
อยากโทรก็โทรมา...
เลือกตั้งครั้งนี้นอกจากปรากฏการณ์ "เลือกแบบถล่มทลาย" แล้ว ประชาชนคนไทยได้เห็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ก็เกิด
นักการเมืองหน้าใหม่อย่าง ชูวิทย์ จะดีจะเลวมาอย่างไร อย่างน้อยในวันนี้ ก็ได้เห็นกันแล้วว่า ลงได้ตั้งอกตั้งใจว่าจะเป็นอะไร ครั้นประชาชนเลือกเข้ามาแล้วก็ไม่ได้ลังเลว่า จะเปลี่ยนใจหรือ ตระบัดสัตย์
แต่พอเป็นแล้วจะทำได้ดีแค่ไหน ก็ต้องดูกันอีกที
ถ้าชูวิทย์ ทำไม่ได้ตามที่โอ่ว่าจะเป็น "ดาวสภา" แต่เอาเข้าจริงกลาย "ดาวตลกในสภา" ก็ต้องโทษคนเลือกกันละว่า ใช้สมองส่วนไหนตัดสินใจกาบัตรเบอร์ 5
การเป็นนักการเมืองก็เหมือนอย่างที่ บรรหาร บอกเอาไว้ในก่อนหน้านี้ว่า คำพูดคำจาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าลงได้รับปากแล้วต้องทำให้ได้
ที่บรรหาร พูดอย่างนี้ใครก็รู้ว่า หมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยรับปากว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แล้วบรรหารก็พูดเรื่องนี้ผ่านสื่อไปตั้งแต่ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ว่า เบื่อคนที่ไม่รักษาคำพูด
ตรงนั้นอาจเป็นเหตุให้ อภิสิทธิ์ ตัดสินใจโทรศัพท์ไปหา บรรหาร ซึ่งฝ่ายหลังบอกว่า ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรมาหา แต่วันนั้นกลับโทรมาได้
ซึ่งก็สายเกินไปแล้ว !
จะว่าไปความเคลื่อนไหวของ บรรหาร นั้นถูกจับตามาตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะออกรูปไหน
ยิ่งในวันที่พรรคเพื่อไทยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ยิ่งต้องเกาะติดบรรหาร ใกล้ชิด ก็เพราะพรรคชาติไทยพัฒนานั้นไม่ได้เพียงแค่รักษาคำพูดกับพรรคภูมิใจไทย หากแต่ถึงขั้นถือสัตยาบันร่วมกันว่า ไปไหนจะไปด้วยกัน
แต่แล้วพรรคชาติไทยพัฒนาก็ดอดมาจับมือกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล โดยได้แค่ "หวังว่า" พรรคภูมิใจไทยจะเข้าอกเข้าใจในสภาพที่พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา
เรื่องอย่างนี้ ไม่ว่าใครลองมาเป็น ชัย ชิดชอบ เป็น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือเป็น เนวิน ชิดชอบ ก็คงจะสะทกสะท้อนอยู่เหมือนกัน
ทั้งที่ทุกคนรู้ดีว่า เรื่องพรรค์นี้มันเป็นสัจธรรม แต่พอเจอเข้ากับตัวมันมีคงวามรู้สึกกันทุกคน
แต่ก็อย่างว่า นักการเมืองเขามีวิธีการของเขา
อย่าง อภิสิทธิ์ ก็ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรไปหา บรรหาร
ส่วน บรรหาร เองก็ไม่รู้ว่า จนป่านนี้แล้วโทรไปหาเนวิน บ้างหรือยัง !
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



