ข่าว

อีสานพท.ก่อหวอดขอ10เก้าอี้รมต.

อีสานพท.ก่อหวอดขอ10เก้าอี้รมต.

07 ก.ค. 2554

ส.ส.อีสาน พท. ป่วน ทวง 10 เก้าอี้ รมต. อ้าง กวาด 104 ส.ส. ส่วนโผครม. ฝุ่นตลบ-ยื้อสุดฤทธิ์ อดีตสสร. ชี้ 'แม้ว' หมดสิทธิ์ 'ทูตการค้า'

          ปัญหาการจัดสรรตำแหน่ง รมต. ในครม. "ปู1" ยังไม่มีทีท่าว่า จะยุติลงง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อทุกพรรคต่างพยายามต่อรองตำแหน่งให้ได้มากที่สุด และไม่เว้นแม้แต่ภายในพรรคเพื่อไทยเอง ที่แบ่งเป็นกลุ่ม เพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีให้ได้มากที่สุด ซึ่งล่าสุด กลุ่มส.ส.อีสาน ของพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาก่อหวอด เรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี

          นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ว่าที่ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานถือว่า มีส่วนสำคัญ เพราะได้ ส.ส.ถึง 104 ที่นั่ง เช่น จ.อุดรธานีที่ชนะยกจังหวัด 9 คน ดังนั้น ภาคอีสานควรมีโควตารัฐมนตรีอย่างน้อย 10 ตำแหน่ง ไม่ควรจะน้อยกว่านี้

          ทั้งนี้ สำหรับจ.อุดรธานี คนที่เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีมากที่สุดคือ นายวิเชียร ขาวขำ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพราะมีความอาวุโสมากที่สุด เป็นส.ส.หลายสมัย และที่เฉพาะ จ.อุดรธานี ต้องมีรัฐมนตรีอย่างน้อย 1 เก้าอี้ เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่ จ.อุดรธานี ได้รับชัยชนะยกจังหวัดเช่นกัน และนายธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ก็ได้เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ในสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน

 

ขวาง "ประชา" ชู "เฉลิม-ยงยุทธ" นั่ง มท. 1

 

          นายเกียรติอุดม กล่าวว่า ชัยชนะของจ.อุดรธานี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีส่วนสำคัญมากในการหาเสียงในภาคอีสาน โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยังช่วยพรรคมากกว่า ทั้งเรื่องการวางแผนเลือกตั้งและการปราศรัยหาเสียงในเกือบทุกจังหวัด ดังนั้น ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม จึงมีความเหมาะสมที่สุด

          นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม สมัยดำรงตำแหน่งมท. 1 ก็ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย และไม่เคยมีข่าวเรื่องซื้อขายตำแหน่ง หรือจะเป็นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ได้ เพราะมีความอาวุโส อีกทั้งยังมีประสบการณ์เคยเป็นอดีตปลัดมหาดไทยด้วย

 

โต้ "ป๋าเหนาะ" เสื้อแดงต้องได้นั่ง รมต.

 

          สำหรับกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ได้หารือกันแล้วว่า ไม่ควรให้แกนนำ นปช.มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายเกียรติอุดมกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เห็นด้วย จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของกลุ่มคนเสื้อแดง หลายจังหวัดที่พรรคเพื่อไทยชนะ ก็เพราะคนเสื้อแดงช่วย แล้วจะมาห้ามไม่ให้แกนนำคนเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร

          สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น เท่าที่เขาดูแล้ว นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ว่าที่ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เหมาะสมที่สุดเพราะมีประสบการณ์

          ด้านว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ว่าที่ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า คงต้องให้ผู้ใหญ่ในพรรคเป็นผู้พิจารณา แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยมีส.ส.ภาคอีสานถึง 104 คน การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ต้องคำนึงถึงคะแนนเสียงที่คนอีสานให้กับพรรคเพื่อไทยด้วย

          "อยากฝากไปถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทยด้วยว่า ควรให้ตำแหน่งรัฐมนตรีกับภาคอีสานมากหน่อย เพราะเรามีส.ส.มากที่สุด โดยกระจายไปอย่างทั่วถึง"

 

“พิทยา”เสนอตัวนั่ง "บัวแก้ว"

          ขณะที่นายพิทยา พุกกะมาน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 115 พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ กล่าวถึงการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในพรรคกำลังพิจารณากัน ในฐานะที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ก็เห็นว่า บุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องมีประสบการณ์และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศได้

          นอกจากนี้ ต้องรู้เรื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนตัวแล้ว ก็มีความพร้อมที่รับตำแหน่ง และเชื่อมั่นว่า สามารถเป็นได้เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสม อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมาถึง 35 ปีด้วย

          อย่างไรก็ตาม ในพรรคเพื่อไทยขณะนี้ มีเขาเพียงคนเดียว ที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้น ถ้าพรรคมอบหมายให้กับเขา ภารกิจเร่งด่วนคือ การเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา

 

เผย "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ต่อสาย "สุริยะ" พา 30 ภท. ซบ

 

          ด้านแหล่งข่าวระดับสูง จากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดวางตัวผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่นิ่ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังรอดูท่าทีของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาก่อนว่า จะตัดสินใจอย่างไร เนื่องจากนายสมศักดิ์ได้ประสานผ่านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เพื่อขอให้ประสานกับแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า จะนำส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมา และส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยอีกกลุ่มใหญ่รวมแล้วประมาณ 30 คน มาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

 

พท. ยื่นคำขาด "งูเห่า" ภท. เอาแค่กลุ่ม “สมศักดิ์” 7-9 คน

 

          อย่างไรก็ตาม พรรคได้ปฏิเสธข้อเสนอของนายสมศักดิ์ไป โดยยืนยันว่า หากนายสมศักดิ์จะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ก็ต้องการเพียงส.ส.ในกลุ่มของนายสมศักดิ์ ที่มีอยู่ประมาณ 7-9 คนเท่านั้น

          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว นายสมศักดิ์คงต้องยอมไปเจรจากับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอแยกตัวมาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ส่วนในช่วง “ครม.ปู 2” จะมีการดึงส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ในกลุ่มของนายอนุทิน ชาญวีรกุล แกนนำพรรคภูมิใจไทย มาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่ที่ตอบได้แน่นอนคือ พรรคเพื่อไทย ไม่เอาส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินมาร่วมรัฐบาลด้วยอย่างแน่นอน

 

“กำธร พุ่มหิรัญ” ชื่อโผล่ นั่งรมว.กลาโหม

 

          แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยด้วยว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอข่าวออกไปนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า รายชื่อเหล่านั้น จะถูกต้องและนิ่งแล้ว 100 % เช่น ตำแหน่งรมว.กลาโหม ที่มีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยวางตัวพล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้มาดำรงตำแหน่งนั้น ขณะนี้ได้มีเสียงสะท้อนกลับมาบ้างแล้วว่า บุคลิกของพล.อ.อ.สุเมธ อาจจะดูแข็งกร้าวเกินไป หากพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะเดินหน้าเรื่องความปรองดอง ดังนั้น จึงมีการเสนอชื่อของพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.ขึ้นมาแทน เพราะมองว่า เป็นคนที่สามารถประสานได้กับทุกฝ่าย

 

"ชัจจ์" ร่วมลุ้น เก้าอี้ รมว.ยุติธรรม

          สำหรับตำแหน่งรมว.ยุติธรรม ที่มีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยวางตัวร.ต.อ.เฉลิม ไว้ ล่าสุด ได้มีการเสนอชื่อของพล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขึ้นมาพิจารณาด้วย

          อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้เคาะรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมด และจะทำหลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทยได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ส.ส.ของพรรคออกมาต่อรองเรียกร้องตำแหน่ง ให้กับหัวหน้ากลุ่มของตัวเอง เพื่อแลกกับเสียงโหวตเลือกนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

"สมศักดิ์" ดอดคุย "สุริยะ" ฟาก "เนวิน" ลั่น ไม่อพยพแน่

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยว่า ในช่วงสายวันที่ 6 ก.ค. นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้นัดเหล่าแกนนำพรรคมาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค เพื่อวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งของพรรคที่พ่ายแพ้เลือกตั้ง รวมถึงประเมินสถานการณ์การเมือง และการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

          ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า มีเพียงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำมัชฌิมา ที่มีกระแสข่าวจะนำส.ส.ในกลุ่ม 7 คน เข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้มาร่วมรับประทานอาหารแต่อย่างใด โดยอ้างติดภารกิจส่วนตัว

          มีรายงานแจ้งว่า ในการหารือกัน นายเนวิน ได้ยอมรับการพ่ายแพ้ครั้งนี้ เพราะสู้กระแสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงโค้งสุดท้ายไม่ได้ โดยนาย เนวิน ระบุว่า การจัดตั้งหมู่บ้านของกลุ่มคนเสื้อแดง มีผลต่อการเลือกตั้งมาก และการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่โดนใจประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสินค้าแพง

          อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคน ยอมรับสภาพ และเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้าน เพราะได้ประกาศชัดเจน จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

          นอกจากนี้ รายงานยังแจ้งว่า กรณีนายสมศักดิ์ ไปติดต่อผ่านนาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทยนั้น เป็นความจริง แต่ไม่ได้ผ่านการหารือของแกนนำของพรรคภูมิใจไทย เป็นการดำเนินการของนายสมศักดิ์เพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วนำข้อเสนอกลับมาบอกกับนายเนวิน โดยเรื่องนี้นายเนวิน ได้สอบถามไปยังแกนนำทุกคนว่า จะมีใครตามนายสมศักดิ์ไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งแกนนำอาทิ นายอนุทิน และนายสรอรรถ ได้ปฏิเสธ ยืนยันว่า จะอยู่กับนายเนวินเช่นเดิม

 

ภท. เชื่อ รัฐบาล พท. อยู่ไม่ยืด อายุสั้นแน่

 

          ทั้งนี้ ได้มีการวิเคราะห์กันภายในพรรคว่า รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย คงอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณในทุกด้านมีแนวโน้มจะทำการการล้างบางข้าราชการคนละขั้ว รวมทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการมหาดไทย โดยเฉพาะการตั้งคนเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรี จะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ประชาชนรับไม่ได้ รวมทั้งนโยบายในช่วงหาเสียงอาทิ แรงงานขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาทนั้น ไม่สามารถกระทำได้ เหล่านี้จะเป็นสาเหตุบั่นทอนอายุรัฐบาลให้สั้นลง

          อย่างไรก็ตาม ข่าวแจ้งว่า นายสมศักดิ์ แม้จะติดต่อผ่านนายสุริยะ แต่เมื่อรู้ว่า กลุ่มนายเนวิน นายอนุทิน นายสรอรรถ ไม่ไปร่วมรัฐบาล ก็ทำให้นายสมศักดิ์ลังเล เพราะหากไปเพียงกลุ่มเดียวจะถูกประณามทรยศและตระหนักในอนาคตข้างหน้า หากมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองจะไม่มีใครคบหา รวมทั้งยังมีแรงต้านจากคนในพรรคเพื่อไทย และเสื้อแดงที่ไม่ต้องการให้รับกลุ่มมัชฌิมามาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีด้วย

 

อดีต สสร. 50 ชี้ "แม้ว" ต้องห้าม เป็นทูตการค้า

          นายคมสัน โพธิ์คง  อดีต สสร.ปี50 และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการภายใน  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเป็น "ทูตทางการค้า" ได้ เพราะถ้าตีความว่า "ทูตทางการค้า" หมายถึงตำแหน่งทางการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องโทษทางการเมืองให้เว้นวรรคตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี อยู่ แต่ถ้าตีความว่า "ทูตทางการค้า"  เป็นตำแหน่งตามระบบราชการ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นไม่ได้อยู่ดี เพราะตามระบบราชการห้ามบุคคลที่ต้องโทษจำคุกเป็นข้าราชการ 

          "แต่ถ้า"ทูตทางการค้า" ในที่นี้หมายถึง "ผู้แทนทางการค้า" ก็ต้องแต่งตั้งโดย ครม. ซึ่งก็เป็นตำแหน่งทางการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องห้ามอีก"

          นายคมสัน ระบุว่า หากความคิดเรื่องการตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นทูตทางการค้าเป็นเรื่องจริง  ก็เห็นว่า คงมีจุดประสงค์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหนังสือเดินทางการทูต เพื่อที่จะได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆได้สะดวกมากขึ้น เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีหนังสือเดินทาง เนื่องจากถูกเพิกถอนหนังสือเดินทาง ทั้งหนังสือเดินทางการทูต และบุคคลธรรมดา

          อย่างไรก็ตามแม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้หนังสือเดินทางการทูต ก็เพียงได้แต่ได้เอกสิทธิ์ และมารยาททางการทูต ที่จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศเท่านั้น แต่ถ้าเดินทางกลับไทย ก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอยู่ดี เพราะเอกสิทธิ์ทางการทูต คุ้มครองเฉพาะกรณีเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น ไม่คุ้มครองกรณีที่อยู่ในประเทศตนเอง