โกนหัวรอเผ่น..พม่าวิสามัญฯขี้ยา..ยิงตร.
เมื่อการค้ายาเสพติดมีบทลงโทษที่รุนแรง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนร้ายจะยอมให้จับโดยละม่อม ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชี้ชะตาเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองของไทยนั้น เป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตคนในครอบครัว "ประจิม" ที่ต้องสูญเสีย "จ.ส.ต.ศุภชัย ประจิม" อ
ช่วงดึกของค่ำคืนวันนับคะแนนเลือกตั้งที่หลายคนต่างลุ้นระทึกว่าใครจะได้รับเลือกตั้งมาเป็นตัวแทนของพวกเขา แต่ตำรวจกลุ่มหนึ่งกำลังเข้าจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายหนึ่ง ภายในรีสอร์ทหาดบ้านยาง หมู่ 3 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม แต่พลาดท่า จ.ส.ต.ศุภชัย ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ก่อนหน้านั้น ตำรวจได้ล่อซื้อยาบ้า 10 เม็ดจาก นายสาม อ่อนศิริ อายุ 22 ปี และเมื่อตรวจสอบประวัติ พบว่า นายสามเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.251/2554 สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จึงใช้วิธีติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจาก นายสาม อีกครั้ง โดยนัดหมายส่งมอบของกลางกันพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม
แต่พอถึงเวลานัดหมาย นายสาม ขอเปลี่ยนสถานที่ส่งมอบยาเสพติดโดยนัดไปส่งมอบในพื้นที่ อ.กำแพงแสน พ.ต.ต.สามิตร ไชยอินคำ สว.สส.สภ.สามควายเผือก อ.เมือง จ.นครปฐม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.กำแพงแสน ร่วมจับกุม และพบว่า นายสาม เปิดห้องพักที่รีสอร์ทหาดบ้านยาง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบของ สภ.สามควายเผือก และของ สภ.กำแพงแสน รวม 7 นาย ร่วมจับกุม โดยกระจายกำลังปิดล้อมห้องพักของรีสอร์ทซึ่งปลูกเป็นหลังๆ ไว้
“ทันทีที่เคาะประตูเรียก นายสามเปิดประตูออกมาเห็นว่าเป็นตำรวจ ก็พยายามจะวิ่งหนี พ.ต.ต.สามิตร และ จ.ส.ต.ศุภชัย เข้าล็อกตัว แต่คนร้ายต่อสู้พยายามแย่งอาวุธปืนในมือของ พ.ต.ต.สามิตร จึงเกิดการกอดรัดกัน จนกระทั่งอาวุธปืนของ พ.ต.ต.สามิตร หลุดจากมือ คนร้ายจึงคว้าอาวุธปืนไป พ.ต.ต.สามิตร เข้าแย่งจนกระทั่งเกิดเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนเจาะเข้าหน้าอกซ้ายของ จ.ส.ต.ศุภชัย จนล้มลง และขณะกำลังชุลมุนคนร้ายฉวยโอกาสหลบหนีไป“ แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม เร่งรัดติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้ได้โดยเร็ว
จนกระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า พบเบาะแส คนร้ายเข้ามาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 7 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี
ทันทีที่ทราบข้อมูล พ.ต.อ.ไชยา สุนทรกิจ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.7 และ พ.ต.ต.โรจน์อนันต์ อยู่เพนียด สว.กก.ปพ.บก.สส.ภ.7 พร้อมชุดสืบสวนเร่งออกเดินทางไปซุ่มโป่งสังเกตการณ์ จนกระทั่งช่วงเช้าวันที่ 5 กรกฎาคม ชุดสืบสวนได้จอดรถอยู่หน้าบ้านและลงจากรถเข้าทำการจับกุม แต่คนร้ายกระโดดหลบหนีลงทางหน้าต่างห้องไปหลบอยู่ในไร่มันสำปะหลัง และระหว่างหลบหนีได้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงมีการยิงโต้ตอบจนกระทั่งทราบว่านายสามถูกยิงเสียชีวิตภายในไร่มันสำปะหลัง
พล.ต.ต.เรวัติ กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า จากการสอบสวนภรรยาของนายสาม ทราบว่า นายสามชักชวนออกมาจากบ้านพักที่ อ.กำแพงแสน เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยนายสามบอกแต่เพียงว่าเกิดเรื่องทะเลาะกันโดนยิงบริเวณแขนซ้าย
“บาดแผลที่แขนซ้ายของนายสาม เชื่อว่าเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบยิงหยุดยั้งในวันที่ล่อซื้อยาเสพติดเมื่อสองวันก่อน ซึ่งนายสามได้รักษาบาดแผลเองโดยไม่ไปพบแพทย์ จนกระทั่งชักชวนภรรยามาหลบหนีที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย แล้วให้ภรรยาโกนหัว โดยคาดว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไม่พบ และคาดว่านายสามน่าจะปลอมเป็นพระสงฆ์ เพื่อหลบหนีออกตามแนวชายแดนไทย-พม่า ผ่านทาง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี“ พล.ต.ต.เรวัติระบุ



