ข่าว

'เสนาะ'ปรามเลิกตั้งครม.รายวัน

'เสนาะ'ปรามเลิกตั้งครม.รายวัน

06 ก.ค. 2554

"เสนาะ" ปรามเลิกตั้ง ครม.รายวันตามหน้าหนังสือพิมพ์ ยันระดับสูงจะหารือวางตัวผู้เหมาะสมหลัง กกต.รับรอง ตีกันเสื้อแดงไม่เหมาะนั่ง รมต. อ้างเคลียร์ทุกฝ่ายเข้าใจแล้ว “สดศรี” เผยกกต.จะรับรอง“จตุพร”ก่อนสอยทีหลัง

          (6ก.ค.) นายเสนาะ เทียนทอง ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายอ้วน พรหมจักร เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีหลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งว่า วันนี้ผลการเลือกตั้งมีความชัดเจนถึงการตัดสินใจของประชาชน ดังนั้นควรนำเอาสิ่งที่อาสาไว้กับประชาชน เพื่อเข้ามาทำงาน ให้กับบ้านเมือง ไม่ใช่มาเตะตัดขาหรือให้ร้ายป้ายสีกัน จนในที่สุดไม่ต้องทำอะไรเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับตนมาโดยตลอดที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศของเราซึ่งเคยอยู่ในลำดับท้ายๆของการทุจริตคอรัปชั่น ข้ามขึ้นมาอยู่ ในระดับแนวหน้าของการคอรัปชั่นเป็นอาการหัวส่ายหางก็ส่าย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้รัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดชะตาของบ้านเมือง โดยรัฐสภาชุดนี้มาจากการตัดสินใจของประชาชน

           “ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้ง กระแสชนะกระสุน ความถูกต้องชนะความไม่ถูกต้อง คนเราจะพิสูจน์กันได้ตอนที่มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจแล้วไม่มีคุณธรรมสิ่งที่ตามมาคือความเสียหาย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาและรักษาการนายกฯ มีโอกาสบริหารประเทศ2 ปีก็ได้พิสูจน์ไปแล้วว่าทำได้แค่ไหน และบ้านเมืองเป็นอย่างไร แต่สำหรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าจะสามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ตกต่ำให้ฟื้นฟูได้อย่างไร ” นายเสนาะ กล่าวและว่า

         ขณะนี้มีกระแสข่าวการแย่งกันเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่ต้องการให้กล่าวหากัน ข่าวที่ออกมาเป็นการประเมินกันเองของสื่อหรือมีการปล่อยข่าว ยืนยันว่าในระดับผู้ใหญ่ยังไม่มีการพูดกันเลยและจะยังไม่มีการหารือจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จะรับรองผลการเลือกตั้ง โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าระดับสูงจะหารือกันเรื่องการวางตัวบุคคลได้อย่างรวดเร็ว เพราะในพรรคมีบุคลากรที่มีความเหมาะสมอยู่เป็นจำนวนมาก

         ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่า รัฐบาล “ ยิ่งลักษณ์ 1 ” จะมีอายุสั้น นายเสนาะ ย้อนถามสื่อว่า อายุจะสั้นได้อย่างไรเพราะมีเสียง เกินครึ่งไปตั้ง 49 เสียง เสียงต่างกันเป็นร้อย ซึ่งประเทศชาติจะปรองดองกันได้ ทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่บนความถูกต้อง การปรองดองจะแก้กันในแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ต้องใช้จารีตประเพณี หรือนักเลงโบราณคือพูดกันอย่างพี่น้อง ที่พูดกันอย่างเดียวไม่ต้องเปิดกฎหมาย ว่าใครผิดใครถูก

         ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงเหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของระดับผู้ใหญ่เชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้เกิดความแบ่งแยกต้องได้รับการแก้ไข ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยสั่งคนเสื้อแดงได้ หรือจะไปเอาคนเสื้อแดงมาเป็นเครื่องมือ โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะให้แกนนำคนเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรีและไม่ต้องมาพูด เพราะคนเสื้อแดงไม่โง่ พวกเขามีความรับผิดชอบ ไม่ต้องการเกิดปัญหาและถูกขยายผลไปเป็นอย่างอื่น คนเสื้อแดงก็รู้ว่าถ้าขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีจะมีปัญหา ซึ่งกรณีดังกล่าวตนได้คุยทั้งกับระดับสูงและคนเสื้อแดงแล้ว

         เมื่อถามว่า คนตระกูล “ เทียนทอง ” มีส.ส. 5 คน สนใจจะเข้าไปช่วยทำงานปรองดองและรับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงใด นายเสนาะ กล่าวว่า ตนบอกลูกๆหลานๆ ทุกคนให้ใช้ชีวิตหาประสบการณ์ไปก่อนไม่ให้ใช้บารมี ของตนที่ผ่านมาแม้จะได้เป็น รัฐมนตรีช่วย ตนก็ยังไม่ให้เป็น แต่วันนี้ ยังไม่รู้ว่ามีความจำเป็นต้องไปนั่งเองหรือไม่ ซึ่งจะได้มีการพูดคุยกับคนระดับสูงไม่กี่คน เพื่อสรรหาคนดีให้เข้ามามีอำนาจปกครอง ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนไม่ต้องไปตั้ง ครม.ตามหน้าหนังสือพิมพ์เพราะจะทำให้เกิดความสับสนและความแตกแยกตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล หาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจะมีการพูดคุยกันระดับต่างๆ เพราะการวางตัวบุคคลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยังภารกิจสำคัญที่จะต้องนำนโยบาย ในการหาเสียงมากำหนดเป็นนโยบายรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ขอให้มั่นใจได้ว่า “ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ” จะทำงานแก้ปัญหาได้ทันที วันนี้โผครม.ยังไม่มี ความชัดเจนเดียวที่มีคือ ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งตรงนี้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้

         ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรกับบทบาท “ ปั้นนายกฯ คนที่4 ” นายเสนาะ กล่าวว่า อย่ามาถามอย่างนี้ เรื่องปั้นนายกฯเป็นอันตรายกับตน ทำให้คนหมั่นไส้ ที่ผ่านมาบทบาทของตนคือเล่นการเมือง และอยู่กับประชาชน เมื่อมีอำนาจก็ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง นักการเมืองคือคนที่อาสาเข้ามาจึงต้องระวังที่สุด ถึงการใช้อำนาจ ที่ต้องมีคุณธรรม และโปร่งใส ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน


“ณัฐวุฒิ”อุ้ม“จตุพร”ไม่ขาดคุณสมบัติเป็นส.ส.

         ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อคุณสมบัติการเป็นส.ส.ว่า เมื่อ กกต.ได้ตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของนายจตุพรให้เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อซึ่งในขณะนั้นนายจตุพรก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วย ดังนั้นจึงถือว่านายจตุพรมีสถานะในการดำรงตำแหน่งส.ส.ตามกฎหมาย ในตอนนี้กกต.ก็ไม่ได้มีการร้องคัดค้านคุณสมบัติแต่อย่างใด ประกอบกับผลการเลือกตั้งที่ออกมาพรรคเพื่อไทยได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อถึง 61 คน และนายจตุพรก็เป็นผู้สมัครในลำดับที่ 8  ดังนั้นจึงมีสถานะความเป็นส.ส.โดยอัตโนมัติ ส่วนตัวแล้วเชื่อว่านายจตุพรจะได้รับการรับรองให้เป็นส.ส.อย่างแน่นอน

          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนการตีความเรื่องคุณสมบัติของนายจตุพรนั้น หากจะกระทำก็ต้องทำในชั้นศาล เนื่องจาก กกต.ไม่มีอำนาจชี้ขาดในเรื่องดังกล่าว เพราะกกต.มีอำนาจเพียงพิจารณาให้ใบเหลืองและใบแดงกับผู้สมัครที่พบการกระทำผิดในช่วงเลือกตั้งและหาเสียงเท่านั้น ซึ่งในช่วงดังกล่าวไม่พบการตรวจสอบว่านายจตุพรการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้ แต่การที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายจตุพรนั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยปฏิเสธการตรวจสอบของทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้ตนได้สอบถามกับฝ่ายกฎหมายและได้คำตอบว่ากกต.ไม่มีอำนาจ อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้กกต.ดำเนินการเรื่องนี้ตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องไม่หวั่นไหวและตกเป็นเครื่องมือของใคร

          “ขณะนี้นายจตุพรถูกคุมขังอยู่ในคุก ส่วนผมก็อยู่ข้างนอกก็เจ็บปวด คนเราถ้าจะเหยียบกันก็ต้องเหยียบอย่างมีหลักการ ต้องเหยียบอย่างนักเลงทำกัน ไม่ใช่ว่ากฎหมายไม่ให้ช่อง ความชอบธรรมไม่มี แต่จะไล่บีบกันอย่างเดียว ผมไม่อยากเห็นภาพนี้ แต่ถ้ายืนยันจะทำกันแบบนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่อยากจะให้กกต.แสดงความชัดเจนโดยเร็ว ” นายณัฐวุฒิกล่าว

          สำหรับกรณีที่นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ออกมาสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรีนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่พรรคจะพิจารณา ถ้าพรรคให้ทำงานอะไรตนก็พร้อม แต่ถ้าพรรคไม่ให้ก็ไม่ทำ กลองจะดีต้องให้คนอื่นตีแล้วดัง ถ้ากลองอยู่ดีๆ แล้วดังเองนั่นเป็นกลองผีสิง อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ไรเพราะไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้  ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าหากคนเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีจะกลายเป็นสายล่อฟ้าในรัฐบาลนั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมาพรรคไหนก็มีสายล่อฟ้ากันทั้งนั้น แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ไหนก็ยังมีคนต่อต้าน ที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยพูดเลยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี มีแต่นายอภิสิทธิ์ที่คอยแต่งตั้งให้

 
'ขวัญชัย'บอก'ตู่-เต้น'ให้ทำใจหากแห้วรมต. 

           นายขวัญชัย กล่าวถึงกรณีที่นายเสนาะออกมาระบุไม่ควรให้ โควตารัฐมนตรีกับคนเสื้อแดงว่า "ไม่มีปัญหา หากเขาให้ก็เอา ไม่ให้ก็ไม่เอา "ไอ้เต้น (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) - ไอ้ตู่ (จตุพร พรหมพันธ์)" ก็ทำใจบ้าง แต่ที่เชียร์ไอ้เต้นให้เป็นรัฐมนตรีเพราะตอนติดคุกเก้าเดือนมา  เป็นน้องที่มีน้ำใจมาก ผมรักมันมาก เชียร์ให้มันเป็น รมต. แต่เมื่อเขาไม่ให้ ก็อย่าไปเอา เราคนเสื้อแดงได้เข้ามาเป็น ส.ส. ก่อน 15 คน ไปอยู่ตรงไหนก็ทำงานช่วยพรรคด้วยเหมือนกัน" 

           นายขวัญชัยยังกล่าวอีกว่า  ส.ส. อีสานพรรคเพื่อไทย ได้ตามเป้าที่ตนเคยให้สัมภาษณก่อนหน้านี้ว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 100 คน รวมทั้ง จ. อุดรธานีก็ได้ยกจังหวัดหากแบ่งตามอัตราส่วนที่เป็นไปตามข่าว 10 ต่อ  1 โควตารัฐมนตรีส่วนของอีสานก็น่าจะได้ 10 คน โดยเฉพาะในส่วนของ จ.อุดรธานี  พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หากไม่ได้เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงก็ควรเป็น รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงมหาดไทย  นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ เคยเป็น  ประธาน กรรมาธิการการต่างประเทศก็ควรเป็น รมช. ต่างประเทศ

           นายขวัญชัยยังกล่าวถึงเสียงเรียกร้อกให้ปลดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า "ไม่ควรไปเสนออย่างนั้น ควรให้มันทำงานให้เรา มันมีมาตรา 157 คุ้มกะลาหัวอยู่ก็ให้มันทำเรื่องก่อการร้ายอะไรไป หากจะย้ายมันเราจะถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นทันที ไปพูดเปิดจุดอ่อนเราทำไม เราต้องซอฟท์ตัวเองให้มาก เห็นแก่พรรคหน่อย วันนี้เราเป็นพระเอกแล้ว เลือกตั้งเจอถล่มเขาใช้ทั้งเงิน อำนาจข่มขู่สารพัด เรายังชนะมาได้ขนาดนี้ แล้วยังบอกว่าวันที่ 10 ก.ค. ก็จะชุมนุม ไปพูดทำไม ไม่รู้หรือว่า ส.ส. กทม. ได้มาแค่ 10 ที่นั่ง ยังไม่รู้ตัวอีกหรือเขาไม่เอายังจะไปชุมนุมอีก  ให้โอกาสตั้งรัฐบาลก่อนจะได้เดินไปข้างหน้า"

           นายขวัญชัยยังกล่าวอีกว่า ตนมีแนวคิดจะตั้งเสื้อแดงภาคอีสานให้เป็นภาคนิยมเหมือนภาคใต้และเชื่อว่าทำได้ เพราะแกนนำภาคอีสาน ศรัทธาตนเยอะ  เชื่อว่าเพราะต่อสู้มาไม่เคยเอาประโยชน์ ไม่เล่นการเมืองเขาเลยเชื่อเราและมั่นใจว่าทำได้


“สดศรี”เผยกกต.จะรับรอง“จตุพร”ก่อนสอยทีหลัง

          นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมกกต. ได้รับทราบความเห็นของฝ่ายกฎหมายและด้านบริหารงานเลือกตั้งของสำนักงานกกต.ได้เสนอกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 8 พรรคเพื่อไทย ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะทำให้ประกาศผลการเลือกตั้งให้เป็นส.ส.ได้หรือไม่ โดยกกต.จะประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.ไปก่อนพร้อมกับผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งรายอื่นๆ ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องเรียน 236 เรื่อง เมื่อกกต.ตรวจสอบแล้วไม่มีผู้ใดถูกร้องคัดค้านก็สามารถประกาศรับรองได้ภายในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ จากนั้นในกรณีของนายจตุพร กกต.จะรับรองให้เป็นส.ส.ก็จะยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยกกต.จะส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทันที และจะขึ้นอยู่กับประธานสภาฯว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเมื่อใด เนื่องจากในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเรื่องระยะเวลาไว้

          เมื่อถามว่านายจตุพรจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองความเป็นส.ส.ได้หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า วันที่กกต.ได้ประกาศรับรองการเป็นส.ส.ของนายจตุพร ส่วนการปฏิญาณตนเป็นเพียงพิธีกรรม

          รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมกกต.วันเดียวกันนี้ได้รับทราบความเห็นที่สำนักงานกกต.โดยด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมือง และสำนักกฎหมายคดีที่ชี้แจงต่อที่ประชุมกกต. ในกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยังถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนั้น ทั้งนี้ สำนักงานกกต.พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าองค์ประกอบครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 101 (3) และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 มาตรา 19 และมาตรา 8 แล้ว โดยนายจตุพร จะพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันเลือกตั้ง แต่เนื่องจากการเกิดเหตุในห้วงเวลาดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจ กกต. หรือศาลฎีกาในการเพิกถอนการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงเป็นกรณีที่กกต..อาจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วจึงส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าสมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.มาตรา 10 (11) หรือไม่

          รายงานข่าวระบุว่า ส่วนประเด็นนายจตุพร จะขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ทางสำนักงานกกต.เห็นว่านายจตุพรมีคุณสมบัติครบถ้วนในขณะสมัครรับเลือกตั้งและมีคุณสมบัติครบถ้วนมาโดยตลอดก่อนถึงวันเลือกตั้ง หากจะมีกรณีที่ทำให้นายจตุพรขาดคุณสมบัติ ก็คือนายจตุพรขาดจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3) โดยผลของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 มาตรา 19 และมาตรา 8 และจะต้องพิจารณาประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 ซึ่งมีองค์ประกอบว่าจะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ในประเด็นดังกล่าวไม่มีข้อต้องพิจารณาว่านายจตุพรมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ประการใด เพราะบทบัญญัติได้ยกเว้นให้นายจตุพรใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้ แม้จะถูกคุมขังโดยหมายของศาล

 
“บรรหาร”เผย“เนวิน”เข้าใจเหตุ"ชทพ."ร่วมรัฐบาล"พท."

          นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่าได้ทำความเข้าใจกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ที่พรรคชาติไทยพัฒนาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า นายสมศักดิ์ไปคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ก็เข้าใจกันดี เหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะอะไร เข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองใจกัน ความจริงวันนี้ตนนัดคุยกัน แต่นายเนวินขอพักผ่อน คงได้เจอกัน ฝากความคิดถึงด้วย อากับหลานก็ยังเป็นเหมือนเดิม และจะนัดทานข้าวกันอีก


สั่งปรับฮวงจุ้ย"ชทพ."เสริมดวงเพิ่มพลังหลังการเลือกตั้ง

          ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร พร้อมด้วยนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรค ได้เดินสำรวจทัศนียภาพภายในบริเวณหน้าอาคารสำนักงานของพรรค โดยนายชุมพล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากจะปรับฮวงจุ้ยของพรรคด้วยการตัดหรือย้ายต้นปาล์มใหญ่ออกไป ขณะที่ นายสมศักดิ์ ระบุว่า ทางที่ดีควรมีการนำต้นปาล์มมาเสริมอีกต้นเพื่อให้เป็นคู่กัน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีต้นปาล์มคู่กันแต่ได้มีต้นหนึ่งตายลงไป       

          อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 ก.ค.นายบรรหารได้เชิญซินแสผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับฮวงจุ้ย และพราหมณ์มาทำพิธีเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับพรรคภายหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการซ่อมแซมเเครื่องทำน้ำพุซึ่งเสียมาเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับการตกแต่งสวนรอบๆอาคารสำนักงานของพรรคด้วยการนำดอกไม้ และต้นไม้บางประเภทมาตกแต่งเพื่อความสวยงาม


"ชทน."เตรียมถก"พท."ตั้งคณะทำงานร่วมร่างนโยบายรบ.

          นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) เปิดเผยว่าภายหลังจากที่พรรคได้แสดงเจตนารมย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างหาเวลาที่เหมาะสมเพื่อพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงเรื่องการกำหนดนโยบาย โดยการนำนโยบายของแต่ละพรรคมาหารือเพื่อกำหนดเป็นนโยบายภาพรวมของรัฐบาลต่อไป  เบื้องต้นแกนนำของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ได้พูดคุยว่าจะนำเสนอนโยบายอะไรให้รัฐบาล
 
          ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความชัดเจนเรื่องตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี นพ.วรรณรัตน์ กล่าวปฏิเสธจะให้คำตอบ ระบุเพียงว่า "ผมยังไม่มีความเห็นใดๆ ถามผมให้ตายผมก็ยังไม่มีคำตอบ"
 
          ขณะที่แหล่งข่าวจากชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในวงรับประทานอาหารกลางวัน เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา แกนนำพรรคร่วม ได้หารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยถึงเรื่องการทำนโยบายภาพรวมของรัฐบาล โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะหารือเรื่องดังกล่าว ซึ่งแกนนำส่วนใหญ่ของพรรคร่วมเห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อมาหารือถึงความชัดเจนอีกครั้ง โดยนำนโยบายของพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาลทั้งหมดมาเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดก่อนจะนำไปร่างเป็นคำแถลงแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งต้องแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาก่อนที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน 
 
          "ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติจากประชาชน ให้มาเป็นแกนนำรัฐบาล ดังนั้นตัวนโยบายต่างๆ คาดว่าคงเป็นของพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ แต่จะว่าไปนโยบายของทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล มีลักษณะเป็นประชานิยม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะปรับเข้าหากัน โดยหลักพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ที่เคยดูแลกระทรวงพลังงานมาก่อน อาจเน้นการนำเสนอนโยบายด้านพลังงานให้พรรคแกนนำได้ไปพิจารณา " แหล่งข่าวชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กล่าว