ข่าว

ธปท.ยังมึนขอศึกษาลงทุนน้ำมันบางจากฯค้านตั้งคลังสำรอง

ธปท.ยังมึนขอศึกษาลงทุนน้ำมันบางจากฯค้านตั้งคลังสำรอง

07 ก.ค. 2554

ธปท.ขอศึกษานำเงินสำรองลงทุนน้ำมัน ชี้หากรัฐบาลจะทำก็ต้องมีแผนให้ชัดเจน บางจากฯค้านตั้งคลังสำรองน้ำมัน มองต้องใช้เงินจำนวนมาก พร้อมชะลอแผนขยายปั๊มอี 85 และอี 20 ในปีหน้ารอความชัดเจนนโยบายพลังงาน

        นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ต้องขอศึกษารายละเอียดตามข้อกฎหมายก่อนว่า ธปท.จะสามารถนำทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนในน้ำมันดิบตามที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เสนอได้หรือไม่ ซึ่งยอมรับว่า ธปท.ยังไม่มีความถนัดในเรื่องราคาน้ำมัน แม้น้ำมันจะเป็นสินทรัพย์มีค่าประเภทหนึ่งที่คล้ายเงินตราต่างประเทศ จึงต้องศึกษาถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในอนาคตด้วย

         นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า การขอให้ธปท.ไปลงทุนในน้ำมันดิบหรือลงทุนสร้างคลังน้ำมันดิบนั้น เรื่องนี้คงต้องขึ้นกับกลยุทธ์ของรัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศเป็นหลักว่า มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งจะต้องมีแผนเชิงกลยุทธ์คำนึงถึงประโยชน์ที่ได้อย่างชัดเจน หากประเด็นเหล่านี้มีความชัดเจน เรื่องการลงทุนก็มีความเป็นไปได้ เพียงแต่การจะนำทุนสำรองไปลงทุนนั้นจำเป็นต้องนำไปทั้งในส่วนของสินทรัพย์และหนี้สิน เนื่องจากธปท.เองก็มีต้นทุนในส่วนนี้อยู่

         ด้านนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการตั้งคลังสำรองน้ำมันว่า การตั้งคลังสำรองน้ำมันเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนมาก ซึ่งหากไทยไม่มีเงินมากจริงสำรองน้ำมันได้น้อยก็จะไม่ค่อยมีผลต่อราคามากนัก อย่างไรก็ตาม หากจะดำเนินการในเรื่องนี้จริงก็ไม่จำเป็นที่ต้องลงทุนสร้างคลังน้ำมันเอง เพราะการค้าน้ำมันส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ่านกระดาษ ซึ่งไทยสามารถทำสัญญาสั่งซื้อน้ำมันล่วงหน้าได้ และประเทศไทยก็ยังไม่มีความจำเป็นมากนัก

         ส่วนการยกเลิกกองทุนน้ำมันนั้น รัฐบาลจะต้องหาเงินมาอุดหนุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ถึง 65% ของทั้งประเทศ ถ้าไม่มีส่วนต่างราคาก็จะสู้น้ำมันเบนซินไม่ได้ และแผนในปีหน้าของบางจากฯที่จะขยายอี 85 ให้ได้ 50 แห่ง และอี 20 ให้ได้ 600-700 แห่ง จะชะลอไว้ก่อนรอดูความชัดเจนของรัฐบาล เพราะเป็นการลงทุนที่สูงมาก

         ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล หลังจากรัฐบาลชุดก่อนอนุมัติยกเว้นการจัดเก็บถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ หากรัฐบาลไม่มีนโยบายใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ อัตราภาษีน้ำมันดีเซลจะจัดเก็บในอัตราเพดานคือ 10 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้จากการยกเว้นการจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลประมาณ 8-9 พันล้านบาทต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการยกเว้นภาษี 5 เดือน จะสูญเสียรายได้ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ถือเป็นการบิดเบือนกลไกการใช้น้ำมัน