ข่าว

รัฐมนตรีญี่ปุ่นขี้โมโหลาออก

รัฐมนตรีญี่ปุ่นขี้โมโหลาออก

06 ก.ค. 2554

โตเกียว-รัฐบาลญี่ปุ่นป่วนอีก รัฐมนตรีที่ดูแลฟื้นฟูชาติหลังภัยพิบัติลาออกหลังทำงานได้แค่ 7 วัน อารมณ์ร้ายใส่ผู้ว่าฯ จังหวัดภัยพิบัติ แถมขู่สื่อห้ามรายงานผลสำรวจพบรังสีในต่อมไทรอยด์เด็กในฟูกูชิมะ แต่ระดับไม่อันตราย

       นายริว มัตสึโมโตะ รัฐมนตรีกระทรวงฟื้นฟูภัยพิบัติญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งด้วยน้ำตาคลอเบ้า เมื่อวันอังคาร (5 ก.ค) หลังจากเพิ่งรับตำแหน่งได้แค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า แสดงกิริยาไม่เหมาะสมและไม่เคารพผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ


       นายมัตสึโมโตะวัย 60 ปี กลายเป็นรัฐมนตรีคนที่ 4 ที่ลาออกภายใต้รัฐบาลของนายนาโอโตะ คัง ไม่ด้วยสาเหตุเพื่อประท้วงก็เพราะก่อเรื่องอื้อฉาว ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ถูกวิจารณ์มากอยู่แล้วว่ารับมือหลังภัยพิบัติไม่ดีพอ 

        ทั้งนี้ นายมัตสึโมโตะได้แสดงอารมณ์โกรธเกี้ยวใส่นายโยชิโร มูราอิ ผู้ว่าราชการจังหวัดมิยางิ วัย 60 ปี ที่เดินทางไปพบช้าเพียงไม่กี่นาทีด้วยการไม่ยอมจับมือ ทั้งต่อว่า "คุณมาสาย เวลาที่แขกมา คุณต้องมาที่นี่ก่อน ถึงค่อยโทรตามแขกเข้ามาในห้อง เข้าใจมั้ย" จากนั้นยังหันไปตะคอกใส่นักข่าวมิให้รายงานคำพูดของตน


        ต่อมาเมื่อได้พบกับนายทาคุยะ ทัสโสะ ผู้ว่าการจังหวัดอิวาเตะ นายมัตสึโมโตะยังได้กล่าวเตือนแบบขวานผ่าซากอีกว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือพื้นที่ที่มีแนวทางมานำเสนอเท่านั้น ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีความคิดก็จะไม่ช่วยหาทางออก" เมื่อคลิปคำสนทนาทั้งหลายถูกนำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูบ ได้สร้างความขุ่นเคืองแก่ประชาชน สื่อและนักการเมืองที่ต่างก็ตำหนิรัฐมนตรีท่านนี้ว่าไม่มีมารยาท    

          
         อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใน จ.ฟูกูชิมะ จำนวน 1,080 คน พบว่า มีถึงร้อยละ 45 ที่ต่อมไทรอยด์ได้รับรังสี จากวิกฤติกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ  แต่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ กล่าวว่า ไม่มีเด็กคนไหนถูกรังสีเกิน 0.2 ไมโครซีเวิร์ต ซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับการตรวจร่างกายเพิ่มเติม 

  
          ทั้งนี้ เด็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมไทรอยด์มากที่สุด หากได้รับกัมมันตรังสีไอโอดีนที่แพร่สู่สภาพแวดล้อม


          สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในกรณีวิกฤติโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลปี 2529 พบว่ามีเด็กหรือทารกจำนวนมากเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์เมื่อเติบโตขึ้นหลายปีหลังจากนั้น