ข่าว

“เฮฮา หาคะแนน”...

“เฮฮา หาคะแนน”...

07 ก.ค. 2554

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยไทย ทำให้ผมนึกถึงการโหวตผ่านมือถือในรายการนักล่าฝัน ประกวดการร้องเพลง อะคาเดมี แฟนเทเชีย ที่มีประชาชนผู้ชมทางบ้านเป็นกรรมการตัดสินชี้แพ้ชนะกันเด็ดขาด

          ส่วนคุณภาพในการร้องหรือว่าความเป็นศิลปินเพลงนั้น ต้องนับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรือว่าเป็นเรื่องรองลงมา
 

          การเลือกตั้งที่ได้จบไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนั้น ก็คงในทำนองนั้น ฉะนั้นก็อย่าได้แปลกใจ ถ้าหากว่าคราวนี้ประเทศจะได้ “นักร้อง โคลนนิ่ง” เป็นนายกรัฐมนตรี

           การเลือกตั้งครั้งนี้ภาพโดยรวมแล้ว ความดุเดือดรุนแรงอย่างที่คาดการณ์กันไว้ก็ยังนับว่ามีน้อย ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสนุกสนานเฮฮาในการเลือกตั้งล่าสุดนี้ ดูจะมีมากยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ

           ความสนุกเรื่องเลือกตั้งนั้นมีนับตั้งแต่เรื่องชกมวย เล่นเทควันโด เตะฟุตบอล ว่ายน้ำ ดำน้ำให้ดูไปจนถึงการนั่งเกวียน ขี่ควาย ขี่ม้า และตีเกราะเคาะปี๊บ เพื่อเรียกความสนใจ

           ทีวีบางช่องเรียกรายการแบบนี้ว่า “เฮฮา หาคะแนน” และไม่เพียงแต่เท่านั้น ที่ทีวีเกือบทุกช่องทำคล้ายกันก็คือ ใช้เสียงบรรยายกิจกรรมเหล่านี้คล้ายผู้หญิงปัญญาอ่อน แบบเอาสนุกกันเข้าว่า

           ยิ่งฟังนโยบายที่เกือบทุกพรรคการเมืองประกาศแข่งกันลดแลกแจกแถมให้แก่ประชาชนอย่างไม่อั้นแล้ว ก็ยิ่งสนุกกว่า เพราะมีนับตั้งแต่ค่าแรง 300 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ให้เด็กเล่นอินเทอร์เน็ตฟรี เรียนก่อนผ่อนทีหลัง ล้างหนี้ให้ชาวบ้าน จนถึงการให้บัตรเครดิตชาวนา
 

          มีผู้วิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ไม่ต่างไปจากการแข่งกันประมูลซื้อขายประชาชนที่ถ้าหากว่านำไปปฏิบัติจริงแล้ว ประเทศชาติจะต้องล่มจมด้วยนโยบายหลายอย่างที่สิ้นคิด
 

          กล่าวกันว่าประชาชนเป็นผู้เลือกทางเดินของประเทศด้วยตัวเองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเวลานี้ก็คงรู้แล้วว่าจะเดินไปทางไหน ไปข้างหน้า ถอยหลัง หยุดอยู่กับที่หรือว่าได้แต่เดินวนเวียนไปมา ประชาชนทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันรับผิดชอบครับ

           ไม่ว่าผู้ดีหรือไพร่ สีเหลือง แดง น้ำเงิน ขาว หรือแม้แต่พวกว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยก็ตาม ก็จะต้องรับผิดชอบร่วมกันโดยไม่มีข้ออ้างทั้งสิ้น

           ต่อไปนี้คือ นโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีโดยย่อว่าดังนี้
 

          1.เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท
 

          2.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท
 

          3.นโยบายรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาท
 

          4.เพิ่มวงเงินเบี้ยยังชีพจาก 500บาท เป็น 1,000 บาท

           5.แจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 ทุกคน

           6.ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต
 

          7.เพิ่มเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา
 

          8.สร้างรถไฟฟ้า 10 สายใน กทม.

           9.เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านอีก 1 ล้านบาท
 

          10.พักหนี้ครัวเรือนที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท อย่างน้อย 3 ปี

           11.ยกเลิกกองทุนน้ำมันพร้อมลดภาษีน้ำมันเบนซิน และดีเซล

           ทั้ง 11 ข้อนี้ถ้าหากนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ย้อนกลับไปอ่านอาจหน้ามืดถึงกับเป็นลมสลบไปเลยก็ได้ครับ