
18ก.ค.ศาลโลกตัดสิน4.6ตร.กม.พระวิหาร
ให้วัดทั่วประเทศลั่นกลอง ขณะที่ "มาร์ค" ลั่นอย่าล้ำเขตแดน เชื่อไม่ว่ารัฐบาลไหนหากทำเสียอธิปไตย ประชาชนไม่ยอมแน่ ขณะที่ศาลโลกนัด18ก.ค.ตัดสินพื้นที่4.6ตร.กม.รอบพระวิหาร
สำนักข่าวซีอีเอ็น ประจำประเทศกัมพูชา รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ได้เปิดแถลงที่ที่ทำการองค์การปราสาทพระวิหารแห่งชาติ ซึ่งอยู่บนพื้นที่ปราสาทพระวิหาร
ด้านนายไพ ซีพาน เลขาธิการและโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ไทยได้ใช้นโนบายของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อละเมิดบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา โดยเฉพาะบนปราสาทพระวิหาร ในเวลานั้น ไทยได้ส่งทั้งตำรวจและทหารเข้ามาควบคุมปราสาทพระวิหาร โดยใช้แผนที่วาดขึ้นเองฝ่ายเดียว เมื่อ พ.ศ.2497 การดำเนินการของไทย ได้รับความพ่ายแพ้อย่างหนัก ในวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ในขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ได้ตัดสินคดีให้กัมพูชาชนะ แล้วเอาปราสาทพระวิหารยกคืนให้กัมพูชา
ทั้งนี้ การพบปะผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ปราสาทพระวิหารดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการของรัฐบาลกัมพูชา เพื่อฉลองครบรอบ 3 ปี ในการที่ปราสาทพระวิหาร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2551 โดยตามกำหนดการ เวลา 07.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลกัมพูชา กำหนดให้มีการตีกลองพร้อมกันตามวัดวาอารามทั่วทั้งประเทศ เพื่อฉลองวันที่วิเศษสุดเป็นประวัติศาสตร์ การลั่นกลองในเช้าตรู่เป็นเสียงแห่งความสำเร็จในมโนภาพ ที่ทั่วโลกได้รับทราบว่า ปราสาทพระวิหารของกัมพูชา เป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ
นายไพ ซีพาน กล่าวถึงการเฉลิมฉลองครั้งนี้ว่า กัมพูชาไม่ได้นำเอาการเฉลิมฉลองขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เพื่อไปป้ายสี หรือไปโจมตี ต่อต้านใคร หรือประเทศใด กัมพูชาเพียงแค่แสดงความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นบนปราสาทพระวิหารเท่านั้น
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาเตรียมจัดงานฉลองครบ 3 ปีประสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกว่า ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามกรณีที่กัมพูชาจะมาฉลองในโอกาสครบรอบ 3 ปี หากมีการรุกล้ำเข้ามา จะใช้วิธีการประท้วง
ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลใหม่มีความสนิทสนามกับผู้นำกัมพูชานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ว่าบริหารอย่างไร ต้องไม่ทำให้อธิปไตยเสีย ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนต้องยืนยันจุดยืนนี้ ถ้าใครคิดอย่างอื่น ตนว่าคนไทยไม่ยอมอยู่แล้ว และพรรคเพื่อไทยก็น่าจะมีบทเรียนจากที่ผ่านๆ มาแล้ว โดยเฉพาะสิ่งที่ทำไว้เมื่อปี 2551 ที่ได้ส่งผลกระทบจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยจะดำเนินนโยบายอย่างไร เพราะยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ
ศาลโลกนัด18ก.ค.ตัดสินพื้นที่4.6ตร.กม.
มีรายงานข่างแจ้งว่า ศาลโลก (ไอซีเจ) นัดอ่านคำสั่งกรณีกัมพูชาขอให้ศาลสั่งมาตรการชั่วคราวให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากบริเวณเขาพระวิหารทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ในวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2554 ก่อนที่จะส่งคำชี้แจงของแต่ละประเทศให้อีกฝ่ายหนึ่งทำข้อมูลแย้งและส่งคืนศาลภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2554
ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำตีความและคำขอคุ้มครองชั่วคราว กล่าวอ้างว่า คำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาไปแล้วตามแผนที่ 1:200,000 ที่กัมพูชายึดถือ ซึ่งรวมถึงบริเวณพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ด้วย
ขณะที่ฝ่ายไทยโต้แย้งว่า คำตัดสินของศาลโลกครั้งนั้นตัดสินเฉพาะตัวปราสาท ไม่ได้ตัดสินเรื่องเส้นเขตแดน และไทยก็ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกครบถ้วนแล้ว มีการขีดเส้นรอบอาณาบริเวณตัวปราสาทให้แล้ว และกัมพูชาก็ยอมรับโดยมิได้ทักท้วงใดๆ จนกระทั่งเมื่อปี 2550 กัมพูชาเอาปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว จึงอยากได้พื้นที่ 4.6 ตร.กม.รวมเข้าไปด้วย เพื่อให้แผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารมีความสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม มีความพยายามของกลุ่มเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวเสนอให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลกในการตัดสินเรื่องดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลตัดสินใจประกาศถอนตัวจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก เพื่อลดแรงกดดันในการพิจารณาของศาลโลกอีกหนทางหนึ่งด้วย



