
อลงกรณ์ห่วงจำนำเปิดทางสวมสิทธิ์ข้าวไทย
อลงกรณ์ ห่วงนโยบายรับจำนำเกิดการสวมสิทธิ์ข้าวไทย ทำตลาดเสียหาย แนะหามาตรการที่รัดกุมป้องกันปัญหา พร้อมแนะศึกษานโยบายประกันรายได้ เชื่อยังมีประโยชน์ต่อชาวไร่ชาวนา ฝา กครม.ใหม่สานต่อ 5 นโยบาย
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายจะนำระบบการรับจำนำข้าวเปลือกกลับมาใช้ และยกเลิกนโยบายการประกันรายได้นั้น เกรงว่าจะก่อให้เกิดการสวมสิทธิ์ข้าวไทย โดยมีการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยเข้ามา หรือเอกชนบางรายอาจจะปลอมปนข้าวไทยกับข้าวต่างด้าวเพื่อส่งออก ซึ่งไม่สามารถแยกแยะได้ อาจส่งผลเสียต่อตลาดข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ และข้าวเจ้า
“รัฐบาลชุดใหม่ควรมีการศึกษาถึงนโยบายประกันรายได้ถึงข้อดีและข้อเสีย เนื่องจากมีประโยชน์ต่อชาวนาชาวไร่ และควรหาวิธีป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวจากต่างด้าวและเข้ามาสวมสิทธิ์ข้าวไทย และต้องเป็นมาตรการรุนแรงถึงจะแก้ปัญหาได้ อีกทั้งเห็นว่านโยบายจำนำข้าว หากมีการอุดหนุนเงินปริมาณมากก็อาจจะส่งผลกระทบให้ประเทศไทยถูกร้องเรียนว่าผิดตามข้อตกลงในองค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ ในเรื่องอุดหนุนสินค้าเกษตร” นายอลงกรณ์กล่าว
นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม จึงอยากฝาก ครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ให้สานงานต่อนโยบาย 5 ด้านคือ 1.การสร้างศักยภาพการค้าทั้งในและต่างประเทศ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.การพัฒนาผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี 4.นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา และ 5.นโยบายมุ่งสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ส่วนความกังวลต่อปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่จะต้องจับตา ได้แก่ ปัญหาค่าครองชีพ เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูง ราคาน้ำมันแพง ราคาพืชผลทางการเกษตร เศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดไทย โดยปัญหาต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อความสามารถในการบริหารจัดการของ ครม.เศรษฐกิจชุดใหม่ จึงฝากดูแลและแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ด้วย



