต่ถ้ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายดังกล่าวจริงก็ควรใช้วิธีการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งออกหรือภาคการท่องเที่ยวได้มีเวลาในการปรับตัว
“ปกติเงินบาทแข็งย่อมดีต่อเงินเฟ้ออยู่แล้ว เพราะทำให้สินค้าน้ำเข้าโดยเฉพาะน้ำมันราคาถูกลง แต่ขณะเดียวกันมันจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น คือ ภาคการส่งออกกับท่องเที่ยวในประเทศอาจต้องเหนื่อยขึ้น” นายพรเทพกล่าว



